แสงแดดในวันฝนพรำ
เสียงโทรศัพท์ปลุกดังขึ้นในเช้าฝนปรอย นีราพลิกตัวบนเตียงเล็ก ๆ ในอพาร์ตเมนต์มือสอง ยื่นมือคว้าโทรศัพท์ทั้งยังไม่ลืมตา เสียงข้อความจากโปรดิวเซอร์เร่งเธอให้ไปสำนักข่าวด่วน หัวใจเหมือนถูกชั่งด้วยน้ำหนักที่มองไม่เห็น เธอลุก คว้าเสื้อกันฝนเก่า ๆ มาพาดไหล่ ฝนวันนี้ดูเย็นกว่าวันไหน ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!สถานีโทรทัศน์เวลานี้เต็มไปด้วยกลิ่นกาแฟและเสียงบ่นเบื่อของคนทำข่าว นีราเดินตรงไปโต๊ะทำงานของเธอ ฝ่ายสารคดีมีข่าวด่วนที่ต้องออกภาคสนาม “เธอพร้อมหรือยัง? หัวหน้ากลุ่มถาม “ครับ…ขอเวลาสิบนาที” เธอตอบโดยไม่สบตา เหลือบเห็นวิน ช่างกล้องรุ่นน้องนั่งข้าง ๆ ทำท่าเหมือนไม่มั่นใจ
“ไปด้วยกันนะครับพี่นีรา” วินพูดเบา ๆ เขามักพูดเสียงไม่ดัง ราวกับกลัวจะรบกวนโลกนี้
เธอแค่พยักหน้า ไม่ได้ยิ้ม วินเก็บกล้องอย่างเก้งก้าง สายกล้องตกกระแทกโต๊ะ ท่ามกลางเสียงหัวเราะขรมของทีมข่าว
ฝนอ่อน ๆ กระทบกระจกรถ ผู้คนรายทางก้มหน้าเร่งก้าว วินชำเลืองมองหน้าเธอระหว่างทาง เธอนั่งหันหน้าออกนอกรถเหมือนจะมองฝนแต่จริง ๆ แล้วแค่ไม่อยากสนทนา
“ฝนตกทุกวันเลยปีนี้” วินพึมพำขึ้น
ไม่มีคำตอบ เธอเพียงขยับตัวไปอีกทาง วินเบือนหน้าออกนอกหน้าต่าง แววตาเต็มไปด้วยความพยายามที่จะแกล้งไม่สนใจ
เมื่อถึงลานตลาด เป้าหมายคือถ่ายทำเรื่องราวของแม่ค้าขายของมือสอง เจ้าของเสียงหัวเราะสดใสแต่สายตาเต็มไปด้วยเรื่องราว
วินถือกล้องเดินตามหลังเงียบ ๆ นีรามีพลังบางอย่างในเวลาเจอผู้คน แววตาเปลี่ยนเป็นสดใส สีหน้าหายเศร้า
“พี่ครับ ขยับไปทางซ้ายหน่อย แสงดี” วินเว้นจังหวะพลางสบตา เธอขยับตามอย่างไม่เต็มใจ ก่อนจะหันกลับมาจ้องกล้อง สายตามีร่องรอยความเหนื่อยล้า
พักเบรกบนม้านั่งในตลาด เงียบงันอยู่นาน
“พี่…เคยคิดจะเปลี่ยนงานไหมครับ?” วินถาม นีราขมวดคิ้ว
“จะหนีอะไรอีกล่ะวิน? งานนี้มันไม่ง่าย แต่บนโลกนี้มีสิ่งไหนบ้างที่ไม่เจ็บปวด”
วินยิ้มจาง ๆ ไม่ตอบ
ตัดมายังมุมหนึ่งในสถานีข่าวหลังเลิกงานภาคสนาม วินยืนรออยู่หน้าประตูห้องทำงานนีรา มือขย้ำสายกล้อง เขาเดินกลับไป-มาอยู่หลายนาที ก่อนจะรวบรวมความกล้ากดเคาะประตู
เสียงประตูเปิดออกช้า ๆ นีรามองหน้าเขา แววตาเหมือนจะถามว่ามีอะไร แต่เธอไม่พูด
“ขอโทษที่รบกวนครับ คือ…ผมอยากปรึกษาเรื่องฟุตเทจ”
ในห้องทำงานเล็ก ๆ กลิ่นกระดาษทรายและฝนสลับซับซ้อน เงียบอีกครั้ง
“ผม…เอ่อ…สงสัยว่าพี่ตัดสินใจทำข่าวนี้เพราะชอบอะไรในชีวิตบ้างเหรอ?” เขาเงียบไปหลังถาม เหมือนกำลังรวบรวมคำตอบของตัวเองด้วย
นีราก้มหน้า ก่อนจะถอนใจ เธอลังเล
“ฉันไม่แน่ใจเหมือนกันวิน บางทีสิ่งที่เราชอบจริง ๆ อาจไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เรามีความสุขก็ได้” เธอกระซิบ
เวลานั้นสายฝนกระหน่ำเหงื่อไหลลงขมับทั้งสองคนโดยไม่รู้ตัว
วินลังเลจะพูดต่อหรือไม่ เขาเกาพื้นที่เคลือบฝุ่น “แล้ว…พี่เคยมีความสุขไหมครับ?”
