เสียงกระซิบจากห้องหมายเลข 11
แสงไฟรถสาดส่องฝ่าหยาดฝนที่โปรยหนาแน่นบนถนนลูกรังสายแคบ กลุ่มคนห้าคนในรถตู้ดูท่าทางเหน็ดเหนื่อยและอารมณ์เสีย ฝ้าย พนักงานบริษัทผู้แอบกังวลในสายตา มองแผนที่ในมือถืออย่างไร้ความหวัง ข้าง ๆ เธอ ต้น ขับรถด้วยมือสั่นเล็กน้อยและพยายามกดความเครียดไว้ในใจ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ฉันว่าเราน่าจะถึงที่พักตั้งนานแล้วนะ” ฝ้ายถอนหายใจ หันไปมองนก เพื่อนร่วมงานผู้แสดงความรำคาญชัดเจน เธอเอื้อมมือปิดหน้าต่างรถเมื่อสายลมเย็นปะทะเข้ามา
“ที่พักในรีวิวบอกว่าอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง แต่ทำไมมันถึงลึกขนาดนี้เนี่ย” นกหันไปถามกาย หนุ่มรูปร่างสูงที่เงียบขรึมตลอดทาง
“ฝนตกหนักแบบนี้ เราคงหาที่อื่นไม่ได้แล้วล่ะ” กายพูดเบา ๆ แล้วยกกระเป๋าขึ้นวางบนตัก
เสียงฟ้าร้องกึกก้อง พวกเขาเห็นแสงไฟสลัวจากอาคารทรงไทยเก่าแก่ตั้งตระหง่านอยู่ลึกเข้าไปในป่า ต้นค่อย ๆ เลี้ยวรถเข้าไป เสียงล้อบดไปบนทางกรวดดังกรอบแกรบ
เมื่อพวกเขาลงจากรถ ฝนยังคงกระหน่ำ ฝ้ายรีบคว้าร่มพลาสติกสีซีด ขณะก้าวเท้าเข้าสู่โรงแรม ทันทีที่ประตูไม้หนักเปิดออก กลิ่นอับเก่าก็ปะทะหน้า
เคาน์เตอร์รับแขกไร้คน เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน จังหวะนั้นประตูห้องด้านในแง้มออก หญิงชรารูปร่างผอมสูงในชุดผ้าไหมสีหม่นเดินออกมา เธอมองพวกเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“มาคืนนี้หรือคะ?” เสียงแหบต่ำของหญิงชราทำให้ฝ้ายสะดุ้งน้อย ๆ กลุ่มเพื่อนพยักหน้ารับ
“มีห้องว่างอยู่ชั้นสองนะ พวกหนูพักกันกี่คืน?”
“แค่คืนเดียวค่ะ พรุ่งนี้จะเข้าเมืองเช้า” ฝ้ายตอบ หญิงชราหยิบสมุดลงชื่อเก่า ๆ ออกมาแล้วชี้ไปยังบันไดไม้
“ระวังพื้นขั้นสามลื่นนะ หนูพักห้อง 9, 10, 12, 13 ที่ชั้นสอง ส่วนห้อง 11 ไม่ต้องเปิดเข้าไป แม่บ้านยังไม่ได้ทำความสะอาด”
ฝ้ายเงียบไปครู่หนึ่งแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร ต้นกับนกยกกระเป๋าขึ้นบันได เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดทุกก้าว
เมื่อเข้าห้องพัก กลุ่มเพื่อนแต่ละคนเริ่มแยกย้าย ฝ้ายเดินไปยังหน้าต่าง มองออกไปเห็นเพียงต้นไม้ไหวสะบัดในสายฝน เธอถอนหายใจยาว ความรู้สึกอึดอัดแฝงในอากาศ
เวลาเกือบสองทุ่ม เสียงประตูห้องต้นดังขึ้น “ฝ้าย กินข้าวกันมั้ย” ฝ้ายเปิดประตูรับ เธอเห็นต้นยืนเงียบ ๆ ใบหน้างุนงง
“เมื่อกี้…ได้ยินเสียงเหมือนมีคนร้องเรียกจากห้องข้าง ๆ รึเปล่า” ต้นถามเสียงแผ่ว
“เปล่านี่ ฉันไม่ได้ยินอะไรเลย” ฝ้ายพยายามยิ้มกลบเกลื่อน แต่แววตายังคงวิตกกังวล
“เอ๊ะ ฉันก็รู้สึกแปลก ๆ ตั้งแต่เดินขึ้นบันไดแล้ว” นกเดินเข้ามาสมทบ
“สงสัยจะเหนื่อยกันเกินไป พรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากันเถอะ” กายพูดเสียงหนักแน่นแต่แววตาเลี่ยงหลบ
