แผนปั้นแตงโมกับชะตาน้องใหม่
เสียงโทรศัพท์สั่นในเช้าวันอาทิตย์ เดือดร้อนถึงพีท—เฟรชชี่ปีหนึ่งผู้มั่นใจในเซนส์ความเป็นผู้นำของตัวเองมาตลอด—ต้องคว้าเครื่องมากดรับเพราะเงียบไม่ได้ เสียงเติ้ลดังเจี๊ยวจ๊าวผ่านสาย “เฮ้ย ๆ วันนี้นัดกันหน้าหอกี่โมงวะ จะเตรียมแตงโมปลอมไหนกัน!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เอาแตงโมจริงดิวะปลอมทำไม ใครจะรู้มันปลอม เอาแตงโมจริง เซอร์ไพรส์กว่า” พีทยันเสียงแหบ ทุกเสียงประสานผ่านกรุปแชตคลับคล้ายจริงจังกับภารกิจ—จะต้อนรับน้องใหม่ ‘จิ๊บ’ ด้วยแผนยื่นแตงโมยักษ์ให้ตอนเข้าโรงอาหาร
หนุ่มสำอางชื่อแซนจ์ยกมือค้านทันที “แตงโมจะถือเข้าหอได้ยังไงวะตำรวจหอเห็นโดนว่าสร้างความวุ่นวายแหง นายคิดแล้วใช่ไหมเนี่ย?” เติ้ลหัวเราะใส่ “แค่แตงโมลูกเดียวไม่เห็นต้องซีเรียส คิดเยอะกันไปเอง”
แต่ละคนมั่นใจในแผนของตัวเองจนบนโต๊ะวางแตงโม 3 ลูก ต่างขนาดเพราะไม่มีใครคุยกันว่าซื้อมาแล้ว ที่สำคัญ…จิ๊บไม่กินแตงโม (ใครก็ไม่เคยนึกถาม)
เสียงกริ่งประตูดังขึ้น จิ๊บเดินเข้ามาหน้าตายง่วงหน่อย ๆ ทุกคนตกใจรีบแยกแตงโมออกจากกัน กลัวเซอร์ไพรส์ล่มเพราะจิ๊บดัน “มาเช้า” เกินแผนพื้นที่โรงอาหารที่ใช้เตรียมเซอร์ไพรส์
เติ้ลหันไปถามเบา ๆ “น้องแกจะขำมั้ยวะ หรือจะฟ้องอาจารย์” แซนจ์ว่า “ฟ้องก็ฟ้องดิ มีแต่แตงโม จะกลัวไร” พีทตัดบท “ทุกคน ซ่อนแตงโม เดี๋ยวเค้าเห็นก่อน” แต่เติ้ลดันถือลูกที่ซ่อนไม่มิดจนหลุดโดนขาโต๊ะเสียงดัง
จิ๊บมองตาม เงียบ เขยิบเข้าไปถาม “พี่ ๆ ทำไรกันเหรอ” เติ้ลหันขวับ “เปล๊า! ไม่มี๊!” และเงียบอึ้ง ทุกสายตามองไปทางอื่นอย่างไม่เนียนที่สุดในโลก จิ๊บสังเกตเห็น แต่เลือกไม่ถามต่อ
กิจกรรมเซอร์ไพรส์แตงโมถูกพักไว้ กลายเป็นว่าทุกคนต้องไปเรียนรหัสวิชาพื้นฐาน วิชานี้น่าเบื่อแต่สำคัญ ครูเตย—ผู้เนี๊ยบเกินเหตุ—เดินเข้าห้องสอน ขณะเดียวกันในกระเป๋าเติ้ลมีแตงโมลูกเล็กซ่อนอยู่
เสียงกลิ้งในกระเป๋าดึงความสนใจเพื่อนทั้งแถว เติ้ลหน้าเสีย พีทกระซิบ “เอาออกไปทิ้งดิ เดี๋ยวระเบิดกลางคลาส” เติ้ลพึมพำ “แตงโมไม่ระเบิด…” แซนจ์เสริม “แต่ถ้าครูเตยเจอระเบิดแน่”
