วันคลื่นเงา
ฟ้าเปิดแสงกลางบ่าย เมธ เด็กหนุ่มแว่นหนาผู้แสนเฉยชาเดินผ่านซุ้มเสาขาวของคณะศิลปะ มหาวิทยาลัยในเมืองใหญ่ เขาสะพายเป้ขาดเก่า เสียงโลหะกระทบกันในกระเป๋ายังคงดังกุกกัก ทุกย่างก้าวระหว่างทางเดินก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันบางอย่างที่แฝงอยู่ในสายลม
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เขาเดินเข้าไปในสตูดิโอฝึกวาด เสียงแปรงขูดบนผ้าใบของเพื่อนในห้องเงียบผิดปกติ กานท์ เด็กหญิงร่างเล็กผมสั้นกระเซิงที่เพิ่งถูกลือว่าเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับพีชก่อนที่พีชจะหายตัวไป กำลังนั่งขีดเขียนรอยมือลงผ้าใบอย่างเสียจังหวะ เมธวางกระเป๋าลงข้างตัว หันไปมองสายตาแปลก ๆ ที่เพื่อนอีกคน — ชิน — สบมา
"วันนี้มีใครได้ข่าวพีชไหม" เมธทำเสียงเบา ทุกคนในห้องเหมือนชะงัก มือของกานท์สั่น ส่วนชินเบือนหน้าหนีไปแสร้งทำเป็นวาดต่อ สุพจน์ อาจารย์อายุกลางคนเดินถือแก้วกาแฟเข้ามาพร้อมเสียงฝีเท้าที่ขับไล่ความเงียบให้ถอยไปชั่วขณะ
"ยังไม่มีใครรู้ข่าวจริง ๆ หรือเปล่า ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ" อาจารย์ถาม ขณะเดียวกัน จิตตา เพื่อนสนิทของกานท์ที่มักพูดเสียงดัง กลับเงียบผิดวิสัย เธอมองต่ำไม่กล้าสบตาใคร
สายลมแรงจากหน้าต่างผลักเอากระดาษปลิวหล่นพื้น ทุกคนยังนิ่ง เมธทรุดตัวนั่ง ในมือเปื้อนแป้งเปียกล็อกแน่น นิ้วเกร็งบอกความตึงเครียด
"เมื่อคืน กานท์เองก็กลับหอคนสุดท้าย ทำไมไม่พูดอะไรสักคำล่ะ" ชินเอ่ยนุ่ม ๆ พร้อมจ้องย้อนกลับ กานท์ขยับตัว กัดฟันแน่น
"ฉัน…ฉันไม่รู้ว่า…" น้ำเสียงเธอขาดห้วง ฝ่ามือจับผ้าใบแน่นก่อนที่จิตตาจะเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ แต่มือทั้งสองสั่น ย้ำเตือนถึงบางสิ่งที่กำลังหลบซ่อนในสตูดิโอ
พลัน เมธก็รู้สึกเหมือนมีเงาดำเลื่อนไปแวบหนึ่งตรงกระจกหน้าต่าง ทุกคนมองหน้ากันอย่างเงียบงัน ก่อนอาจารย์จะไล่ให้ทุกคนเริ่มทำงาน ศิลปะในวันนี้จึงแวดล้อมด้วยความระแวดระวังและเงาสะท้อนบางอย่างที่ดูจะใกล้เข้ามาทีละน้อย
"อย่าคิดมากนะ เดี๋ยวพีชก็กลับมาแหละ" จิตตาพยายามพูดกลบเกลื่อนกับกานท์
"เธอต่างหาก…ที่ดูเหมือนปิดบังอะไรอยู่" กานท์พึมพำเสียงเบา ขณะที่เมธจับตามทุกประโยค รอยยิ้มกลบความกลัวไม่มิดในแววตา
เย็นวันนั้น หลังเลิกเรียน เมธยังคงอยู่ที่สตูดิโอ ไปหยิบกระดาษจากมุมห้องพลางสังเกตเห็นรอยสีแดงบนผนัง รอยนั้นคล้ายจะเป็นอักษร แต่ลบเลือนเกินอ่านได้ เขาเอนตัวไปใกล้พลางขมวดคิ้ว
ประตูเปิดอีกครั้ง กานท์เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ หอบกระเป๋า เหงื่อแต้มหน้าผาก สีหน้าวิตกจริตจนเมธต้องเงยหน้าขึ้นสบตา
"เมธ…เธอเห็นอะไรมั้ยเมื่อคืน ในหอพัก หรือ…หรือที่นี่?"