นีราไม่ทันตอบ คนฝ่ายโปรดักชันเปิดประตูเข้ามา ดึงบรรยากาศที่อึดอัดนี้ให้หนีไป วินยกมือไหว้แล้วรีบออกจากห้อง ทิ้งนีรากับคำถามที่ล่องลอยในอากาศ
เย็นวันถัดมา ขณะแก้บทสัมภาษณ์ที่ร้านกาแฟมุมสถานี เสียงโทรศัพท์ของวินดัง เขาเดินเข้ามาหาเธอ เก้ ๆ กัง ๆ
“ผม… เอ่อ พี่ ทานข้าวเย็นด้วยกันไหม?”
นีราเงยหน้าขึ้นมอง เลื่อนสายตากลับไปที่คอมพิวเตอร์ “มีธุระเหรอวิน?”
เขาพยักหน้า ทั้งที่จริงไม่ได้มีธุระอะไร
ตอนอาหารเย็นในร้านข้าวแกงใต้โต๊ะไม้ถลอก เสียงอึกทึกเบียดบังความประหม่า
“เมื่อก่อนผมเคยจะเลิกถ่ายภาพ” เขาเริ่มขึ้นหลังจากนั่งเงียบไปนาน
“แต่แม่บอกว่า… ฝันเถอะวิน ถึงมันจะไม่สวยอย่างที่คิดก็เถอะ”
นีราไม่ตอบ แค่เหลือบมองสายตาอบอุ่นของวิน หัวใจรู้สึกเจ็บวูบ
ช่วงเวลาต่อจากนั้น วินกับนีราต้องลงพื้นที่ถ่ายทำด้วยกันบ่อยครั้ง ในรถ โต๊ะอาหาร ในตลาด ทุกครั้งที่ฝนตกหนัก สองคนต่างเงียบงันในสายฝนของตัวเอง
“วิน นายกลัวอะไรมากสุด?” นีราถามขณะฝนกระหน่ำใส่กระจกรถ
“กลัว…ว่าทุกอย่างมันจะตกค้างฝนแบบนี้แหละพี่ เศร้าบ้าง เบื่อบ้าง แต่อยู่ดี ๆ ก็ดันกลัวว่าถ้ามันหยุดแล้วจะว่างเปล่า”
นีรายิ้มบาง ๆ หรืออาจจะแค่ยิ้มให้ตัวเอง
ฤดูฝนปีนี้ยาวนานอย่างผิดปกติ วันหนึ่งนีราได้รับข่าวว่าอดีตคนรัก เจตน์ กลับมาจากต่างประเทศ เธอกลัวที่ต้องเผชิญหน้า ถึงอย่างนั้นก็ต้องเดินไปชนกับรอยแผลของตัวเอง ตลอดอาทิตย์แววตาเธอล่องลอย ไม่ตั้งใจทำงานเหมือนเดิม
วินสังเกตเห็นความแปลกไป แต่ไม่กล้าถาม ทุกคำพูดค้างอยู่ที่ริมฝีปาก
“ถ้าพี่อยากคุย ผมฟังได้นะครับ” วันหนึ่งหลังเลิกงานเขาตัดสินใจพูด เธอมองหน้าเขานิ่ง
“ไม่ใช่ทุกเรื่องที่ควรพูดออกมา” นีราตอบ แววตาคล้ายขอโทษ
ถัดมาไม่กี่วัน นีราโดนโปรดิวเซอร์ตำหนิเรื่องคุณภาพงาน น้ำเสียงหนัก เธอเดินหนีออกนอกอาคาร วินรีบตามออกมา
“พี่…”
นีราไม่หยุดเดิน
“เดี๋ยวก่อน! พี่ไม่ต้องเข้มแข็งขนาดนั้นก็ได้” วินหยุดเดินตรงหน้าประตูสำนักข่าว
เธอหยุด หันมากอดอก ยิ้มเศร้า ๆ “นายคิดว่าฉันเข้มแข็งเหรอวิน ฉันไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ากำลังยืนอยู่ไหมทุกวันนี้”
วินเงียบ ไม่กล้าแตะไหล่เธอ
เย็นวันหนึ่ง นีราได้รับข้อความจากเจตน์ ขอพบเธอที่ร้านกาแฟเล็ก ๆ แถวสถานีรถไฟ เธอตัดสินใจไป เจตน์ขอโทษกับทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้น ทั้งความเข้มงวด การทิ้งเธอไปอย่างไร้เยื่อใย เธอร้องไห้ ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย ต้องเผชิญหน้ากับอดีตอันขมขื่นอีกครั้ง
