แสงเลือนกลางเกาะเหงา
เสียงคลื่นซัดกระหน่ำเข้ากับขอบเรือสปีดโบ๊ตเก่าซึ่งแกว่งไกวอยู่กลางทะเล มากกว่าความกลัวคือความไม่แน่ใจ — จะไปถึงจุดหมายเมื่อไหร่? จบฤดูฝนแล้วแต่ท้องฟ้าก็ยังหม่น คลื่นสูงจนเสียงเครื่องยนต์กลบเสียงพูดของภัทและนิ้งไม่ได้ ลีลาปิดหนังสือแน่น ยกตามองแต่เงียบ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ใกล้ถึงรึยังวะ เราขึ้นเกาะผิดหรือเปล่า…” ภัทตะโกนแล่นสวนลม นิ้งเบ้ปาก ตะโกนกลับ “นายก็บอกจะสำรวจเส้นทางใหม่นี่!”
“มันไม่ได้อยู่ในแผน—” ลีลาพูดแทรกในจังหวะสั้น ๆ “เงียบก่อน คนขับขรึมไปไหนแล้ว”
ภัทกวาดสายตาเห็นว่าคนขับเรือหนุ่มท่าทางขรึม ๆ ชื่อไทยได้เงียบไป เปิดแผนที่บนมือถือแล้วเดินไปคุยกับลูกเรืออีกคน สองคนนิ่งกลางสายลมก่อนจะมีจังหวะเรือโคลงแรง ลูกเรือโพล่งเสียงตื่น “เรือหลงทิศ! แกนเข็มมันแปลกไป!”
กระสับกระส่ายกันพักใหญ่ สุดท้ายเกาะลึกลับซึ่งไม่อยู่ในแผนก็โผล่ขึ้นกลางสายหมอก ทุกคนเงียบ ต่างพยายามประเมินสถานการณ์ ใจจริงไม่มีใครอยากขึ้นฝั่งแต่สัญญาณวิทยุขาดหาย น้ำมันรั่ว เสบียงกระจัดกระจายและคนขับเรือกระโดดน้ำหายว่าไปหาอะไรสักอย่างแล้วไม่กลับมาอีก
ทั้งห้าที่เหลือจำใจลากเรือขึ้นฝั่งเกาะไม่รู้จัก คลื่นใหม่ซัดต่อ สัมผัสแข็ง ๆ ใต้อุ้งเท้าจมหายลงกับทรายเปียก บนเกาะ ถ่องแท้ถึงบรรยากาศประหลาด เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นแรงแต่ไม่มีใครพูดถึงมัน
นิ้งยืนกลางแนวหญ้า รอยยิ้มจาง ๆ แฝงความกังวล “รีบหาทางออกกันเถอะ ก่อนทุกอย่างจะสาย” ลีลามองฟ้า ค่อย ๆ นั่งวาดภาพลงกระดาษเป็นการกลบเกลื่อนความกลัว ส่วนภัทเลือกเดินสำรวจ ทิ้งเสียงหายใจครืดเครืองไว้ข้างหลัง
กลางคืนนั้น ทุกคนรวมตัวรอบกองไฟ ชั่วขณะ เงามืดริมป่าและกิ่งไม้ลู่ฟ้าเหมือนซ่อนบางอย่างไว้ เปรม ลูกเรือหนุ่มหน้าซีด เดินวนไปวนมาห่างจากคนอื่น สีหน้าเคร่งเครียดจนใคร ๆ เริ่มจับพิรุธ “นายโอเคไหมเปรม” ลีลาถามเบา ๆ
เปรมอึกอัก ขยับปากเหมือนจะพูดอะไรแต่เงียบไป ช่วงเวลานั้นนิ้งหนาวจนต้องขดตัว “นายมีอะไรที่ยังไม่ได้บอกใช่ไหม” เสียงภัทเค้นจนเปรมหลบตา
“ม…ไม่มีอะไร—แค่คิดถึงบ้าน” เปรมตาตก ไขว้มือกันฝนบาง ๆ ที่เริ่มโปรยลงมาโดยไม่มีทีท่า แต่ละคนมองตัวเองในเงาแสงไฟ เครื่องป้องกันใจตนเองต่างทำงานหนัก ใจหนึ่งอยากกลับบ้าน อีกใจอยากเอาตัวรอด
เช้าถัดมา ภัทเป็นคนตื่นคนแรก เดินลุยเข้าไปในป่าเพื่อหาแหล่งน้ำ สัมผัสกลิ่นฉุนของดินชื้นและเสียงป่าเรียบแปลกหู ขณะเดินนั้นเขาสังเกตเห็นรอยเท้าลึกฝังในโคลน — ไม่ใช่ของพวกเขาแน่นอน ภัทหันหลังกลับอย่างร้อนรน เหงื่อเม็ดโตไหลซึมหลังเสื้อ