เสียงฝนยังคงตกหนักทั้งคืน ขณะที่ทั้งหมดลงมาทานข้าวที่โถงรับแขก หญิงชราเฝ้าดูพวกเขาเงียบ ๆ สายตาเย็นชา พวกเขารู้สึกเหมือนเป็นผู้บุกรุกมากกว่าผู้มาเยือน
กลางดึก ฝ้ายสะดุ้งตื่นเพราะเสียงบางอย่างคล้ายเสียงกระซิบแผ่วเบา เธอขยับตัวในความมืด ฟังอย่างตั้งใจ เสียงนั้นเหมือนดังมาจากทางเดินหน้าห้อง เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจลุกขึ้น
ฝ้ายแง้มประตูออกอย่างระวัง เงาของหญิงชราผ่านไปอย่างรวดเร็วที่ปลายทางเดิน เธอก้าวตามไปช้า ๆ เสียงกระซิบยังคงดังประหลาดจนขนลุก
เธอหยุดลงหน้าห้องหมายเลข 11 ประตูไม้เก่าปิดสนิท เสียงกระซิบดังชัดขึ้น เธอแนบหูฟังแต่จับใจความไม่ได้
ทันใดนั้น กายเดินออกจากห้องข้าง ๆ “ฝ้าย ทำอะไร” เขาถามเสียงขุ่น ฝ้ายสะดุ้งแล้วรีบถอยออก
“ฉัน…แค่รู้สึกว่ามีเสียงแปลก ๆ ออกมาจากห้องนี้ กาย นายได้ยินมั้ย”
กายเงียบไปครู่หนึ่ง “ไม่รู้สิ ฉันไม่อยากยุ่งกับห้องนี้” เขาเดินกลับเข้าห้องปิดประตูดังปัง
รุ่งเช้า ฝ้ายรู้สึกง่วงซึมระหว่างอาหารเช้า ต้นถามขึ้น “เมื่อคืนมีใครแอบเดินออกมารึเปล่า เหมือนผมเห็นเงาคนแว้บ ๆ”
“ฉันออกมาเอง แต่ไม่ได้ทำอะไร” ฝ้ายตอบ กลุ่มเพื่อนเริ่มสีหน้ากังวล
หญิงชรานั่งอยู่ใกล้ ๆ เธอเอ่ยเสียงเรียบ “บางอย่างในตึกนี้อยู่กับที่มานานแล้ว อย่าไปยุ่งกับมัน”
นกสบตากับฝ้ายแล้วกระซิบ “นายว่าเค้าหมายถึงอะไร”
บรรยากาศมืดหม่นและอึดอัดยิ่งขึ้น ขณะทุกคนพยายามออกจากโรงแรมแต่พบว่าถนนถูกน้ำท่วมและต้นไม้ล้มขวางเส้นทาง
ฝ้ายเดินวนในล็อบบี้ รู้สึกเหมือนถูกสอดส่อง เธอสังเกตเห็นภาพถ่ายเก่า ๆ แขวนอยู่บนผนัง เป็นภาพกลุ่มคนยืนเรียงรายหน้าตึกโรงแรม เธอเพ่งมอง เห็นหญิงสาวหน้าตาคล้ายตัวเองยืนอยู่กลางแถว
เธอถามหญิงชราที่เดินผ่านมา “คนในรูปคือใครคะ” หญิงชรานิ่งไปนานก่อนตอบเสียงเบา “แขกกลุ่มหนึ่งที่ไม่เคยออกจากที่นี่”
ฝ้ายรู้สึกขนลุกแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอสังเกตนกแอบคุยโทรศัพท์อย่างลับ ๆ ในห้องน้ำ นกมีสีหน้ากระวนกระวาย
“นก โทรหาบริษัทเหรอ” ฝ้ายถามเมื่อเจอกันในโถงทางเดิน
“ฉัน…แค่ลองโทรหาคนที่บ้าน ไม่มีสัญญาณเลย” นกตอบเสียงสั่น ๆ
ตกเย็นกลุ่มเพื่อนพยายามหาทางออกแต่ไร้ผล พวกเขาล้อมโต๊ะในล็อบบี้ พูดคุยแบบกระวนกระวายและหวาดระแวง
“เราจะนอนที่นี่อีกคืนไม่ได้แน่ หาทางออกให้ได้พรุ่งนี้” ต้นกัดฟันพูด
กายเงียบตลอดวงสนทนา ฝ้ายรู้สึกว่ากายมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ เธอสังเกตเห็นกายมองไปที่ห้อง 11 บ่อยกว่าปกติ
คืนนั้นฝ้ายฝันแปลก ๆ ว่าเธอยืนอยู่หน้าห้อง 11 ทว่าพอสะดุ้งตื่นเธอกลับพบว่าเธออยู่บนเตียงตามเดิม เสียงกระซิบปริศนาเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง ฝ้ายเดินออกจากห้อง พบว่าทางเดินดูยาวเกินปกติและไฟในโถงส่องสลัวผิดปกติ
