กลิ่นลมหายใจกลางอวกาศ
เสียงเตือนภัยค่อยๆ แว่วเข้ามาในห้องคุมระบบขนาดกระทัดรัด ไฟสีแดงวาบขึ้นบนแผงควบคุม วิศวกรหญิงชื่อ นิชา เพิ่งลุกพ้นจากเก้าอี้ เธอได้รับหน้าที่ดูแลระบบอากาศทั้งหมดของนรา-อัลฟ่า—สถานีอวกาศกลางอาณาเขตไร้ขอบเขต ดาวอยู่ไกลโพ้นเหมือนประดับเชิงเทียนในห้วงมืด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!นิชา เงียบพิจารณาหน้าจอ สายตาฉายแวววิตก เธอหยิบสมุดจดเก่าที่สีน้ำเงินเข้มซึ่งขีดๆเขียนๆเต็มไปด้วยรอยขีดและชื่ออะไหล่ ระบบออกซิเจนดิ่งต่ำอย่างผิดปกติ
“เสียงเตือนอีกแล้วเหรอ?” บูม นักวิจัยวิทยาศาสตร์สารสนเทศ หนุ่มร่างผอม ผิวคล้ำเดินเข้ามาในเสื้อยืดสีซีด ดวงตาดูอ่อนล้าแต่ก็ขันแข็ง
“รหัส 19A โซนสามอีกแล้ว” นิช าหันไปไม่สบตา เธอลดเสียง ก่อนสายตาจะสอดขึ้นมองบูมอย่างระวัง
เขาถอนหายใจยาว “เมื่อคืนก็เพิ่งรีเซ็ตนี่ใช่ไหม”
นิชาแค่พยักหน้าสั้น ๆ เธอพยายามซ่อนความขุ่นเคืองไว้ใต้เสียงนิ่ง “ฉันจะลงไปเอง นายดูข้อมูลระบบให้ที”
บูมนั่งประจำที่หน้าคอมพิวเตอร์ เริ่มพิมพ์ลิ่ว มือข้างหนึ่งขยี้ผมฟู นิชาสะพายกระเป๋าเครื่องมือ หยิบป้ายชื่อขึ้นเสียบกับเสื้อคลุม
บูมหันมา “ถ้าอยู่ข้างล่างนานกว่า 30 นาที สื่อสารมาหน่อยนะ”
เธอชะงักเล็กน้อย “เวลาแบบนี้อย่าตลกเลย” กล่าวจบก็เดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
ประตูชั้นล่างของสถานีเย็นเฉียบจนสันหลังวาบ นิชายืนหน้าแผงควบคุม จังหวะก้าวเก้ ๆ กัง ๆ ตามความลังเลในใจ ชั้นนี้มืดครึ้ม เพราะระบบแสงบางส่วนเพิ่งลัดวงจร ซากเครื่องมือเก่าเกลื่อนราวถูกทิ้งขว้างไว้ใต้มุมมืด
ไฟฉายในมือสั่นเล็กน้อย เธอเดินไปตามท่อสายแอร์ตรงสู่โซนสาม เหงื่อผุดขึ้นที่ขมับ แม้อากาศเย็น—แต่รู้สึกหน้าอกหนักอึ้งเพราะเสียงกรีดร้องจากฝันร้ายในอดีตยังเกาะกุม นิชาเคยวางใจใครมากเกินไป จนเกือบเอาชีวิตไม่รอดและวันนี้ เธอไม่พร้อมเสี่ยงอีกครั้ง
เสียงคลิกดังลั่นจากฝากล่องควบคุมเมื่อเปิดออก นิชาหายใจลึก มองเห็นเส้นลวดขาด บางส่วนถูกตัดด้วยฝีมือมนุษย์ เหงื่อไหลเปื้อนหน้าผาก เธอรีบถ่ายภาพ ส่งขึ้นจอให้บูมทันที
“นี่ไม่ได้เกิดเองแน่, สายถูกตัด นายดูที่บันทึกกล้องในโซนนี้ได้ไหม?”