เมธลังเล บอกไม่ได้ว่าควรเล่าความกลัวที่รู้สึกลึกล้ำ หรือควรเก็บเงียบไว้ "ฉันแค่คิดว่า…อาจมีคนแกล้งหรือไม่ก็…" ประโยคจบลงพร้อมความเงียบอึดอัด ริมหน้าต่างเงาดำสะท้อนทาบผนังอีกครั้งเหมือนมีบางอย่างจ้องมองอยู่โดยไม่มีใครกล้าเอ่ยชื่อมันออกมา
ขณะเดียวกัน ชินที่กลับบ้านเร็วผิดปกติวันนี้ ขี่จักรยานผ่านซอยเปลี่ยว พลางมองโทรศัพท์มือถือในมือ มีข้อความปริศนาส่งมา "ถ้าไม่สารภาพ คืนนี้จะพาเธอไป"
ชินเหงื่อซึมมือสั่น พิมพ์ตอบอย่างไม่แน่ใจ "เธอเป็นใคร?" แต่ไม่มีใครตอบกลับ เขาเร่งปั่นจักรยานแล้วก็พบว่ามีร่างเงาของใครบางคนผ่านแวบไปข้างหลัง
คืนนั้น กานท์นอนไม่หลับ เธอขมวดคิ้วมองเพดานห้องแคบ ๆ เงาสะท้อนจากไฟถนนลากผ่านหน้าต่าง ความรู้สึกผิดหลอมรวมกับความกลัว เธอหยิบโทรศัพท์พิมพ์ข้อความหาพีช "กลับเถอะ เราขอโทษ" แต่ไม่มีใครอ่าน
เมธเดินวนในสตูดิโอ มองรอยอักษรจาง ๆ บนผนัง นึกถึงคำพูดหนึ่งที่สุพจน์เคยพูดกลางห้องเรียนเมื่อวันก่อน "ศิลปะซ่อนความจริงไว้ในเงาเสมอ" แต่ใครกันที่อยากซ่อน? มือเมธลูบสีแดงแห้งบนผนัง เสียงแปรงขูดเบา ๆ ดังจากมุมมืดของห้อง
สายลมเย็นวูบสาดเข้าจากหน้าต่าง ตำแหน่งเดียวกับที่พีชมักนั่งเมื่อเขายังอยู่ในห้องนี้ เมธเดินไปหยิบสมุดวาดรูปของพีชที่หลงเหลืออยู่ เปิดดูแต่ละหน้า เสียงบางอย่างลอดผ่านแผ่นกระดาษ "พวกเขาโกหก" ตัวอักษรบิดเบี้ยว ก่อให้เกิดความเย็นเยียบในอก
รุ่งเช้า คณะศิลปะปกคลุมด้วยเสียงซุบซิบ เมธ ซ่อนท่าทางลุกลี้ลุกลนไว้ใต้ท่าทีเฉยชา กานท์นั่งมุมห้องอย่างเหม่อลอย ส่วนจิตตานั่งจ้องโทรศัพท์ด้วยดวงตาวูบไหว
"เรา…ต้องทำอะไรสักอย่าง" จิตตาเอ่ยลอย ๆ สีหน้าขึงขังผิดปกติ "ฉันไม่อยากถูกลากเข้าไปในนี้ถ้าตำรวจเข้ามาเกี่ยว" เสียงของเธอแฝงความกลัวและขุ่นเคือง
กานท์เหลือบตาขึ้น "เพราะเธอก็รู้ว่าในคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น" เสียงกานท์เน้นหนัก จิตตาสะดุ้ง มือกำโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วขาว
อยู่ ๆ สุพจน์เดินสวนเข้าห้อง น้ำเสียงเคร่งเครียด "มีใครอยากสารภาพอะไรก่อนที่ความจริงจะถูกเปิดเผยหรือเปล่า?" ทุกคนก้มหน้าหลีกหนี ชินมองนาฬิกาข้อมือ อาจารย์เดินไปยังผนัง ทาบมือลงที่รอยสีแดงนั้น "แบบนี้เมื่อก่อนก็เคยเกิด…แต่ไม่มีใครกล้ายอมรับผิดสักที"
