แดนเนรมิตฟากฟ้า
เสียงวูบของสายลมตีกระจกหน้าต่างในห้องแคบใต้หลังคา ยูน่า จุดเทียนไขดวงเดียวบนโต๊ะทำงานที่เกลื่อนกลาดชิ้นส่วนโลหะขนาดจิ๋ว เธอใช้ปลายนิ้วสะกิดกลไกต้นแบบเครื่องบินขนาดฝ่ามือ พลางเหลียวมองแม่ที่กำลังรีดผ้าตรงมุมห้อง อีกฟากเป็นลุงชัต ช่างซ่อมเครื่องกลคร่ำหวอดในนครลอยฟ้าแห่งนี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ยูน่า จะกินข้าวมั้ยลูก” เสียงแม่เอ่ยเบา ลมหายใจปะปนความเหนื่อยล้า
ยูน่าลังเล นิ่งอยู่กับที่ ริมฝีปากงับแน่น แม่กับลุงไม่ค่อยพูดถึงพ่อเลยตั้งแต่คืนที่สายฟ้าผ่าแปลบกลางม่านฟ้า—คืนที่พ่อหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ไฟเทียนสั่น ยูน่าคลายมือจากต้นแบบ หยิบกระเป๋าเล็กๆ เดินเลี่ยงเสียงชวนกินข้าว “ขอไปดูบนดาดฟ้าหน่อยนะ”
…ยูน่าเดินขึ้นบันไดเวียน ด้านบนลมเย็นเฉียบชะงักร่าง เธอทอดสายตามองฟ้าครึ้มชวนอึดอัด เบื้องล่างคืออาคารเก่าแก่ผนังทองแดง ติดลอยเมฆสีจางสวนทางกันตลอดเวลา เธอเอื้อมมือให้กลไกบินหมุนรอบมือ ลมห่มใบหน้า หัวใจเธอคล้ายตกค้างในสายนั้นกับเงาตามองหา
ทันใด เสียงวัตถุบางอย่างตกกระแทกเหล็กกล้า ยูน่าเหลียว พบเด็กหนุ่มสวมชุดนักบินปรากฏตัวกลางดาดฟ้า เขาก้มเก็บหนังสือที่หล่น หันมาเห็นยูน่า
“ขอโทษ…ตกใจใช่ไหม” เขายิ้มแปลกแยก ดวงตาแจ่มใสแต่ซ่อนแผลใต้รอยยิ้ม
ยูน่าลังเล ก่อนตอบ “ปกติไม่ค่อยมีใครขึ้นมาตรงนี้”
ชายหนุ่มยื่นหนังสือให้ เธอสังเกตเห็นหน้าปกเขียนว่า ‘เคมีแห่งสายฟ้า’ ทันใด หัวใจยูน่าเต้นวูบ—เป็นตำราของพ่อ!
“ฉันชื่อโอลิเวอร์ ย้ายมาจากฝั่งตะวันตก” เสียงเขานิ่งแต่มีรอยเศร้าแฝง “เธอ…สนใจเครื่องกลแบบนี้เหรอ?” เขาพยักเพยิดไปที่มือยูน่า
ยูน่าหลบตา ปากสั่นน้อยๆ “มันเป็นของสำคัญในครอบครัว”
โอลิเวอร์ยิ้มน้อยๆ แล้วยืนเงียบ ต่างคนต่างยืนใกล้กันแต่มีช่องว่างบางอย่างคั่นกลาง
ลมแรงพัดกลไกบินหลุดมือยูน่า เธอตกใจรีบคว้าก่อนมันตกขอบตึก โอลิเวอร์รวบมือเธอไว้แน่น “จับไว้ดีๆ ของสำคัญบางอย่าง…ควรต้องปกป้อง” เขาเอ่ยคล้ายเตือนตนเองด้วย
โลกเงียบงันไปครู่หนึ่ง—ความเจ็บปวดและความอบอุ่นแทรกซ้อนในแววตาคู่นั้น