ความเงียบนานพอจะได้ยินเสียงผิวปากเชื่องช้า “ได้…แต่อาจช้าไปหน่อย เพราะระบบล่มนิดหน่อย” บูมตอบเรียบ ๆ แต่มีแววกังวลซ่อนในน้ำเสียง
“ถ้ามีใครเล่นตลกกับอากาศหายใจบนสถานีนี้ เราจะหมดลมหายใจจริงๆ” นิชากัดฟัน
“ผม…ไม่คิดว่าใครในนี้จะ…”
“นายคิดไม่พอ ไม่ใช่รึไง” เสียงขาดช่วง เงียบลง ทั้งสองรับรู้แรงตึงจากความกลัวและความไม่ไว้ใจ ไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่ม
นิชารีบซ่อมแซมสายไฟ รู้ว่าความจริงหนึ่งเดียวตอนนี้คือ—มีบางอย่างผิดปกติและไม่มีใครในสถานีนี้ควรไว้ใจง่ายๆ
เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนบนสถานีถูกเรียกประชุม บนโต๊ะยาวกลางโถง ผอ.เบอร์นาโดชาวบราซิล วัยห้าสิบห้าผู้มีรอยแผลเป็นลากยาวบนคาง เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น
“เมื่อคืนเกิดความเสียหายที่ระบบอากาศ มีใครเห็นหรือทำอะไรผิดสังเกตไหม” สายตาคนทั้งเจ็ดในทีมเฉลียงมองกันไปมา
นิชารอช่วงเงียบก่อนพูด “ฉันเจอสายที่ถูกตัด… มันเป็นความตั้งใจ ไม่ใช่อุบัติเหตุ”
เสียงซุบซิบดังระงม ขุนพล หัวหน้าช่างเทคนิคไทยวัยกลางคน ผู้เสียงดังเดินผลุนผลันขึ้น “ใครมันกล้าทำล่ะ จะบ้าเหรอ!”
ชเว นักเคมีสาวสายตาเครียด “แล้วเกิดอะไรขึ้นถ้าเกิดอีก?”
เด็กฝึกงาน เซน พูดเบา ๆ “ทุกคนก็ตายหมดไง” เสียงหัวเราะแห้งแล้งเจือความกลัว
บูมเหลือบมองนิชาแววตาประหลาดใจ “เราจะทำไงกันต่อ?”
ผอ.เบอร์นาโดน้ำเสียงเย็นลง “คืนนี้ทุกคนห้ามออกจากเขตของตัวเอง ใครละเมิดจะถูกขังจนกว่าจะคลี่คลาย”
หลังประชุม นิชากลับไปห้อง บูมตามมา เสียงฝีเท้าดังซ้ำ ๆ เธอเปิดประตูอย่างระวัง
“ทำไมนายถึงตามมา ฉันไม่ต้องการคู่มือ ฉันต้องการความปลอดภัย”
บูมนิ่งครุ่น “ฉัน…ฉันกลัวจริงๆ กลัวจะเกิดซ้ำ นายคิดยังไงกับทุกคนนี่?”
นิชาเบือนหน้าหนี “ทุกคนต่างมีความลับ นายก็ด้วย”
บูมนั่งลงชิดประตู ก้มหน้า “ฉันไม่เคยบอกเธอ แต่ที่ฉันมาอยู่ที่สถานีนี่… ฉันเคยทำพลาดที่สถานีก่อน… คนตายเพราะข้อมูลที่ฉันส่งผิด”
นิชานิ่งงัน ในแววตาสะท้อนเงาอดีต เธอสูดลมหายใจ “นายไม่ได้คนเดียวที่แบกอดีต”
สองคนจ้องตาในความเงียบ ต่างบอบช้ำจากแผลใจตัวเอง แต่ละคำพูดค่อยๆ ทำให้กำแพงระหว่างกันบางลงทีละน้อย
คืนนั้นเอง ไฟดับทั้งสถานี ประตูห้องล็อกสนิท ทุกคนติดอยู่ในพื้นที่ของตนเอง เสียงระบบอ็อกซิเจนลดฮวบจนเตือนภัยดังทั่วสถานี
นิชาครุ่นคิดวิธีออกจากห้อง บูมติดต่อผ่านวิทยุ “ฉันจะพยายามแฮกระบบประตู นายรออยู่ตรงนั้น”
“รีบเถอะ ฉันหายใจลำบากแล้ว” เธอเอ่ย เสียงเจือความกลัวชัด
เสียงเคาะประตูดังจากด้านนอก ขุนพลตะโกน “นิชาอยู่มั้ย เธอโอเคไหม”
“อย่า… อย่าแค่ออกไปเปิดประตูง่ายๆ!”