"แล้วใครวาด คุณหรือพีชกันแน่" เมธพูดเสียงขรึม แบบไม่ไว้ใจ
สุพจน์นิ่งเงียบ ความตึงเครียดในอากาศหนาหนักจนเหมือนจมอยู่ในหมอกเหนือสีเทาของผ้าใบว่างเปล่า
กลางดึก เมธแอบกลับมาที่สตูดิโอ เขานำกุญแจที่ซ่อนในกระเป๋าเป้มาไขประตู แสงไฟริบหรี่ชวนให้ขนลุก เขาเดินผ่านแผ่นกระดาษที่ปลิวลงพื้น หันมุมกล้องช้า ๆ ไปยังผนังด้านในสุด ใต้ชั้นวางหนังสือเก่า แสงไฟฉายสาดไปเห็นสมุดวาดรูปอีกเล่มหนึ่ง ในนั้น-มีภาพร่างจำนวนหนึ่ง ที่วาดเป็นชายหญิงล้อมรอบด้วยเงาดำ
"บันทึกความผิด …" เมธอ่านเสียงกระซิบในหัวใจ ภาพนั้นคล้ายกับเหตุการณ์ในห้องเมื่อคืนที่พีชหายไป
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังข้างหลัง เมธหมุนตัวทันที แต่เจอเพียงกานท์ที่เดินเข้ามาช้า ๆ
"ฉันรู้ว่าเธอจะมาที่นี่" น้ำเสียงสั่นเครือ ปรารภทั้งน้ำตา "พวกเขาโกหก…รวมถึงฉันด้วย"
"บอกฉันมา ทุกอย่าง" เมธโน้มตัว กระซิบเบา ๆ เพื่อดึงความไว้ใจ
"คืนนั้น…ฉันเห็นจิตตากับพีชทะเลาะกันรุนแรงมาก เธอผลักเขาไปโดนผนังตรงนี้ สีแดงนั่นคือเลือดจริง ๆ จิตตากลัว เลยใช้สีทับเงาบางส่วนไว้…" กานท์สะอื้น น้ำตาอาบแก้ม "ฉันไม่กล้าพูด ฉันกลัวจิตตาจะเป็นอะไรไป"
"แล้วเงาที่เราเห็นในห้อง?" เมธกัดฟัน เงาดำเข้าครอบห้องทันที สายลมเย็นวูบเข้ามาอีกครั้ง รูปภาพในเล่มสะท้อนให้เห็นเงาที่ขยับได้แบบไม่ใช่มนุษย์
"มันเป็นวิญญาณพีช…เขาตามหาความยุติธรรม ฉันเจอเขาทุกคืนในฝัน" กานท์กระซิบติดขัด
เสียงประตูเปิด จิตตาเข้ามายืนกลางห้องเงียบ ๆ ดวงตาแดงก่ำ "เธอรู้อะไรบ้าง" เธอกดเสียงต่ำ สายตาแข็งกร้าว เมธยืนขวางกานท์ไว้
"ทุกคนต้องสารภาพ ไม่งั้นวิญญาณจะไม่ไปไหน" เมธพูดแข็ง ในขณะที่ความกลัวค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความตัดสินใจ
"ฉัน…กลัว" จิตตาซบหน้าร้องไห้ มือกุมหัวเข่า "ฉันแค่…ฉันไม่ได้ตั้งใจ…แต่ฉันเคยคิดว่าถ้าพีชหายไป ฉันก็จะไม่ต้องกลัวโดนบูลลี่อีกต่อไป" คำสารภาพดังกังวานไปทั่วห้อง
เสียงแผ่วเบาในอากาศเย็นชืดลง รอยบนผนังแดงสดขึ้นมาอีกครั้ง รูปภาพในสมุดเงาของเมธเคลื่อนไหวช้า ๆ เหมือ…