เราสามคน
เสียงเพลงไทยพื้นบ้านลอยมาจากร้านน้ำชาเล็กๆ ในหมู่บ้านชนบทที่น่ารัก หมู่บ้านที่มีบ้านไม้เก่า แวดล้อมไปด้วยทุ่งข้าวยังเขียวชอุ่ม นักเรียนสาวสามคนคือ ไอris อุ้ม และวา ที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ริมทาง โดยมีเพลงพื้นบ้านขับกล่อมเข้าไปในอารมณ์ของพวกเธอ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แกจะทำอะไรก่อนจะกลับกรุงเทพฯ?” อุ้มถาม ดวงตาของเธอส่องแสงของความใคร่รู้ ฝนที่ตกหนักตลอดทั้งวันทำให้สภาพอากาศในหมู่บ้านนี้มีความลึกลับ
ไอris หยุดชะงัก คิ้วขมวดเป็นเส้น อารมณ์กระวนกระวายทำให้เธอโฟกัสที่โอกาสนี้ “ฉันต้องไปหาครอบครัวฉันให้เจอให้ได้”
วา ซึ่งไม่เคยมีกระดานไม้สำหรับเขียนเหมือนคนอื่น เธอจึงใช้กระดาษที่เหลือจากการเซ็นต์งานของครู มันว่างเปล่าอยู่ตรงหน้าเธอ แต่ในใจของวา กลับเต็มไปด้วยเรื่องราวที่เธอไม่สามารถเปิดเผยให้ใครฟัง
“ทำไมเราต้องออกตามหากันด้วยล่ะ?” วาถาม อย่างมีข้อสงสัย “เราอาจจะไปเรียนหนังสือแทนก็ได้นะ”
อุ้มหันไปมองวา “เธอกลัวจะพบอะไรเหรอ?” อุ้มให้คำถามติดตามมาเหมือนกับเธอต้องการเข้าไปในความเครียด แต่กลับเป็นบรรยากาศที่พอดีในตอนนั้น
สำหรับอุ้ม ครอบครัวของเธอดูเหมือนจะแตกแยก เมื่อพ่อแม่ทะเลาะวิวาทกันอย่างไม่รู้หยุด วันๆ กินข้าวแยกกันในเช้าหรือเย็น ต่างคนต่างอยู่ ทำให้เธออดคิดในใจว่า ครอบครัวยังมีค่าอยู่หรือไม่
ไอris ที่ไม่เพียงมีความมุ่นมั่นในการค้นหาผู้คน แต่ยังมีความสามารถในการเล่าเรื่องทำให้พวกเขารู้ รู้สึกถึงความหมาย เป้าหมายเดียวกันในครั้งนี้เชื่อมโยงพวกเขาไปด้วยกันกับสายสัมพันธ์แห่งการค้นหา
พวกเขาเริ่มตั้งใจในภารกิจนี้ กลมเกลียวกันด้วยความปรารถนาที่จะกลับไปหาครอบครัว แต่ในวันต่อมาหรือคืนวันที่มีแสงดาวพาประสบการณ์ไปสู่การค้นหาของจริงเริ่มเผยตัวตนที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ณ ตอนนี้ได้บรรจุความเครียด ใจจดจ่อ ขับเคลื่อน พวกเขามุ่งหน้าสำรวจทั่วหมู่บ้าน มีเสียงเหล่าบ้านสั่นกระทบความเงียบในป่าหลังหมู่บ้าน ทุกแห่งในหมู่บ้านมีลมพัดแรง กำลังรอคอยการค้นหาและกลุ่มคนที่ไม่รู้ตัวว่าจะมีบาดแผลไหนอยู่เบื้องหลังต่างการเข้าใจชีวิต
ไฟตรงหน้าเริ่มสลัว มีเงาโผล่ขึ้นเป็นครั้งคราว เสียงการพูดคุยที่แทบจะถูกบังหูด้วยความง่วงนอน แต่การพูดถึงความรัก โรแมนติก ก็เริ่มใกล้เคียง>>> กล่าวให้พวกเขาได้เรียนรู้จักกับหนุ่มที่ชื่อภูมิ หนุ่มในหมู่บ้านที่มีเรื่องเล่ามากมาย แต่มีการเปิดเผยที่พวกเขาไม่คาดคิด
ดาวจะมองมาที่เขาแต่กลับเอียงๆ “ทำไมนายมักจะมองข้ามเรา?” และแน่นอน รวบรวมความกล้าพอเพื่อจะยิ้มให้กันบนโต๊ะอาหารที่พวกเขานั่งอยู่ รายการอาหารเริ่มหมดไป เราจึงมองออกเป้า เปลือกเกมของพวกเขาเพื่อไปหาครอบครัวได้ทันก่อนที่เวลาแห่งรักจะผ่านไป
การเปิดเผยของภูมิคือของขวัญ ไม่เพียงแค่มิตรภาพ แต่หมายถึงการเดินทางครั้งใหญ่บนเส้นทางของการค้นหาตังเอง
แต่เรื่องราวกลับไม่เป็นไปตามคิด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เรียนรู้ถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน การรบเร้าในการสอบเข้าเรียน การตามหาครอบครัวและยิ่งไปกว่าคือการเปิดเผยเรื่องราวของสมาชิกในชีวิตที่มีความจริงซ่อนเร้นที่พวกเขาทุกคนจะต้องเผชิญ
ภายหลังการเข้าใจเขามากขึ้น ปัญหาเรื่องครอบครัวของพวกเขากลับเริ่มแตกหัก จำกัดยอดของการตัดสินใจและความสัมพันธ์ต่อกัน เมื่ออุ้มพบเรื่องซ่อนเร้นจากภูมิทำให้เธอหยุดหายใจ และเลือกระหว่างการเปิดเผยความจริงกับความรู้สึกของเพื่อน
เรื่องราวนี้ไม่ได้ซับซ้อนเกินไป ดูเหมือนว่าเป็นการรบบนการค้นหาที่มีมิตรภาพเริ่มต้นด้วยเสียงหัวเราะ แต่กลับมีบาดแผลใหม่ซ่อนอยู่เบื้องหลังที่ครั้งหนึ่งรวมเคยเป็นการค้นหาร่วมกัน
แล้วปิดท้ายด้วยการค้นพบว่า ครอบครัวของอุ้มไม่ใช่คนที่เธอหยุดมองแต่เป็นความอัดอั้นของความรู้สึกทั้งหลายที่ทำให้เธอไม่เข้าใจว่าเธอเป็นใคร เรื่องนี้ทำให้เธอต้องเผชิญกับตัวเลือกที่หนักแน่น พวกเขาได้เรียนรู้ถึงการยอมรับและปล่อยวาง จากคนที่เธอเคยรู้จักทำให้เธอได้ลงมือชี้ชัดความหมายของครอบครัว
เสียงเพลงที่ขับกล่อมในร้านน้ำชากลับมาอีกครั้ง พร้อมด้วยการส่งเสริมชุมชน และการติดต่อที่หาได้ในหมู่บ้านช่วยเสริมสร้างมิตรภาพของพวกเขาหลังจากค้นพบพื้นที่ใหม่ของความรัก ความอบอุ่นให้เขาเดินหน้าต่อไปในเส้นทาง
สุดท้ายเรื่องราวทิ้งไว้ด้วยปรัชญาในความรู้สึกว่า มิตรภาพความรักที่ท้าทายอยู่ภายในเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด ที่เราต้องลองค้นหาด้วยตัวเอง