เย็นวันเดียวกัน ยูน่ากลับลงมาพบแม่ยืนเฝ้าจดหมายลึกลับหน้าประตู คำในจดหมายเขียนเพียงว่า “จงเตรียมตัว เวลาสำคัญกำลังจะมาถึง”
แม่หน้าซีดกลืนจดหมายลงมือสั่น ยูน่าโลมไหล่อ่อน “มันคืออะไรเหรอแม่” แม่เงียบ ไม่กล้าตอบ
เสียงเครื่องยนต์เหนือฟ้าแว่วเข้ามา ลุงชัตโบกมือเรียกยูน่าเข้าเวิร์กช็อป “จะซ่อมชุดเกราะปีกให้ใหม่ ตรงนี้ใช้งานไม่ได้แล้ว” ระหว่างประกอบกลไก ลุงถามเบา ๆ “ถ้าแกต้องเลือกความจริงหนึ่งข้อกับคนที่รัก แกจะเลือกอะไร” ยูน่าทำหน้างง “ทำไมลุงถามแบบนั้น”
ลุงยิ้มเศร้า “ก็แค่อยากรู้ว่าหัวใจเด็กสมัยนี้คิดยังไง…บางครั้งสิ่งที่เราตามหา มันไม่นำพาความสุขมาให้เสมอ”
เสียงกริ่งแจ้งเตือนภัยดังจากหอผู้ว่า รีวิวรัฐนครฟ้าถ่ายทอดภาพเงาทะมึนไปทั่วบรรยากาศ “ขอแจ้ง…คืนนี้ว่าที่ผู้เข้าร่วมพิธีโคจรรอบดวงฟ้าต้องรวบรวมพร้อมหน้า เครื่องตรวจจับกลไกลับสัญญาณป่วนเพิ่มขึ้นผิดปกติ”
คืนนั้นท้องฟ้าปั่นป่วน ยูน่าแสร้งนอนในห้อง ภายในใจตีบแน่นเต็มคำถาม เธอแอบย่องขึ้นดาดฟ้า พบโอลิเวอร์นั่งข้างราวกันตก หมอบต่ำดูคลื่นชั้นอากาศพร่าไหว เธอนั่งไม่ห่าง ริมฝีปากยังชื้นจากลมหายใจหนัก
“เธอเชื่อมั้ยว่ามีใครซ่อนอะไรในเมืองนี้?” โอลิเวอร์พูดเบา หูชิดเสียงลมที่แทรกผ่านช่องเหล็ก
ยูน่าสบตาเขา “บอกตามตรง ฉันรู้สึกว่าทุกอย่างในชีวิต…เหมือนจิ๊กซอว์ที่หายไปตลอด”
โอลิเวอร์พ่นลมหายใจ พลันเสียงระเบิดจากห้างด้านล่างสะเทือนขึ้น เครื่องมือหลุดจากมือยูน่า เธอรีบวิ่งมองลงเห็นกลุ่มชายในชุดดำวิ่งหายกลางหมอก เหมือนรู้แผนการลึกของนครนี้แล้วจะกลายเป็นหายนะอย่างแท้จริง
เครื่องฟังแทรกซ้อนเสียงขู่ว่าสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกปิดบังไว้อาจทำลายนคร—และคนที่เกี่ยวข้องถูกหมายหัว
เช้าวันใหม่ มารี แม่ยูน่า ถูกเรียกพบสภานครใต้หอคอยสูง เสียงกดดันก้องไปทั่ว “อย่าพยายามเปิดโปงอดีต หากรักลูกจงเงียบเถอะ”
ในขณะเดียวกัน ยูน่าลอบค้นห้องเก็บของลุงชัต พบแผ่นดิสก์เก่าๆ เธอเสียบเข้าเครื่องอ่านภาพโฮโลแกรม—ปรากฏคลิปวิดีโอพ่อกำลังทดลองระบบปีกติดตั้งพลังสายฟ้า และมีร่างของคนสวมเสื้อคลุมดำคอยจับตาอยู่เบื้องหลัง
