สมาคมเพื่อนบ้านจอมวุ่นกับภารกิจประตูลับ
เสียงกริ่งสมาคม ‘รวมใจ’ ดังระรัวตั้งแต่เช้ามืด พี่หมู เจ้าของตำแหน่งประธานสมาคมประจำหมู่บ้าน สำลักกาแฟจนรินหกใส่สมุดบันทึก “อะไรของมันนักหนา คนตื่นสายอย่างเราไม่ได้พักบ้างรึ!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงรองเท้ากระทบพื้นหน้าสมาคม สมศรี ผู้หญิงแต่งตัวเป๊ะยิ่งกว่านายตรวจ เอะอะก็ยื่นชีทประชุมทุกอย่างให้กับคนที่ไม่อยากได้ “พี่หมู! ประชุมพิเศษค่ะ เรื่องด่วนห้ามปฏิเสธ นี่ค่ะ—”
อร เด็กสาวรุ่นเดียวกับสมศรีเดินตามมาติด ๆ พร้อมถุงขนมน้ำตาเทียม (แต่ใจจริงปลอม) มือถือสั่นลั่น “เค้าบอกว่าพ่อค้าของมือสองจะมาซื้อบ้านเราเหรอ ใครมันขาย ใครมันคิด—”
ดล เพื่อนบ้านบ้านติดกัน แค่เห็นกลุ่มนี้รวมพล ดลก็หยิบผ้าสี (ที่รีดไม่เรียบ) ติดมือมาด้วย “ประชุมอีกแล้วเหรอ เดี๋ยวผมตากผ้าก่อน ไม่ต้องรอผมนะ แค่ขอรายงานประชุมประเด็นเดียว”
เสียงประตูเก่า ๆ ดังเอี๊ยดเหมือนมันจะบอกว่าเหนื่อยกับความวุ่นวายไม่แพ้ใคร สมศรีเริ่มพูดรัว “ทุกคน! เรื่องด่วน พ่อค้าของมือสองในตำนานจะมาซื้อบ้านเรา ถ้าหา ‘กุญแจประตูลับ’ ไม่เจอ หมู่บ้านเราต้องเป็นโรงเก็บของมือสองแน่ ๆ!”
พี่หมูแทรกขึ้นมากลบเสียงประจบ “ประตูลับอะไร ไม่มีในอดีตหมู่บ้านหรอก ผมอยู่มาตั้งแต่เค้ายังโรยกรวด ลูกค้าแค่มาถามราคา ไปใส่อารมณ์กันเองเปล่า!”
อรน้ำตาซึมอีกหน “พี่หมูอย่าโกหก ก็เห็นในกลุ่มไลน์เพื่อนบ้านชัด ๆ ว่าใครสักคน (ชื่อขึ้นต้นด้วย ส.) ขายบ้าน!”
สมศรีนิ่งไปสองวินาที จากนั้นค่อยลากนิ้วชี้ใส่หน้าดล “นี่! ใช่คุณหรือเปล่า! โพสต์วันก่อน ทำนองว่าเบื่อบ้าน จะย้าย ถ้ามีคนขอ”
ดลสำลักความรู้สึกผิด เพราะเขาโพสต์จริงแต่เพราะกลุ่มไม้ประดับหน้าบ้านตายหมดเพราะเพื่อนบ้านขโมยร่ม “ผมก็แค่ประชด…อะแฮ่ม ก็ไม่ได้จะขายจริงนี่ครับ!”
เสียงมือถือดังขึ้น อรอ่านไลน์กลุ่มอย่างเครียด “พวกเราจะเสียบ้านแน่ ๆ ถ้าไม่หา ‘กุญแจประตูลับ’! ใครซ่อน?”
สมศรีลงนามอย่างเป็นทางการ “ฉันในนามสมาคม รวมใจ ขอเปิดภารกิจตามหากุญแจประตูลับ!”