“เจออะไรมั้ย?” ลีลาถามพลางยื่นน้ำให้ ภัทไม่ตอบทันที เปรมเดินเข้ามาเบียดพูดเบา “มีของแปลกในป่า มันเหมือนมีคนอื่นมาก่อนเรา…”
นิ้งพยายามผ่อนอารมณ์ “อย่าคิดมาก เราต้องหาทางติดต่อฝั่งก่อน” ลีลาถอนหายใจแล้วเหลือบสบตาภัท เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยคำถามแต่ไม่มีใครกล้าถามออกมา
เวลากลางวันร้อนจัด ทุกคนออกสำรวจแยกกันเล็กน้อย หลีกเลี่ยงความตึงเครียดที่เริ่มก่อตัว นิ้งกับเปรมบังเอิญเจอซากเรือเล็กเก่าแก่เกยหาด ไม้ผุกร่อนและเบาะหนังขาดวิ่น มีตะกรุดพลาสติกแขวนอยู่ รวมทั้งบันทึกเก่าเปรอะเปื้อนที่เปรมหยิบมาอ่านช้า ๆ
“พวกเขาเคยติดที่นี่…” เสียงเปรมแผ่ว “…พวกเขาไม่เคยรอด” น้ำเสียงของเปรมสั่นไหวจนมือสั่น นิ้งกัดริมฝีปาก “คนเราอาจทำพลาด แต่เรายังมีโอกาสนะ”
เสียงรองเท้าบดทรายประกอบจังหวะเดินของภัทที่เดินมาหา “อยู่นี่เอง พวกนายหลบอะไร” ลีลาตามมาในเวลาต่อมา รอยยิ้มจาง ๆ ของเธอกดอารมณ์ไม่ให้แตกธาตุ “ในสมุดพูดถึงเสียงกลางคืน… แล้วพวกเธอล่ะ ได้ยินอะไรหรือเปล่า?”
เปรมลดสายตา “เมื่อคืนนายไม่ได้ฝันอะไรเลยเหรอ—” เขาชะงัก ช่วงเวลานั้นไม่มีใครตอบ สายลมพัดแรงขึ้นเพียงครู่
หลังกินอาหารเรียบง่ายที่เหลืออยู่ ทุกคนกลับมาวงกองไฟ กองไฟครั้งนี้เงียบหนักกว่าเดิม ภัทหยิบสมุดที่เปรมเจอขึ้นพลิกหน้า พึมพำเสียงเบา “คนที่มาติดเกาะก่อนพวกเรา เขา… เหมือนจะกลัวอะไรบางอย่าง”
นิ้งนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนถามซีเรียส “ความกลัวมันก็คล้ายกับการโดดเดี่ยวไหม แล้วนายกลัวอะไรที่สุดเวลานี้?” เปรมไม่ตอบ ทอดมองเปลวไฟเล็กที่เริ่มสั่นไหว ลีลากอดเข่าเงียบ ๆ น้ำตาคลอปริ่มแต่ไม่กล้าหล่นออกมา
คืนนั้นฝนกระหน่ำแรง พายุปะทะกลุ่มเด็กหนุ่มสาวจนต้องซุกตัวในซากเรือเก่า เปรมรั้งนิ้วมือลูบตะกรุด ปากสั่น “มันเหมือนคนกำลังจับตาดูเรา” ภัทกระตุกไหล่ “จะบ้าไปถึงไหน เปรม ไม่ใช่เวลามาเล่าเรื่องหลอน ๆ”
นิ้งถอนใจ เงียบสักพัก “ถ้าเข็มทิศยังแปลก เราจะรอดไหม?” เสียงฝนซัดหลังประโยคจบลง ไม่มีใครยืนยันได้
เช้าใหม่ เปรมหายตัวไป ทิ้งรอยเท้าและคราบเลือดจาง ๆ บนแนวทราย ภัทกับนิ้งช็อก ลีลาซ่อนน้ำตาไว้ในเส้นผมที่เปียกปอน
“เราต้องหาตัวเปรม พวกเราอย่ายอมแพ้!” นิ้งยืนยันเสียงแข็ง แม้สีหน้าไม่เชื่อมั่นนัก ภัทขมวดคิ้วแน่น “พวกนายจะใช้แผนอะไร พวกเรามีแค่มีดพกกะสมุดเก่า ๆ”
ลีลาลูบกระดาษ ในตาของเธอเต็มไปด้วยความกลัวและตั้งใจ “ฉัน… ฉันไม่อยากเสียใครไปอีก”