ครั้งนี้เธอเห็นเงาคนผ่านไปช้า ๆ ที่ปลายทางเดิน เสียงกระซิบทวีความดังขึ้นจนปวดหัว เธอต้องรีบกลับห้องอย่างหวาดกลัว
เช้าวันถัดมา นกหายตัวไปจากห้องพัก เสื้อผ้าและกระเป๋ายังวางอยู่ครบ ฝ้ายกับต้นและกายช่วยกันตามหาแต่ไร้ร่องรอย หญิงชราเพียงแค่พูดว่า “คนที่ไม่ควรอยู่ ก็มักจะหายไป”
ฝ้ายเริ่มแตกตื่น เธอพยายามหาคำตอบจากหญิงชรา แต่ก็ได้รับเพียงคำตอบคลุมเครือ “บางอย่างในห้องนั้นชอบเก็บแขกไว้”
ฝ้ายกับต้นแอบไขกุญแจเข้าไปในห้องหมายเลข 11 ภายในห้องมืดสลัวและเย็นชื้นผิดปกติ ผนังห้องเต็มไปด้วยรูปถ่ายขาวดำ แขกแต่ละช่วงยุคสมัยยืนเรียงราย บางคนในรูปมีใบหน้าคล้ายคนในกลุ่มของเธอ
ทันใดนั้น เสียงกระซิบแผ่วเบาดังทั่วห้อง ราวกับเสียงหลายคนซ้อนทับกัน ฝ้ายรู้สึกวิงเวียนและเหมือนเงาบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่รอบตัว
ต้นลากแขนเธอออกมาอย่างตกใจ “อย่าอยู่ในห้องนี้!”
หลังจากนั้นบรรยากาศในโรงแรมเปลี่ยนไป ทุกคนเริ่มมองเห็นสิ่งผิดปกติในมุมสายตา เงาไม่สมดุลกับร่าง เสียงลากเท้าตามทางเดิน เสียงกระซิบที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่อาจแยกแยะความจริง
กายเริ่มประสาทเสีย พูดคนเดียวกับเงาในกระจก ฝ้ายพยายามปลอบแต่กายผลักเธอออก “ฉันเห็นพวกเขาในห้องนั้น…พวกเขาเรียกชื่อฉัน”
ต้นกลัวจนเริ่มเก็บของเตรียมวิ่งหนีกลางฝน แต่เมื่อจะวิ่งออกจากโรงแรม ประตูหน้ากลับไม่ยอมขยับเหมือนถูกล็อกจากข้างนอก
ฝ้ายเดินเข้าไปในห้องหมายเลข 11 อีกครั้ง เธอเห็นนกร้องไห้อยู่กลางห้อง แต่เมื่อนกหันหน้ามา ใบหน้ากลับว่างเปล่า ฝ้ายตกใจวิ่งออกมาแต่เจอหญิงชราดักหน้า
“อย่าหนีไปไหน มันยังไม่หมดเวลา…” หญิงชรากระซิบเสียงเย็น เธอเดินหายเข้าไปในเงามืด
คืนสุดท้าย ความกลัวและความบ้าคลั่งเข้าครอบงำ ฝ้ายได้ยินเสียงกระซิบจากทุกมุมห้อง ชื่อของเธอดังแผ่วเบาราวกับมีใครเรียกซ้ำ ๆ เธอเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรมนี้
รุ่งเช้า หลังฝนหยุดตก ฝ้ายเดินออกจากห้องอย่างหมดแรง เธอเห็นต้นนั่งเหม่อลอยอยู่ที่ล็อบบี้ กายเดินวนไปรอบ ๆ เหมือนคนละเมอ หญิงชราหายไป
เสียงกระซิบยังคงดังมาจากห้องหมายเลข 11 เมื่อฝ้ายเดินเข้าไปในห้องนั้นอีกครั้ง เธอเห็นรูปถ่ายใหม่แขวนบนผนัง เป็นรูปกลุ่มเธอยืนเรียงกัน ฝ้ายยืนอยู่ตรงกลางข้าง ๆ นกที่หายตัวไป
ฝ้ายยิ้มจาง ๆ ในกระจก เงาของเธอในกระจกยิ้มตอบ ชั่วขณะนั้นเสียงกระซิบนั้นดังขึ้นราวกับก้องสะท้อนจากทุกผนัง เธอรู้สึกเหมือนตัวเองถูกดูดกลืนเข้าไปในห้องนั้นตลอดกาล
ประตูห้องหมายเลข 11 ค่อย ๆ ปิดลงเองอย่างเงียบงัน เสียงกระซิบแผ่วเบายังคงวนเวียนอยู่ในอากาศ บางอย่างในโรงแรมเก่าแก่แห่งนี้ไม่เคยจากไปไหน…