หอพักหมายเลขศูนย์
สายลมฤดูฝนหอบกลิ่นดินเปียกและอากาศเย็นยะเยือกเข้ามาปะทะใบหน้ามินตรา เธอยืนอยู่หน้าหอพักเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวและสีลอกล่อน ระเบียงไม้เก่าๆ ส่งเสียงเอี๊ยดเมื่อเธอเหยียบขึ้นไปพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบเล็ก ภูผาเพื่อนร่วมห้องรูปร่างสูงใหญ่เดินตามขึ้นมาพร้อมกล่องใส่ของในมือ เขาออกแรงยิ้มให้มินตรา ทั้งที่ในใจปิดบังความรู้สึกไม่มั่นคงกับสถานที่ใหม่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ดูเหมือนจะเงียบจังเลยเนอะ” เสียงของมินตราฝืดฝืนขณะพยายามหยั่งเชิงบรรยากาศรอบตัว ภูผาพยักหน้ารับ เขายักไหล่แล้วหัวเราะเบา ๆ “คืนแรก เดี๋ยวก็คุ้นเองแหละ”
ประตูไม้บานใหญ่ตรงข้ามกับเลขห้องหมายเลขศูนย์ถูกปิดสนิท ไม่มีเลขระบุ ห้องอื่น ๆ มีป้ายไม้เก่า ๆ แขวนไว้ชัดเจน 101, 102, 103 แต่ห้องนั้นไม่มีแม้กระทั่งรอยเคาะ มินตรามองมันอยู่นานก่อนจะสะดุ้งเมื่อพี่รหัสของเธอ เดชา เดินมาตบไหล่เบา ๆ
“ไม่ต้องไปสนใจห้องนั้นหรอก ไม่มีใครอยู่มานานแล้ว” เดชาสบตาเธออย่างจริงจัง “พวกพี่ก็ไม่เคยเห็นใครเข้าออกเลยนะ”
ลมเย็นพัดเฉียดผ่าน ทุกคนเหมือนจะได้กลิ่นบางอย่างจาง ๆ เหม็นอับปนกลิ่นเก่า ๆ ของบ้านที่อยู่มานานเกินไป เสียงของนิดา เด็กสาวท่าทางเฉิ่ม ๆ ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ดังขึ้นข้างหลัง “จริงเหรอ…แล้วทำไมไม่ปิดไว้ให้สนิทกว่านี้ล่ะ?”
เดชายิ้มบาง ๆ แต่สายตาไม่ได้ยิ้มด้วย “เอาเถอะ พวกเรามากันครบยัง?”
เสียงฝีเท้าดังมาอีกสองคู่ เจตน์กับอริน สองเพื่อนใหม่ต่างคณะ หน้าเคร่งเครียดเหมือนเพิ่งทะเลาะกันมา พวกเขาทักทายกันอย่างห่างเหินก่อนจะลากกระเป๋าเข้าไปในห้องพัก
ตอนกลางคืนทุกอย่างเงียบสนิท มีเพียงเสียงฝนกระทบหลังคา บางครั้งเหมือนจะมีเสียงครูดบางอย่างมาจากทางเดิน แต่มินตราคิดว่าอาจเป็นเสียงหนูหรือแมลงเท่านั้น ทุกคนเหนื่อยล้าเกินกว่าจะใส่ใจ หอพักเงียบจนน่าขนลุก
รุ่งเช้าวันถัดมา มินตราตื่นขึ้นมาเจอกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งเสียบอยู่ใต้ประตู แผ่นกระดาษเปื้อนน้ำหมึกเขียนว่า “อย่าเปิดห้องนั้น” ไม่มีลายเซ็น ไม่มีใครยอมรับว่าเขียน เดชาเดินผ่านมาพร้อมกาแฟร้อนในมือ เขาสังเกตสายตามินตรา
“มีอะไรเหรอ?”