ยูน่าตามรอยเบาะแสไปหอโถงโบราณของนครเจอป้ายกลไกเก่า ฝุ่นจับชั้นหนา นาฬิกาโบราณบนผนังเดินกลับทวนกระแสเวลา ทันใดนั้น ลุงชัตยืนขวางประตู “ทำไมต้องสืบอดีต เด็กอย่างยูน่าควรคิดถึงอนาคต”
“พ่อหายไปเพราะอะไร?” ยูน่าฝืนถามเสียงสั่น ลุงลังเลนาน ก่อนถอนใจ “ในโลกนี้ ไม่ใช่ทุกอย่างที่ควรรู้หรอก บางคนเลือกความรักเหนือความจริง”
แต่ยูน่ายืนกราน เธอรีบหนีออกมา ตรงไปหาโอลิเวอร์สองคนเดินบนสะพานเหล็กที่แขวนข้ามเมฆขาวๆ ทะเลของฟ้า เงียบงันยิ่งขึ้นเมื่อพูดถึงอดีตครอบครัวโอลิเวอร์ที่พลัดพราก
“ฉันเคยคิดว่าคนเราหายจากโลกนี้ไป…พอวันหนึ่งมันก็ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย” เขาพูดเสียงแผ่ว “แต่พอได้มาเจอเธอ…ฉันเริ่มกลัวว่าจะต้องสูญเสียอีก”
ยูน่านิ่ง เธอยื่นมือจับมือเขาแน่น ความอบอุ่นแลกเปลี่ยนผ่านนิ้วมือสองคน
ในขณะที่ทั้งสองเฝ้าระวัง กลุ่มชายชุดดำเริ่มเคลื่อนไหวโจมตีสถานีจ่ายพลังงานของนคร เมืองตกอยู่ในความมืด ยูน่าและโอลิเวอร์รวมกลุ่มกับเด็กๆ นักประดิษฐ์รุ่นใหม่ เฝ้ารอแสงแรกของวันใหม่ด้วยความกลัวในใจ
คืนถัดมา ยูน่าฝันเห็นพ่อยื่นมือมาแต่สัมผัสไม่ได้ เธอตื่นขึ้นพร้อมน้ำตาเปื้อนหมอน หัวใจโหยหาแต่กลัวความจริงจะทำให้สิ่งที่เธอรักต้องแตกสลาย
รุ่งเช้า ทั้งนครฟ้ารวมตัวใต้หอนาฬิกา สภาเรียกร้องหาหัวข้อรับผิดชอบ ยูน่ายื่นสำเนาวิดีโอพ่อให้แม่ ตัดสินใจไปเผชิญกับกลุ่มชายชุดดำอย่างไม่เกรงกลัว
เหตุการณ์ยกระดับ ผู้คนปะทะกันกลางสะพานลอยฟ้า เสียงข้าวของแตกกระจาย โอลิเวอร์โดนผลักตกขอบแต่ยูน่าคว้าแขนไว้ด้วยความกล้าทะลุขีดจำกัด “ฉันจะไม่ให้เธอหายไปอีก” ยูน่าตะโกนทั้งน้ำตา
เสียงฟ้าผ่าสั่นสะเทือนช่วงคลุกวงใน ศัตรูพ่ายแพ้ เมืองเริ่มเปิดโปงว่า มีคนปิดบังประวัติศาสตร์เพื่ออำนาจ พ่อยูน่าคือเหยื่อ แต่สิ่งที่เหลือคือความอบอุ่นและความกล้า—มากกว่าความแค้น
คืนที่สุดท้ายที่นครลอยฟ้า ยูน่าเดินเคียงโอลิเวอร์ในสวนแขวน ทะเลเมฆอาบแสงจันทร์ “ฉันไม่เลือกจะลืมอดีต…แต่จะไม่ปล่อยให้มันกัดกินอนาคตอีกต่อไป” เธอพูดพร้อมรอยยิ้มแท้จริงครั้งแรก โอลิเวอร์สัญญาจะร่วมสร้างเมืองแห่งแสงใหม่ไปด้วยกัน
เสียงกลไกบินสะท้อนก้องผ่านผืนฟ้า—เสียงแห่งความหวัง ความเสียใจ และการเยียวยาซึ่งกันและกัน