กลางสายฝนที่เธอไม่รู้ตัว
เสียงฝนกระทบกระจกหน้าต่างอย่างต่อเนื่อง ก่อเป็นจังหวะประหลาดที่เย็นชาและคุ้นเคย ภัทร์นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกเล็ก ๆ ของอิงฟ้า เสื้อเปียกจากการวิ่งฝ่าฝนยังไม่แห้งสนิท กลิ่นดินเหนียวปะปนกับกลิ่นหอมของน้ำชาอ่อน ๆ ที่อิงฟ้าเทวางไว้บนโต๊ะไม้เตี้ย ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ขอโทษนะ ฝนมันตกแรงกว่าที่คิด ไม่น่าชวนมาวันนี้เลย” เสียงอิงฟ้าเบาแต่จริงใจ เธอวางแก้วต่อหน้าภัทร์แล้วนั่งลงฝากองแขนข้างกัน ทั้งสองคนทรุดตัวใกล้กันมากกว่าปกติด้วยข้ออ้างว่าต้องแชร์ผ้าห่มกันป้องกันหนาว
ภัทร์ส่ายศีรษะ ไม่สบตาแต่ยิ้มบาง ๆ “เราเป็นคนเซ่อเองแหละ ฝนจะตกไม่รู้เรื่อง ควรจะพกร่มติดมาบ้างนะ”
อิงฟ่ายักไหล่ ทำทีเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ในสายตาแฝงความห่วง “มานี่ เดี๋ยวเราเป่าให้” เธอหยิบผ้าขนหนูมาแตะแผ่วเบาที่เส้นผมของภัทร์ สองสายตาเผชิญกันโดยไม่ตั้งใจ ต่างรีบหลบตา รอยยิ้มจืดจางชั่วขณะ
เสียงฝนยังครอบคลุมทุกอย่าง ภัทร์สบถในใจ ความอึดอัดเกาะเต็มอากาศ เขารู้ดีว่าตัวเองไม่ควรปล่อยให้ความรู้สึกนี้คืบคลานมากไปกว่านี้—แต่ก็ยากเกินกว่าจะห้ามใจ
“วันนี้เหนื่อยมากไหมที่ออฟฟิศ” อิงฟ้าเปลี่ยนเรื่อง พยายามกลบความตึงเครียด
“ไม่เท่าไรหรอก แค่ทำโปรเจกต์ใหม่กับทีมสีน้ำเงิน งงไปหมดเลย กฎเปลี่ยนตลอด” ภัทร์ตอบอย่างขอไปที เห็นได้ชัดว่าหัวใจเขาไม่ได้อยู่ในที่ทำงานในวันนี้
ความเงียบวาบเข้ามาระหว่างบทสนทนา อิงฟ้าทำท่าเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ลังเล ขยับริมฝีปากแล้วเปลี่ยนเป็นยิ้มบาง ๆ แทน
ภัทร์จับสังเกตได้ แต่นิ่งเฉย เขาเพิ่งเลิกกับแฟนเมื่อสามเดือนก่อน จนป่านนี้ยังไม่กล้ามองใครด้วยหัวใจอีกครั้ง กลัวผิดหวังซ้ำซาก กลัวอะไรที่ไม่ชัดเจนกับอิงฟ้าจะกลายเป็นความเสียใจที่ย้อนมาอีก
ฝนซายามค่ำคืน อิงฟ้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ไฟถนนส่องเงาละลายในม่านน้ำฝน เธอสูดหายใจลึก พูดคล้ายพึมพำกับตัวเอง “ฝนแบบนี้ทำให้นึกถึงอดีตแฮะ…”
ภัทร์นิ่ง เงียบ เขารู้ว่าอิงฟ้ายังคงมีความลับที่ไม่เคยบอกเขา อะไรบางอย่างเกี่ยวกับครอบครัว กับอดีตที่ทำให้เธอกลัวการมีความรักจริงจังเหมือนกัน
“เมื่อคืนเราฝัน ไม่ใช่ฝันดีเท่าไร” อิงฟ้าเอ่ยเสียงแผ่ว
“ฝันว่าอะไรเหรอ” ภัทร์เอ่ยเบา ๆ สายตามองมุมปากของอีกฝ่ายเพื่อซ่อนความรู้สึก
“ฝันว่า… เรากำลังไล่ตามบางอย่างอยู่ แต่ทุกครั้งที่เกือบจะคว้ามา มันก็หลุดมือออกไปทุกที”
ภัทร์กะพริบตา ไม่พูดอะไรในตอนแรก เขาเข้าใจความรู้สึกนั้นดี เพราะทั้งชีวิตเขาก็คล้าย ๆ กัน ไล่ตามบางสิ่งที่ใจต้องการ แต่พอเข้าใกล้ความกลัวก็ย้อนมาฉุดรั้งไว้เสมอ
“บางที… ชีวิตจริงก็คงไม่ต่างกับความฝันเท่าไรหรอกเนอะ” ภัทร์เอ่ยเสียงเรียบ
ทั้งคู่ต่างหลบสายตากัน บรรยากาศหนักอึ้งขึ้น ความสัมพันธ์คืบคลานจากเพื่อนสนิทไปสู่ขอบขุ่นมัวที่ยังไร้ชื่อ
เช้าวันถัดมา ภัทร์กลับบ้านแต่เช้า ทิ้งไว้แค่โน้ตเล็ก ๆ “ขอบคุณสำหรับเมื่อคืน ฝนทำให้ใจอุ่นกว่าทุกที” อิงฟ้ารู้สึกจุกในอกในขณะที่อ่านข้อความนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอยังคงเหมือนเดิม แต่มีบางอย่างเปลี่ยนไปสองในใจ