ทุกคนตาลุกที่ไม่เหมือนกัน พี่หมูคิดถึงของกิน สมศรีนึกถึงความสำเร็จ ดลอยากกลับไปตากผ้า อรอยากร้องไห้
เริ่มปฏิบัติภารกิจ ‘ตามหากุญแจ’ ด้วยการไปบ้านแต่ละหลัง อรยืนยัน “แต่ละบ้านต้องแอบซ่อนอะไรแน่ ๆ!” สมศรีขึงขังเดินนำกลุ่ม พี่หมูเอาแต่ชี้ตามกลิ่นอาหาร ดลพูดพึมพำกับรองเท้าแตะว่าเหตุการณ์แบบนี้ปกติจะจบที่หมาเป็นคนซ่อน
บ้านหลังแรกคือบ้านลุงเหน่ง คนแก่ใจดีแต่ขี้ลืมเกินพิกัด ลุงเหน่งไม่มีแม้แต่กุญแจบ้านตัวเอง กุญแจเดียวของลุงคืออันที่ติดอยู่ในประตูหน้าบ้านยาวนานสามเดือนแล้ว “จะหากุญแจอะไรก็ไปดูในขวดโหลโน่นเถอะลูกเอ๊ย ช่วยดูต้นไม้ให้ด้วยนะ”
อรถนของเก่าออกมาดู พบว่าเป็นลูกกุญแจบัตรรถไฟ สมศรีรีบขอถ่ายรูป ส่งเข้ากลุ่ม พี่หมูกำลังสนใจขนมทิ้งเอาไว้บนโต๊ะจนลุงเหน่งแอบหยิบไปกินเอง
เสียงแว่วจากบ้านคุณบิว เจ้าบ้านสาวเคร่งนิติบุคคล “พวกเธอมาทำอะไรหน้าบ้านฉัน สมาคมอีกแล้วเหรอ” สมศรีตอบแบบผู้พิพากษา “มาตรวจหากุญแจประตูลับค่ะ!” อรหลุดปากถามไม่ตรงประเด็น “ที่บ้านคุณบิวมีของมือสองไหมคะ จะได้ไม่ต้องขายบ้านเรา”
คุณบิวอึ้ง ชะงัก ก่อนจะหัวเราะ “ขายบ้าน? เอางี้ถ้าเจอกุญแจ จะฝากบ้านกับสมาคมไปขายเลย โอเคมั้ย?” พี่หมูเล่นตามสถานการณ์ “ถ้าจะขาย ขอค่านายหน้านะบิว เรื่องกินไว้ใจผมได้”
ระหว่างเดินกลับ สมศรีทวนบทสนทนาในไลน์ว่า “ข้อมูลจากคนขายของมือสอง เขาบอกเข้ามาสำรวจที่เมื่อไหร่ให้รีบแจ้ง!” ดลหัวเราะเบา ๆ “ที่บ้านมีอะไรลับ ๆ ก็คงมีแต่ถังขยะหน้าบ้านนั่นแหละ สมาคมอย่าคิดมากกันไปเอง”
พลันมีข่าวลือใหม่ในไลน์ว่า ‘มีคนเห็นผู้ชายถือกล่องปริศนาเดินสวนในหมู่บ้านตอนค่ำ!’ อรตาโต “เฮ้ย! หนูอยู่บ้านคนเดียวจะปลอดภัยมั้ยเนี่ย หรือเขามาหากุญแจเหมือนเรา”
พี่หมูหยอก “กล่องแบบไหน กล่องข้าวเหรอ ถ้าอย่างงั้นขอแบ่งบ้างละกัน” สมศรีถอนหายใจเงียบ ๆ คาดว่าถ้าเดินอีกหน่อยคงเจอร้านของกินมากกว่ากุญแจ
สมาคมรวมใจแวะบ้านพี่แมว ผู้ยังหลับอยู่กลางวัน สมศรีตะโกนเรียกคล้ายจะใช้ไมค์ประชุม “พี่แมว! ขออนุญาตตรวจบ้านค่ะ!” เสียงงัวเงีย “ตรวจอะไรกันแต่เช้า นักสืบหรือไง” อรเปิดลิ้นชักกุก ๆ เจอลูกกุญแจติดป้ายเขียนว่า ‘กุญแจ ATM เก่า’ สมศรีถอนใจ “แบบนี้ไม่ใช่แน่”
ความวุ่นวายเริ่มต้นขึ้นจริงจังเมื่อมีคนใหม่เข้าหมู่บ้าน กลุ่มสมาคมกระตือรือร้นยิ่งขึ้น ดลห้ามเพื่อน ๆ “เราแค่ตื่นเต้นเกินไปมั้ยครับ เขาอาจแค่จะมาเช่าบ้าน” สมศรีสวน “ใครจะกล้าอยู่หมู่บ้านที่สมาคมวุ่นวายขนาดนี้ นี่ถ้ามีประตูลับจริงก็อย่าเอาออกมาให้ใครเห็น!”
