คลับเช่ารองเท้าแห่งมหาวิทยาลัยวุ่น (The Wacky Shoe Rental Club)
เสียงโทรศัพท์สั่นรัวในเช้าวันจันทร์ สิตารีบหยิบมันขึ้นมาแล้วขมวดคิ้ว “จ๋าย ถ้าฉันจะตื่นเต้นกับการเปิดคลับเช่ารองเท้าวันแรกนี่ผิดไหม”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ผิดมาก” จ๋ายตอบหน้าตาย ขณะที่กำลังเพนต์ลายกบลงรองเท้าแตะข้างละแบบ “แกคิดมากไปรึเปล่า คนที่ไหนจะมาเช่ารองเท้าในยุคนี้ สั่งออนไลน์ก็จบแล้ว”
“แต่ถ้าคนต้องการด่วน ๆ ล่ะ เกิดใครทำรองเท้าหายตอนสอบกลางภาค คลับเราอาจกลายเป็นฮีโร่ก็ได้!” สิตาพูดด้วยประกายตากระพริบ
จ๋ายหัวเราะ “ฮีโร่นี่ไม่ใส่รองเท้าแตกลายดอกทานตะวันหรอกมั้ง”
เสียงกริ่งดังแว่วเข้ามา สองสาวประสานเสียง “มาแล้ว!”
สมาชิกคลับคนอื่นก็โผล่มาแบบเหนื่อยหอบ อิ๊งค์ เด็กปีหนึ่งสายสตรอง แต่พูดจาตะกุกตะกัก กับปรินซ์ หนุ่มลูกครึ่งหัวเกรียนที่ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามาพร้อมไขควงติดตัว สิตามองซ้ายขวา “ทุกคนพร้อมไหม วันนี้คือวันแรกของการเปลี่ยนมหาลัย!”
ทุกคนเงียบ จ๋ายหลับตา “เปลี่ยนมหาลัยโดยการแจกกลิ่นอับหรือ…”
สิตาสูดหายใจ “โอเค คลับเราต้องโปรโมท ยังไงเราต้องกล้าแจกใบปลิว เจอใครก็ให้”
ปรินซ์ชูป้าย “รับรองเท้าไปลองฟรี! (แต่ต้องคืน)”
อิ๊งค์กระซิบ “เอ่อ…ถ้าคืนไม่ครบล่ะ”
“พรุ่งนี้ค่อยคิด!” สิตาตอบพลางรวบรองเท้าห้าคู่ใส่ถุง พวกเขาเดินตะลุยออกจากห้อง ตะโกนใส่ลมไปอย่างมีเป้าหมาย
เดินไม่ทันพ้นบันได ก็มีเสียงร้อง “เฮ้ย! รองเท้ากีฬาของใครหาย!” ตามด้วยกลุ่มรุ่นพี่ปีสี่ที่เพิ่งฝึกกีฬาเสร็จ ทุกคนจ้องที่ถุงรองเท้าในมือสิตา
สายตาอีกฝ่ายคมกริบ ปรินซ์กระซิบ “นี่มันซวยตั้งแต่เปิดวันแรก…”
สิตารีบอธิบาย “พี่คะ คลับเราคือ…”
“อุ๊ย อุ๊ย ไม่ต้องอธิบาย ไหน ๆ รองเท้าของใครก็อยู่ในถุง เอาของพวกกูคืนมาก่อน!” รุ่นพี่บีบคอถุงแน่น
จ๋ายพยายามสอดขึ้น “รุ่นพี่ครับ มันคนละเรื่อง เราแจกฟรีเป็นโปรโมท ไม่ได้ขโมย…”
ทุกอย่างดูจะไม่ง่ายเสียแล้ว
ทีมคลับโดนลากไปประชุมที่ห้องกิจกรรมกลาง เอกสารล้นมือ สิตาพูดน้ำเสียงจริงจัง “เราต้องพรีเซนต์ตัวตนใหม่ คิดแคมเปญด่วน!”
อิ๊งค์นั่งกุมขมับ “หนูแค่อยากอยู่เงียบ ๆ”
เวลาผ่านไป ครึ่งวัน ทุกคนกลายเป็นเซียนแก้ข่าวลือ มีนักศึกษามาถามเรื่องกล่องสมบัติลับในรองเท้าแตะ มีทั้งข่าวลับว่าพวกเขาซ่อนลอตเตอรี่ไว้ใต้พื้นรองเท้า สิตาทั้งเครียดทั้งขำ
ระหว่างนั้น จ๋ายเดินออกไปเจอนักศึกษาสาวสองคนคุยกัน “เธอรู้ยัง คลับรองเท้านี่รับซ่อมรองเท้าให้ฟรีด้วย!”