วันเวลาผ่านไป หลายสัปดาห์ที่ทั้งสองพบกันน้อยลง ต่างอ้างงานและภาระส่วนตัวเพื่อลดเวลาสัมผัสกันจริง ๆ แต่เมื่อเจอกันทีไร ความอึดอัดก็อบอวลมากกว่าเดิม
ในคืนหนึ่งที่อึดอัด ภัทร์นั่งแยกตัวอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ อิงฟ้าคอลมาหา เสียงเงียบชั่วครู่ ก่อนเธอจะพูดขึ้น “นาย… โอเคไหม dช่วงนี้ดูเงียบไป”
“ก็… ไม่รู้สิ งานเยอะด้วยแหละ” ภัทร์โกหก เขาไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดอะไรดี ความรู้สึกอยากใกล้แต่อยากห่างมันขัดแย้งไปหมด
“ขอโทษนะ ที่ปล่อยให้นายว่างเปล่าแบบนี้” อิงฟ้าพูดทั้งที่ยังจ้องกล้อง แววตาเศร้าผ่านหน้าจอ
“เรา… เรากลัวนะอิง กลัวว่าถ้าเดินเข้าไปอีก จะเสียเธอไปแบบไม่มีวันได้กลับมา”
อิงฟ้านิ่ง เธอไม่แน่ใจว่าควรพูดอะไร หรือจริงจังแค่ไหน ต่อจากนั้นต่างฝ่ายเอาแต่เงียบ ทั้งสองวางสายโดยไม่ได้พูดลากันแม้แต่คำเดียว
กลิ่นฝนบดบังทุกความหวัง รอยร้าวเพิ่มขึ้นทุกวัน ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายไปใส่ใจกับฝันของตัวเอง ภัทร์เริ่มจริงจังกับการยื่นทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ ส่วนอิงฟ้าก็อุทิศเวลาทั้งหมดให้ครอบครัวที่มีปัญหามากมาย
ด้วยระยะทางและเวลาที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ความสัมพันธ์จึงย้อนกลับไปเหมือนตอนแรกที่พบเจอกันในฐานะเพื่อนธรรมดา แต่ในหัวใจกลับเป็นปริศนาที่ลึกขึ้น
เวลาผ่านไปเกือบปี วันหนึ่งภัทร์นั่งอยู่สนามบินพร้อมตั๋วเครื่องบินในมือ เขามองโทรศัพท์ที่ว่างเปล่า ไม่มีข้อความจากอิงฟ้า เงาสะท้อนของเขาในกระจกสนามบินสื่อความว่างเปล่าหนักแน่นกว่าเดิม
ขณะเดียวกัน อิงฟ้าเดินผ่านร้านกาแฟเก่าในซอยเล็ก ๆ เห็นโต๊ะประจำที่เคยนั่งกับภัทร์ หัวใจเธอเงียบงันอยู่นาน เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นแต่ลังเล ไม่มีข้อความใดส่งออกไปเลย
โค้งสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่อง ภัทร์ได้รับข้อความหนึ่งจากอิงฟ้า “อย่าลืมกลับมาสู้กับฝันของตัวเอง และ… อย่าลืมฉันนะ”
ภัทร์ยิ้มเศร้า ถ้อยคำสั้น ๆ นั้นเหมือนก้อนหินที่ตกลงในบ่อน้ำใจของเขา เขาเก็บโทรศัพท์ เดินขึ้นเครื่องโดยไม่ได้ตอบ แต่ในหัวใจกลับชัดเจนว่าความรักนี้ยังไม่จางหาย
หลายเดือนต่อมา ภัทร์กลับมาจากต่างประเทศ เขามายืนหลบฝนหน้าเก่าๆ ที่เคยนัดอิงฟ้า รอเธอกลับมาจากงาน ทั้งสองสบตากันโดยไม่ทันตั้งตัว
อิงฟ้ายืนตะลึง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ “กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกเล่าอะไรเลย”
ภัทร์หัวเราะในคอ น้ำเสียงติดประชดเล็ก ๆ “กลัวเธอจะไม่ว่างมารับฝน”
อิงฟ้าสบตา น้ำตาซ่อนอยู่หลังรอยยิ้ม “เราไม่เคยนึกว่าฝนจะดีขนาดนี้ จนวันที่ไม่มีนายอยู่ข้าง ๆ”
เวลาพาสองคนเดินเข้าสู่เงาฝนใหม่ๆ พร้อมความเข้าใจที่เติบโต พายุก่อนหน้าทั้งหมดหลอมรวมเป็นคราบดำที่ทำให้หัวใจทั้งสองแข็งแกร่งขึ้น
ทั้งสองเดินเคียงกันใต้ร่มผืนเดียวกัน สีหน้าภัทร์ยังมีรอยเศร้าเกาะแต่วางใจมากกว่าเดิม เขากล้ากุมมืออิงฟ้าแน่นขึ้น
“เรายังกลัวอยู่…” อิงฟ้าเอ่ยเสียงเบา
“แต่ครั้งนี้เราไม่ปล่อยมือเธออีกแล้ว” ภัทร์กระซิบ เคล้าสายฝนที่เบาลงช้า ๆ
ทั้งสองหัวเราะตกค้าง เสียงหัวเราะและรอยยิ้มผสมกับกลิ่นฝนสดใหม่ วันฝนพรำนี้ไม่มีคำว่าจบสิ้น มีแต่จุดเริ่มต้นใหม่ของความรักที่ฝ่าฟันและเรียนรู้กันอย่างแท้จริง