มินตรายื่นกระดาษให้ เดชาขมวดคิ้ว เขายืนนิ่งเหมือนคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะฉีกทิ้งอย่างไม่แยแส “เดี๋ยวก็มีคนแกล้งเล่นแหละ อย่าใส่ใจเลย”
คืนถัด ๆ มา เสียงแปลกประหลาดเริ่มดังขึ้นจากห้องหมายเลขศูนย์ เสียงเคาะเบา ๆ ช่วงดึก ภูผาแอบฟังอยู่หน้าห้องแต่ไม่กล้าเข้าใกล้มาก เจตน์แซวว่าเขาขี้ขลาด แต่นิดากลับเงียบผิดปกติ เธอหลบตามุมห้องและเอาแต่จ้องไปทางประตูปริศนา
“ถ้ามีใครเข้าไปแล้วไม่กลับออกมาล่ะ…”
คำพูดของนิดาทำให้บรรยากาศในห้องอาหารเงียบงัน เดชาหัวเราะกลบเกลื่อน “ไม่มีอะไรหรอก ห้องนั้นมันก็แค่ห้องเก็บของเก่า ๆ”
แต่ในคืนนั้นเอง อรินฝันเห็นหญิงสาวในชุดชุดนักศึกษายืนอยู่หน้าห้องเลขศูนย์ เธอไม่ได้พูดอะไร แค่ชี้นิ้วไปที่ประตู อรินสะดุ้งตื่นด้วยใจเต้นรัวและเหงื่อชุ่มตัว
รุ่งเช้าอรินเล่าให้มินตราฟัง มินตรานิ่งไปชั่วครู่ “มันอาจจะแค่ความเครียดเริ่มต้นเทอมใหม่ก็ได้ พวกเรากดดันกันเอง”
แต่ตั้งแต่นั้น ทุกคืนมักมีเสียงกระซิบแผ่วเบาใต้ประตู เสียงเหมือนคนเดินวนอยู่หน้าห้องเลขศูนย์ เสียงน้ำหยดแม้ไม่มีฝน เสียงดังท่ามกลางความเงียบ มินตราเริ่มนอนไม่หลับ ภูผาเริ่มพูดน้อยลง เจตน์ดูหงุดหงิดตลอดเวลา เดชาหายตัวไปนานผิดปกติในแต่ละคืน
วันหนึ่งนิดาสังเกตเห็นรอยขีดบนขอบประตูห้องเลขศูนย์ เหมือนมีใครบางคนข่วนประตูจากข้างใน เธอไม่กล้าบอกใคร แต่แอบถ่ายรูปเก็บไว้ ภาพในโทรศัพท์บิดเบี้ยวและมืดสนิท มองไม่เห็นอะไรเลยทั้งที่แสงไฟหน้าห้องสว่าง
ค่ำคืนนั้นทุกคนได้ยินเสียงร้องไห้เบา ๆ ลอยออกมาจากห้องเลขศูนย์ ทุกคนต่างปิดห้องตัวเองแน่น และไม่พูดถึงเรื่องนั้นอีก
แต่ความอึดอัดในหอพักเริ่มกลืนกินทุกคน มินตราเริ่มหงุดหงิดง่าย เธอกระวนกระวายเมื่อได้ยินเสียงแปลก ๆ ภูผาเริ่มมีรอยขีดข่วนตามแขน เจตน์กลายเป็นคนหวาดระแวงและพยายามลากกระเป๋าหนีออกจากหอโดยไม่บอกใคร แต่เช้าวันรุ่งขึ้นเจตน์ยังอยู่ที่เดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อรินเริ่มพูดกับตัวเอง เขานั่งอยู่หน้าห้องเลขศูนย์นานนับชั่วโมง เหมือนรอคอยบางอย่าง ใครเดินผ่านก็ไม่ได้รับคำตอบ
ในขณะที่แต่ละคนเริ่มแยกตัวเองออกจากกลุ่ม มินตราหวนคิดถึงอดีต เธอเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับหอพักนี้เมื่อหลายปีก่อน มีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งหายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่มีใครพบศพ ไม่มีร่องรอยใด ๆ ทุกอย่างเงียบหายไปเหมือนไม่เคยมีอยู่
เมื่อนิดานำเรื่องนี้มาบอกกับทุกคนในคืนหนึ่งที่ฝนฟ้าคะนอง เดชากลับปัดว่าเป็นแค่เรื่องแต่งของเด็กใหม่ “จะไปเชื่อได้ยังไง ไม่มีหลักฐานอะไรเลย”
ภูผาเงียบไปนานก่อนพูดเสียงเบา “แต่เราเคยเห็นผู้หญิงเดินผ่านตรงระเบียง…เมื่อคืนที่ฝนตกหนัก เหมือนเดินหายไปตรงห้องศูนย์”
อรินเงยมองหน้าทุกคน แววตาเต็มไปด้วยความกลัว “เมื่อคืนผมได้ยินเสียงเหมือนมีคนตะโกนว่า ‘อย่าทิ้งฉันไว้ที่นี่’”
สายตาทุกคนหลบเลี่ยงกันเอง บรรยากาศในห้องพักอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
คืนต่อมา เดชาหายไปทั้งคืน ไม่มีใครเห็นเขากลับมาที่ห้องพัก โทรศัพท์ของเขาวางทิ้งไว้บนโต๊ะหน้าห้องหมายเลขศูนย์ มินตราตัดสินใจเดินเข้าไปหยิบโทรศัพท์ เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นจัดและกลิ่นอับโชยรุนแรง มินตราก้มมองพื้น เห็นหยดน้ำสีเทาหม่นเป็นทางยาวลากเข้าไปใต้ประตูห้องศูนย์
ภูผาตะโกนเรียกมินตรา “อย่าเข้าไป!”