“เอ๊ะ? เมื่อเช้าฟังว่าให้เช่าเฉย ๆ”
“ก็เห็นมีคนได้คูปองอะไรสักอย่าง…”
จ๋ายกลับเข้ามา “เธอ สิตา แนะนำให้ปรับโปรไฟล์คลับใหม่ดีมั้ย”
สิตานิ่งคิด “มีแต่เรื่องเข้าใจผิด จะลองตั้งชื่อใหม่ไหม เป็น ‘คลับรองเท้าครบวงจร’”
อิ๊งค์ยกมือ “แต่หนูดันไม่รู้จะซ่อมรองเท้ายังไง…”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปหาวิดีโอดู” ปรินซ์หัวใสบอก
ทุกคนเงียบ
การประชาสัมพันธ์วันแรกย้อนกลับมาเล่นงาน ทุกคนเริ่มรับรองเท้าพัง ๆ เข้ามาต่อไม่หยุด มีคู่หนึ่งสายยาวจนปรินซ์เอาไปพันหัวได้
สิตาหอบหายใจ “ไม่คิดว่าชีวิตจะถึงจุดนี้…”
“เป็นไง สันติสุข?” จ๋ายถามพลางกลั้นยิ้ม
หลังปัญหาเริ่มบานปลาย จ๋ายเสนอ “อยู่ดี ๆ ทำไมกลายเป็นร้านรับซ่อมรองเท้า ไหนสัญญาว่าจะได้เดินแบบ!”
“เพราะมันท้าทาย” สิตาตอบพลางพยายามหาสูตรทำความสะอาดรองเท้าในมือถือ
“นี่ขึ้นชื่อคลับ ‘รองเท้าออลเซอร์วิส’…ฉันว่าเท่ดี” จ๋ายพูดพลางขยับรองเท้าหลุด
จนกลายเป็นจุดเริ่มของกระแสใหม่ คนทยอยเอารองเท้ามา ‘ซ่อม’ มากกว่าเช่า ตอนเที่ยงวันห้องคลับเต็มไปด้วยรองเท้าชุ่มน้ำกับกลิ่นสเปรย์แปลก ๆ
อิ๊งค์นั่งขดตัว “กลิ่นเหมือนตลาดนัดตอนฝนตก”
สายบ่าย สิตากลัวโดนนินควาน เพิ่งรู้ว่าข่าวลือรุ่นพี่แพร่เร็วกว่าไฟลาม “เอาไงดี คนขอรับรองเท้าเก่าคืนเยอะกว่ามาเช่าอีก!”
ปรินซ์แสดงความคิด “หาวิธีใหม่มั้ย รับให้เช่ารองเท้าแนวแฟนตาซีเปลี่ยนลุคดีกว่า”
จ๋ายสวน “แล้วถ้าคนขอยืมแต่ข้างซ้าย ทุกคนเดินขากะเผลกหมดทั้งตึกล่ะ”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ในห้อง แต่อารมณ์เริ่มตึงเมื่ออาจารย์เยี่ยมชม แล้วพบ ‘รองเท้าแฟนตาซีซ้อนกลิ่น’ อยู่พอดี
“อะไรเนี่ย” อาจารย์ขมวดคิ้ว “นี่ใช่บริการของคลับเหรอ?”
สิตาพยายามอธิบายผิด ๆ ถูก ๆ จ๋ายพูดแทรก “เราตั้งใจสร้างชุมชนแบ่งปันรองเท้า…”
“แบ่งปันกลิ่นไปด้วย?” อิ๊งค์เผลอพูดออกมาเสียงเบา
อาจารย์ยิ้มเจื่อน ๆ แล้วเดินออก ทุกคนค้าง
สิตาทุบเข่าตัวเอง “เราต้องจัด event เรียกศรัทธาคืน!”
เมื่อคลับเปิดบูธหน้าตึก พร้อมสโลแกนใหม่ ‘เปลี่ยนชีวิตด้วยรองเท้าคู่เดียว’ คนยืนงงกับรองเท้าแต่งดอกไม้ ติดไฟจิ๋วปิ๊ง ๆ
รุ่นพี่เดินผ่านมาอีก “ขอเช่าคู่รองเท้าของตัวเองคืนได้ไหม?”
จ๋ายรีบตอบ “ได้ครับ!…แต่ต้องตอบคำถาม ‘รองเท้าคนซื่อสัตย์หน้าตาเป็นยังไง’”
อิ๊งค์สีหน้าเหมือนอยากหายไปจากโลก ปรินซ์หัวเราะเบา ๆ
วันรุ่งขึ้น มีข่าวลือใหม่ คลับรองเท้ามีแฟนตาซี “แค่สวมแล้ววิ่งเร็วขึ้น!”