วันต่อมา นีราเข้าทำงานด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป เธอทำงานอย่างมุ่งมั่นกว่าเดิม วินแอบมองอย่างเป็นห่วง
“พี่…ผมไม่อยากเห็นพี่เศร้า”
นีรามองวิน เหมือนจะพูดอะไรแต่เลือกจะเงียบ
คืนนั้น ขณะกลุ่มเพื่อนร่วมงานไปสังสรรค์ นีรานั่งเหม่อมองแก้วน้ำ วินนั่งข้าง ๆ
“วันหนึ่ง…ผมก็อยากจะกล้าบอกความรู้สึกกับคนบางคน” วินพูดเบา ๆ
นีราเงียบ ยิ้มเศร้า ๆ “บางความรู้สึกมันก็ไม่ง่ายที่จะพูดออกมา”
“แต่ถ้าไม่พูด บางทีมันอาจจะสายไป”
ทั้งสองต่างเงียบ โลกในร้านเหลือแค่เสียงฝนกระทบกระจก
หลังจากนั้นไม่กี่วัน วินได้รับข้อเสนองานใหม่จากสำนักข่าวต่างจังหวัด เขาชั่งใจอยู่นาน เขาอยากเติบโต แต่ก็กลัวว่าการจากลากะทันหันจะทำร้ายความรู้สึกบางอย่าง ระหว่างนี้เขาหลีกเลี่ยงนีรา ทั้งเรื่องงานและอาหารกลางวัน ไม่มีใครในสำนักข่าวทันสังเกต
นีราเริ่มรู้สึกเหมือนจู่ ๆ ก็ขาดบางอย่างในชีวิต วันหนึ่งเจ้าหน้าที่โปรดักชันพูดลอย ๆ ว่า “วินจะย้ายไปประจำนครสวรรค์เหรอ?”
นีราถามตัวเอง ควรทำอย่างไร
คืนก่อนที่วินจะเดินทาง เขาเดินเล่นในเมือง ฝนตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา คลื่นคนบางตา เสียงรถไฟห่างไกล เขาทอดสายตามองเพดานห้องพัก ความลังเลฉายชัดในแววตา
เช้าวันเดินทาง นีรายืนเงียบที่สถานีรถไฟ เธอมาโดยไม่บอกใคร
วินลากกระเป๋าเดินเข้ามาช้า ๆ สายตามองนิ่ง
“วิน” เธอเอ่ยเบา ๆ ฝนซา
เขาหยุดชะงัก ตาแดง ๆ อย่างคนอดนอน
“ขอให้นายโชคดี…ฉันเคยทำผิดพลาดหลายอย่าง ฉันอาจยังให้อภัยตัวเองไม่ได้ทั้งหมด แต่ฉันอยากให้เราทั้งสองคน… เริ่มใหม่ได้ ทุกที่ ทุกเวลา” เสียงเธอสั่นเล็กน้อย
วินนิ่ง น้ำตามุมตา
“ขอบคุณนะครับ…สำหรับทุกอย่าง”
ความเงียบโรยตัวระหว่างทั้งสอง สายฝนค่อย ๆ หยุด เธอยื่นมือไปจับแขนเขาแผ่วเบา ไม่ใช่คำสัญญา ไม่ใช่คำรัก แค่ความเข้าใจที่ค่อย ๆ เติบโต
ในอีกหนึ่งปีต่อมา บรรยากาศในสถานีทีวียามค่ำคืนหลังฝน นีราเดินเข้ามาทำงาน เทปใหม่ในมือ มีเสียงเคาะประตูห้องทำงาน วินยืนอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มอาย ๆ แบบเดิม
“ผมขอกลับมาถ่ายข่าวด้วยได้ไหมครับ?”
แววตาเธอแตะรอยยิ้มใหม่ ความรักค่อย ๆ เติบโตในวันที่ฝนเริ่มซา แสงแดดโผล่จากปลายขอบฟ้า สองคนหยุดอยู่ตรงนั้น ไม่รีบร้อนฝืนเส้นทางของใคร อนาคตอาจยังไม่แน่นอน แต่หัวใจทั้งสองดวงกำลังเรียนรู้จะเชื่อใจแดดอุ่นหลังสายฝน