แต่เธอก็ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ใจเต้นแรงจนแทบระเบิด เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นใกล้หู “เปิดประตู…”
ประตูค่อย ๆ ขยับเองทีละน้อย เสียงบานพับดังลั่นในความเงียบ ทุกคนหยุดหายใจ
ทันใดนั้นไฟทั้งหอก็ดับลง ทุกอย่างมืดสนิท มีเพียงแสงสลัวจากฟ้าแลบเข้ามาทางหน้าต่าง มินตราจ้องมองเข้าไปในห้องศูนย์ เห็นเงาคนยืนอยู่ข้างในราง ๆ ไม่ขยับ
เสียงร้องไห้เบา ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับสะท้อนก้องไปทั่วอากาศ
ภูผาดึงแขนมินตรากลับ เธอหันขวับออกมาด้วยความตกใจ ประตูปิดเองอย่างแรงตามหลัง
จากคืนนั้นแต่ละคนต่างถูกบางสิ่งในหอพักเล่นงาน ความทรงจำเริ่มเลือนหายไปอย่างช้า ๆ นิดาลืมชื่อตัวเอง อรินจำไม่ได้ว่ามาที่นี่ได้อย่างไร ภูผาฝันซ้ำ ๆ ถึงผู้หญิงคนหนึ่งร้องขอความช่วยเหลือ
เสียงในห้องศูนย์ทวีความดังมากขึ้นทุกคืน มินตราเริ่มได้ยินเรื่องราวกระซิบจากในห้อง บางคำพูดคุ้นหูราวกับเป็นของเพื่อนในกลุ่ม
คืนหนึ่ง พวกเขาตัดสินใจรวมตัวกันอีกครั้งเพื่อคุยเปิดอก แต่มันเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงและความหวาดกลัว
“ถ้ามีใครในพวกเราเป็นคนเปิดประตูห้องนั้น…” เจตน์พูดขึ้นเบา ๆ
“หรือว่า…เราเคยอยู่ในห้องนั้นมาก่อน?” อรินเสริม เสียงแหบพร่า
นิดานิ่งงัน น้ำตาคลอเบ้า เธอสั่นศีรษะ “ฉันไม่อยากจำ…แต่ทำไมมันเหมือนฉันเคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน…”
มินตราเริ่มปะติดปะต่อความทรงจำ เธอจำได้ว่าเคยเห็นรูปถ่ายกลุ่มนักศึกษาหญิงใส่ชุดเหมือนปีที่แล้ว เธอเองก็อยู่ในภาพ ทั้งที่เพิ่งเข้าปีหนึ่ง มินตรารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
“พวกเราทุกคน…อาจเคยอยู่ที่นี่ อาจเคย…” เธอพูดไม่จบ
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังมาจากในห้องศูนย์ ประตูขยับเองอีกครั้ง ทุกคนต่างนิ่งเงียบ
เดชาเดินออกมาจากเงามืดใต้ประตู ใบหน้าเขาว่างเปล่า ดวงตาเลื่อนลอย “พวกนายมาช้าไป…เธอรออยู่ข้างใน”
ทุกคนลังเล มินตราก้าวไปข้างหน้าก่อน ภูผากระชากแขนไว้ “อย่า! เธอจะลืมหมดทุกอย่าง!”
มินตราหันมาสบตาภูผา น้ำตาไหล “ฉันต้องรู้ความจริง…”
เธอผลักประตูเข้าไป ทุกอย่างกลายเป็นสีเทา ภาพในอดีตหลั่งไหลเข้ามา—เธอและกลุ่มเพื่อนเคยอยู่ที่นี่ เคยช่วยกันปิดบังบางอย่าง เดชาเคยบังคับเพื่อนคนหนึ่งให้เก็บเงียบเรื่องการตายของหญิงสาวคนนั้น หญิงสาวที่กลายเป็นเสียงร้องไห้ในห้องศูนย์
ความทรงจำพรั่งพรู มินตราร้องไห้กอดร่างไร้เงาของเพื่อนในอดีต เธอขอโทษ เสียงกระซิบตอบกลับเบา ๆ “ฉันให้อภัย…แต่พวกเธอต้องอยู่กับความทรงจำนี้ตลอดไป”
มินตราสะดุ้งตื่นขึ้นในห้องหมายเลขศูนย์ ร่างของเพื่อน ๆ นอนเรียงกันรอบ ๆ ทุกคนเพิ่งตื่นขึ้นพร้อมกัน ไม่มีใครจำอะไรได้ ไม่มีใครรู้ว่าทำไมถึงมาอยู่ในห้องนี้
ประตูเปิดออก สายลมเย็นพัดกรูเข้ามา ทุกคนเดินออกไปทีละคน ไม่มีใครพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่มีใครพูดถึงห้องศูนย์อีก
แต่ทุกค่ำคืน เสียงร้องไห้ยังคงดังแผ่วเบาอยู่หลังประตูห้องศูนย์ ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามลืมมากแค่ไหน