ปรินซ์แกล้งใส่รองเท้ายืดหยุ่นไล่จับอิ๊งค์รอบบูธ “เห็นไหม สาวน้อยจรวด!”
สิตายกมือถือจะถ่ายคลิปโปรโมท กลายเป็นคลิปที่ทุกคนขำกลิ้งเมื่ออิ๊งค์พลาดล้มทับกล่องรองเท้า…ทำกล่องสมบัติลับแตก ทุกคนแห่กันมามุงว่าข้างในมีอะไร
จ๋ายรีบประกาศ “มีแต่ลูกอมรสประหลาด ใครอยากลองมาเปลี่ยนรองเท้าซะดี ๆ”
เกิดกระแสแปลกใหม่ เด็กปีหนึ่งแห่มาเปลี่ยนรองเท้าหลากสี จนไม่มีใครได้รองเท้าคืนตามคู่ คนเดินหลงไปหลงมา ด้านหนึ่งมีหญิงสาวบ่นหา ‘รองเท้าแฟชั่นคีบ’ อีกด้านเด็กผู้ชายใส่รองเท้าแตะลูกไม้สีชมพูปรินซ์
สิตาเริ่มกังวล “คลับเรากำลังเปลี่ยนมหาวิทยาลัยจริง ๆ หรือแค่ทำให้ทุกคนใส่รองเท้าผิดข้าง?”
ในมุมหนึ่ง ชั้นวางรองเท้าสูงกองกันมากขึ้น ข่าวลือว่ามีคู่วิเศษแข่งกันแพร่สะพัด กล่าวกันต่อ ๆ ไปว่าใครได้ใส่คู่เขียวจะสอบติดทุกวิชา
ปรินซ์เสนอ “จัดแข่งรองเท้าข้างเดียวกันมั้ย ใครวิ่งเร็วสุดได้รองเท้าคืน”
อิ๊งค์ถาม “แล้วถ้าไม่อยากได้คืนล่ะ”
ทั้งแก๊งหัวเราะ
ความวุ่นวายถึงจุดพีคเมื่อมีอาจารย์คนหนึ่งยืนยันว่าตัวเองได้รับรองเท้านักกีฬาเป็นของรางวัล จากคลับ สิตารีบตามไปแก้ข่าว กลายเป็นจุดเริ่มต้นความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ “อาจารย์ครับ รองเท้าคู่นั้นจริง ๆ เป็นของพี่ปีสี่…”
“ใช่ แต่ผมตอบปริศนาในคลับได้ก่อน มันเป็นสมบัติ!” อาจารย์เชิดหน้า ทุกคนมุงดู
จ๋ายพยายามแทรก “แต่รองเท้านั้น…เอ่อ…เหม็นมากครับ”
อาจารย์หยุดฟัง ทุกคนเงียบ สิตากระซิบ “จ๋าย! ตกลงเราเป็นคลับอะไร!”
จ๋ายทำหน้าจริงจัง “เราเป็นคลับสร้างความยุ่งเหยิง คลับรวมรองเท้าผิดคู่ มิตรภาพคับแก้ว”
ทุกคนพากันหัวเราะ ท่ามกลางควันกลิ่นรองเท้าลอยฟุ้ง
ในที่สุด งานคืนรองเท้าครั้งยิ่งใหญ่ของมหาวิทยาลัยก็เกิดขึ้น ด้วยธีม ‘คืนรองเท้าให้ตรงข้าง’ ทุกคนพยายามหาคู่ของตัวเอง แข่งใส่รองเท้าพร้อมเสียงหัวเราะกระหึ่ม
สิตามองไปรอบ ๆ เห็นเพื่อนร่วมคลับยืนหัวเราะอย่างมีความสุข แม้จะมีรองเท้าคู่ละลายบ้าง ทายหมดอายุบ้าง แต่สิ่งที่ได้คือความเป็นทีมและรอยยิ้ม
ท้ายที่สุด สิตาเดินพร้อมจ๋าย “ขอโทษนะ ที่หมกหมุ่นกับแผนตลก ๆ จนสร้างปัญหา” จ๋ายยิ้ม “ซี้แบบเรา มันต้องวุ่นดีถึงจะจำได้ทั้งชีวิต”
ปรินซ์ตะโกน “ปีหน้าขยายคลับเป็น ‘เช่าหมวก’ ดีเปล่า?”
เสียงหัวเราะดังไปทั่วห้อง ชีวิตในมหาวิทยาลัยคงไม่มีวันน่าเบื่ออีกต่อไป
และคลับเช่ารองเท้า…ก็ยังไม่เคยมีวันไหนที่รองเท้าครบคู่เหมือนเดิมเลยซักวัน