พวกเขาเริ่มตามรอยเท้าเข้าไปในป่า ฝ่าผืนดินชื้น หัวใจเต้นตึงในอก ต้นไม้สูงใหญ่เรียงรายบดบังแสง เชือกจากสมุดเก่าชี้ทิศทางไปยังถ้ำลึกลับ ทุกย่างก้าวคือเงามืดทั้งภายนอกและภายในจิตใจ
“เธอกลัวไหม?” ภัทถามแทบไม่หยุดหายใจ นิ้งเงียบไปนาน ก่อนสารภาพ “กลัว…กลัวว่าพวกเราจะไม่ได้กลับและกลัวความจริงของกันและกันด้วย”
ลีลาจ้องภัทนานเป็นพิเศษ “นายเคยโกหกใช่ไหม” ภัทเบือนหน้า กลบเกลื่อนด้วยการเร่งฝีเท้า ผลักทุกอารมณ์ไว้ใต้ใบหน้ากล้า
ภายในถ้ำ เสียงก้องของน้ำหยดลงที่พื้น ทุกคนต่างระวังตัว นิ้งเป็นคนแรกที่เห็นร่างเปรมนอนขดตัวอยู่มุมหนึ่ง สภาพอิดโรย ดวงตาหวาดกลัว เปรมพร่ำ “ข…ขอโทษ… ผมไม่ได้ตั้งใจฟังเสียงนั้น…”
ลีลาเดินเข้าไปใกล้ คุกเข่าข้างเปรม “เสียงอะไร เปรม” เปรมไม่กล้าสบตา เสียงเขาสะอื้น “ในหัวของผม บางทีมันอาจเป็นความผิดของผมที่เราติดอยู่ที่นี่… ผมไม่ได้ตั้งใจจะ—”
นิ้งเดินเข้ามา โอบไหล่เปรม “เรื่องบางอย่างให้อภัยไม่ได้ทันทีหรอก แต่เราต้องเลือกเดินหน้าต่อ” เธอมองภัทด้วยแววตาลึกซึ้ง “เราแต่ละคนต่างก็มีความลับ”
เสียงหินกลิ้งลงจากปากถ้ำ ทุกคนชะงัก เงาร่างหนึ่งโผล่ขึ้นจากความมืด — คนขับเรือ! สภาพเหมือนถูกครูดผ่านอะไรบางอย่าาง แววตาว่างเปล่า ความกลัวของทุกคนพุ่งสูงสุดทันที
“คุณ…ทำอะไรลงไป…” ลีลาถาม คนขับเมินเฉยริมรอยเลือด “เราไม่ควรเข้ามาในที่ของเขา” พร้อมเสียบมีดยาวลงพื้นเบื้องหน้า แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝาในถ้ำถล่มบางส่วน ดินร่วนลงกองกลบปากถ้ำบางส่วน
นิ้งหลบร้องไห้เงียบ ๆ ภัทคลำหาทางออก ลีลาจับข้อมือเปรมไว้แน่น “เรายังเหลือโอกาส เธอต้องเลือกว่าจะเผชิญหน้าหรือหลบหนี”
เสียงร้าวสุดท้าย ดวงตาทุกคู่ยอมรับต่อความกลัวของตน ภัทเริ่มโอบกอดโดยไม่พูดอะไร นิ้งยืนขึ้น พูดเสียงแผ่วแต่มั่นคง “สิ่งที่น่ากลัวกว่าภัยภายนอกคือความไม่ซื่อสัตย์ในใจเราเอง นี่ต่างหากคือคำสาปที่แท้จริง”
ดวงอาทิตย์โผล่ที่ปากถ้ำ กลุ่มเพื่อนกอดคอกันเดินออกไปภายนอก แม้ไม่ได้พบบ้าน ไม่มีเรือ ไม่มีใครรับรองได้ว่ารอด แต่ความจริงที่ถูกเปิดเผยค่อย ๆ รักษาความสัมพันธ์ใหม่ที่เปลี่ยนแปลงตลอดกาล
ลีลาสาวเท้าก้าวข้ามแสงอาทิตย์สะท้อนผิวน้ำอ่อน ๆ เช่นเดียวกับความกล้าที่บ่มเพาะใหม่ในตัวเธอ นิ้งหันมายิ้ม “เรากลับบ้านกัน” ภัทหลบตา พยักหน้า ในขณะที่เปรมกลั้นน้ำตาไม่อยู่ แต่รอยยิ้มแรกในรอบหลายคืนปรากฎขึ้นบนใบหน้า
ท้องฟ้าสีใหม่ หลังสิ้นเสียงคลื่น ทุกคนเดินบนหาดอย่างเข้าใจในความผิดพลาด ความลับ และอดีตของกันและกัน มันไม่ใช่จุดเริ่มต้น แต่เป็นแสงสุดท้ายกลางเกาะเหงา — แสงที่ผสานคำสาบานใหม่ว่าจะไม่ปล่อยมือกันอีก