อีกฝั่งหนึ่งมีเสียงฝีเท้าวิ่ง เชนเด็กฝึกงานพร้อมชเวรวมกลุ่มบริเวณประตูวุ่นวาย สถานการณ์ชวนตื่นตระหนก เพราะไม่มีใครรู้ว่าใครไว้ใจได้
นิชายืนแนบผนัง สูดลมหายใจ พยายามฟังเสียงทุกจังหวะข้างนอก
ในห้องควบคุม บูมหายใจถี่ มือสั่นขณะไล่โค้ดแฮ็กระบบ ข้อมือเหงื่อไหล โทรศัพท์ในหูมีแต่เสียง “รีบเถอะ” จากนิชา เขาตะโกนตอบ “ฉัน…จะพยายาม!”
ทันใดนั้น สัญญาณเตือนภัยล่าสุดก็ดังพรึ่บ—ระบบออกซิเจนที่เหลือเพียงพออีกแค่ 42 นาทีเท่านั้น
บูมพบไฟล์ลับซ่อนในระบบ มีช่องคำสั่งแปลกที่เหมือนจะเป็นเครื่องหมายให้กับใครบางคน เขาส่งรหัสผ่านให้กับนิชาผ่านเครื่องสื่อสารส่วนตัว
“ใช้รหัสนี้ที่ประตูใต้ น่าจะออกได้…แต่ระวัง ขุนพลกับชเวอยู่ตรงนั้น”
นิชาเอื้อมหยิบโต๊ะหนังสือ หลบเสียงฝีเท้าข้างนอก มือพิมพ์รหัสลงในคีย์แพด ในชั่วขณะหนึ่งประตูค่อย ๆ เปิดออก
เธอพุ่งทะลุออกไป บูมอัดคลิปวงจรปิดเก่าแฉความจริงผ่านหน้าจอฝั่งโถงใหญ่ ทุกคนในสถานีได้รับชมพร้อมกัน
คนที่ตัดสายออกซิเจนคือ ผอ.เบอร์นาโด เขาปิดประตูซ้อนความลับ ความผิดเก่าที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุอวกาศเมื่อล่วงเลยไปสิบปีก่อน
ผอ.เบอร์นาโดปรากฏตัวตรงประตูทางออก คว้าแขนนิชาแน่น “ฉันไม่ได้หมายจะฆ่าใคร ฉัน…ต้องการลบเรื่องอดีต”
บูมเข้ามาสมทบใช้ตัวปกป้องนิชา “คุณไม่ได้เผชิญกับอดีตหรอก – คุณแค่เอาคนอื่นเป็นเหยื่อ”
ซีนความเงียบปกคลุมห้อง – ทุกคนร่ำร้องลมหายใจเหนื่อยหอบ เสียงหัวใจดังในอก
บูมเดินไปเสียบระบบสำรองออกซิเจน นิชาติดตาม ทุกสายตาเฝ้ามอง พวกเขาช่วยกันกดปุ่ม พบระบบถูกล็อกโดยเบอร์นาโด ต้องเลือกระหว่างเปิดให้บางห้องรอดชีวิตทั้งกลุ่ม หรือเลือกแค่บางคน กลไกบีบให้เลือก—ซีนตึงเครียด
นิชาสบตาบูม ทุกคนต่างร้องขอ อ้อนวอน ด้วยแววตาและน้ำเสียงปนการสั่นคลอนทางอารมณ์
นิชาก้มหน้าสะท้อนใจถึงครั้งสิ้นหวังในอดีต เธอกระซิบ “ฉัน…ไม่ยอมให้เจ้าบาปในอดีตชี้ชะตาใครอีกต่อไป”
บูมจับมือเธอแน่น แล้วทั้งคู่ร่วมกันปลดล็อกสุดท้าย เลือกเสี่ยงเปิดระบบรวม แม้อาจสูญเสียทุกอย่าง
อากาศค่อย ๆ ไหลกลับเข้าสถานี เสียงหายใจท่วมท้น ทุกคนรอดชีวิต
เบอร์นาโดถูกจับส่งกลับโลกตามกระบวนการข้อหาเจตนาฆาตกรรม
หลังเหตุการณ์นั้น นิชาและบูมต่างยอมเปิดใจต่อกันมากขึ้น บาดแผลในอดีตทั้งคู่ค่อย ๆ สมาน แม้อยู่ท่ามกลางห้วงอวกาศที่ไร้ที่สิ้นสุด
พวกเขานั่งมองดาวเงียบ ๆ ภายนอกกระจกส่องแสงสีฟ้าเย็นเหนือพื้นโลก—รู้เพียงสิ่งเดียว ไม่ว่าที่ไหน ความเชื่อใจและการให้อภัยต่างหากที่กลายเป็นลมหายใจแท้จริงของมนุษย์