ครูเตยเดินวนจนถึงโต๊ะเติ้ล “มีอะไรกระเป๋า?” ทุกคนหน้าเสีย ตอบกันไม่ตรง จิ๊บตอบว่า “สมุดค่ะ” เติ้ลสวน “กุญแจหอครับ” พีทแก้ “พอดีเพื่อนป่วยครับ เลยจะเอาลูก…เอาของไปให้” แซนจ์เลย “คือ…งานกลุ่มครับ” พอครูเตยยิ้ม “ลุกขึ้นเปิดกระเป๋าหน่อย” ทั้งกลุ่มลุกยืน แผนแตงโมเซอร์ไพรส์ ใกล้ล่มไม่เป็นท่า
แต่เติ้ลคิดกลบเกลื่อนด้วยการ “หนีเข้าห้องน้ำ” แล้วหนีจริง เหลือพีทต้องขอฝากกระเป๋าเติ้ลกับแซนจ์ ผลคือแตงโมกลิ้งเสียงดังตกพื้น ทุกคนเงียบเหมือนถูกตรึงไว้
“อะไรน่ะ?” ครูเตยหยิบขึ้นมา “ใครเอาแตงโมมาเรียน” เงียบกริบ พีทกลั้นหายใจกลัวโดนหักคะแนนกิจกรรม “จะอธิบายอย่างไรคะว่าพวกคุณนำแตงโมมาห้องเรียน”
จิ๊บยังคงนิ่งงัน เติ้ลรีบกลับเข้าห้องเห็นเหตุการณ์หน้าเสีย อ้างทันควัน “คือเรากำลังจะทำกิจกรรมรับน้องครับ เป็นเซอร์ไพรส์แบบอบอุ่น…แบบแตงโม…”
ครูเตยขมวดคิ้ว “อบอุ่นยังไงคะ หรือตั้งใจจะแกล้งเพื่อน” แซนจ์รีบขัด “เปล่าเลยครับ! พวกเราแค่อยากให้จิ๊บประทับใจ ไม่มีอะไรแอบแฝง”
“แน่ใจว่าประทับใจ?” จิ๊บอมยิ้มเจื่อน “จริงๆ หนูไม่กินแตงโมนะคะ” ทั้งกลุ่มอึ้งไปชั่วครู่ เสียงหัวเราะค่อย ๆ ดังจากเพื่อนร่วมห้อง ครูเตยถอนใจ “ไปคืนแตงโมให้โรงอาหาร แล้วเย็นนี้มาติดต่อที่ปรึกษาเรื่องกิจกรรมใหม่”
หลังเลิกเรียน พวกเขาเดินไปโรงอาหารด้วยแตงโม 3 ลูก จิ๊บนำทางด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นิด ๆ แซนจ์ถาม “แล้วเจ๊งขนาดนี้ ยังจะต่อกิจกรรมต้อนรับมั้ย” พีทว่า “ต้องให้มันสำเร็จดิ อย่างน้อยก็เอารอยยิ้มมาฝากเพื่อนใหม่ได้” เติ้ลเสริม “รอบหน้าคุยกันก่อนละกันนะ ถามเค้าด้วยว่าอยากได้อะไร จะได้ไม่ต้องแบกแตงโม”
เสียงหัวเราะประสานกันขณะเดินฝ่าฝนปรอยในเย็นวันนั้น มิตรภาพของเด็กปีหนึ่งเริ่มต้นด้วยแตงโมที่ไม่มีใครกิน แต่เต็มไปด้วยสีสันและความอบอุ่นจากเรื่องผิดพลาดที่ทำด้วยกัน
ตกเย็น พวกเขานั่งล้อมวงใต้ต้นไม้กินข้าวกล่องที่จิ๊บเอามาฝาก ทุกคนต่างแซวแผนเซอร์ไพรส์ที่ล้มเหลว ก่อนจบด้วยเสียงหัวเราะเมื่อจิ๊บยื่นแตงโมลูกเล็ก ๆ ออกมา “จริง ๆ หนูไม่ได้ไม่กินหรอก…แค่ไม่ชอบกินเยอะ ๆ” ทั้งกลุ่มยิ้มกันคนละนิด คำสัญญาในใจแน่นแฟ้นขึ้น
ก่อนกลับหอ เติ้ลปล่อยวลี “คราวหน้าจะเซอร์ไพรส์ เอาแตงไทยแทนมะ?” เสียงฮาแตกส่งท้าย ท่ามกลางความรู้สึกดี ๆ ที่เหลืออยู่ในอากาศอย่างเต็มเปี่ยม