เสียงแตรรถของพ่อค้าขายของมือสอง “ก๊งก๊ง ของเก่าแลกไข่จ้า!” ทำให้ทุกคนรีบวิ่งไปซุ่มข้างซอกไม้
อรหวีดเบา ๆ “ถ้าเราหากุญแจไม่เจอ เค้าจะเอาบ้านเราไปแน่ ๆ ฮือ…”
ดลยังสงสัย “เอาจริง ไม่เห็นมีใครพูดถึงประตูลับนอกจากเราเลยนะ ถามคนอื่น ก็ไม่รู้เรื่อง”
เช้าวันต่อมา หมู่บ้านเดือดระอุเมื่ออรเข้าใจผิดโพสต์ในกลุ่มว่า ‘พวกเราซ่อนกุญแจประตูลับกันอยู่’ พ่อค้าของเก่าโทรมาตามหมายเลขที่แปะหน้าสมาคมว่าจะมาเยี่ยมเยียนเฉย ๆ คนในหมู่บ้านเริ่มแตกตื่น คิดกันไปต่าง ๆ นานา
สมศรีเรียกประชุมใหญ่แบบไม่ให้เวลาหายใจ “ข้อมูลล่าสุด มีคนเห็นเงาปริศนาเดินเข้าลานจอดรถเมื่อคืน! พี่หมูคิดว่าใช่ผู้ซื้อไหม?”
พี่หมูตอบแบบคนหิว “ผู้ซื้ออะไร เลิกคิดเรื่องขายบ้านเถอะ ซื้อมือสองก็ซื้อข้าวกล่องแค่นั้นแหละ”
ดลพูดขึ้นมานิ่ง ๆ “แต่ถ้าห้องประชุมนี้กลายเป็นที่ซ่อนกุญแจจริงล่ะ?” ทุกคนมองหน้ากันแบบไม่เชื่อ แต่ก็พรวดพราดค้นซอกทุกมุมของห้อง สมุดประชุม ขวดโหลขนม โต๊ะขาสั้น เตียงไม้เก่า ไม่ละเว้นอะไรแม้แต่ลังรองเท้า งานนี้นอกจากไม่เจอกุญแจอะไรเลย ขนมของพี่หมูยังขาดตลาด
ช่วงบ่าย พ่อค้าของเก่าแวะมาอย่างสุภาพ “คุณคือสมาคมรวมใจใช่มั้ยครับ ผมขอซื้อของมือสองในห้องประชุมได้ไหม เห็นพวกคุณมีลังเก่า ๆ น่าสนใจ” สมศรีสวนทันที “ลังนี้ห้ามยุ่ง! เรากำลังเก็บของสำคัญของหมู่บ้าน!” พ่อค้าเกาหัวอย่างคนโดนป่วน
อรสอดขึ้น “จริง ๆ แล้วลังขนมเก่า ๆ ในห้องเป็นที่เก็บกุญแจประตูลับหรือเปล่า” ดลเริ่มเอะใจ “ทำไมคุณสมศรีต้องหวงลังขนาดนั้น”
พี่หมูออกตัว “ผมหวงของกินครับ ประตูลับอะไรไม่มีจริงหรอก” แต่สมศรีเริ่มหน้าเสีย โดยเฉพาะเมื่อแม่บ้านสวนพูดว่า “ถ้ากุญแจอยู่ในลังขนม พวกเธอคงกินกันหมดแน่ ๆ!”
ขณะที่ความเครียดยังคุกรุ่น พ่อค้าเก่าเข้าใจผิดว่ามีของมีค่าซ่อน จึงประมูลลังขนมนั้นราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อนบ้านคนอื่นเริ่มให้ความสนใจ กลายเป็นการประมูลกันเองอย่างสนุกสนาน จนดลหลุดขำ “นี่มันงานการกุศลหรืออะไรเนี่ย”
ในที่สุดสมศรีอดใจไม่ไหว เปิดลังขนมเผยให้เห็นกุญแจเก่า ๆ ที่จริงแล้วคือกุญแจตู้กับข้าวของแม่บ้านเมื่อสี่ปีก่อน ทุกคนหัวเราะให้กับความวุ่นวายและความเข้าใจผิดที่ลากไปไกลกว่าความจริง
พ่อค้าของเก่าซื้อลังไปอย่างงุนงง ยังไม่ลืมหยอด “ถ้ามีประตูลับจริง ขอซื้อเป็นคนแรกนะครับ”
สมาคมรวมใจถอนหายใจกันถ้วนหน้า พี่หมูหันมาแจกขนม อรเลิกเศร้า ดลเดินไปตากผ้าด้วยรอยยิ้ม สมศรีลงทุนแจกสูตรขนมในกลุ่มไลน์เป็นของขวัญ
ตอนเย็นหมู่บ้านกลับมาสงบสุขเหมือนเดิม พร้อมมุกส่งท้ายจากพี่หมู “คราวหน้าถ้าสงสัยอะไร ไปถามหมาในหมู่บ้านก่อนล่ะกัน เจอมันนอนขวางประตูทุกที!”
เสียงหัวเราะและความบันเทิงโอบล้อมสมาคมแบบไม่รู้จบ ขณะทุกคนเดินกลับบ้าน ต่างยิ้มให้กันและกันกับความวุ่นวายสุดแสนจะธรรมดาแต่พิเศษเฉพาะหมู่บ้านนี้