แสงสุดท้ายแห่งสถาบันใต้ทะเล
เสียงกริ่งปลุกดังสะท้อนก้องไปทั่วทางเดินยาวที่ทาด้วยแสงสลัวใต้สีฟ้าคราม อัญญา นั่งซุกตัวอยู่ในมุมห้องพักแคบ ๆ ภายในห้องทดลองหมายเลข 7 ดวงตาเด็กสาววัยสิบหกคู่นั้นคล้ายซ่อนความกล้าไว้ในซอกหลืบแห่งความโดดเดี่ยว เธอเพ่งมองภาพสแกนสมองปลาหมึกยักษ์ที่ฉายบนจอ ฉากเงียบ เงากลุ่มเพื่อนสองคน—รัฐ กับ มาร์ช—ทะลึ่งพรวดเข้ามาในห้อง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“อีกแล้วเหรออัญ อยู่ตรงนี้ทุกเช้าเลยเนอะ” รัฐเปิดประโยค สีหน้ามีทั้งเอือมและเอ็นดู อัญญาส่ายหน้า ไม่ยอมสบตา มาร์ชหัวเราะเบา ๆ แม้จะขยับเข้ามาช้าอย่างระวังเหมือนเกรงใจ “ฝันร้ายอีกเหรอ?”
“เปล่าหรอก ก็แค่… ชอบดูพวกนี้” เธอโกหก ไม่ได้อยากพูดถึงเสียงหวีดของเวลากลางคืนที่ยังตามรบกวนในหัวใจเสมอ
ประตูคิด ประตูเหล็กเลื่อนอัตโนมัติเปิดออก พี่อิงค์—ผู้ควบคุมโซนเยาวชน—โผล่เข้ามาด้วยท่าทีสำรวม ใบหน้าเคร่งขรึมทำให้ห้องยิ่งแคบลงไปอีก “ประชุมสำคัญ วันนี้อย่าลืมมาพร้อมกัน ที่ลานโถง 08:30”
รัฐหันไปยักไหล่ให้มาร์ช—แต่เบื้องลึกกลับฉายเงากระวนกระวาย แววตาของอัญญาไหววูบ เธอมีเป้าหมายแค่ขอให้วันนี้ไม่มีอะไรผิดปกติ เหมือนทุกเช้าในรอบปีที่ผ่านมา จากประตูรอบห้อง เสียงเครื่องจักรกลไกแว่วลอดมาพร้อมกลิ่นยาปฏิชีวนะเจือปนกับไอทะเล
เด็กทั้งสามเดินไปตามทางเดินรอยแตกลาย กระจกใสบานโตเผยให้เห็นมวลหมู่ปลาหลากสีแหวกว่ายในโลกเงียบงันภายนอก รัฐแวะหยุด หยิบของบางอย่างออกจากกระเป๋า—สมุดบันทึกขาดรุ่งริ่งที่เขาวาดภาพร่างสถาบันและซ่อนสิ่งของสำคัญ ก้มกระซิบเบา “คืนนี้เฝ้ายาม อย่าลืมนะ อย่าออกนอกโซนเด็ดขาด มีอะไรแปลก ๆ ระวังตัวไว้ด้วย”
เสียงโถงกว้างตัดบรรยากาศเงียบ มีผู้ใหญ่ในชุดยูนิฟอร์มเรียงรายรอบโต๊ะประชุมขนาดใหญ่ เด็กกำพร้าเกือบยี่สิบชีวิตนั่งกระจายเป็นกลุ่มเล็ก ๆ อิงค์ยืนกลางห้อง เสียงแมกโครโฟนแตกพร่า “พบสัญญาณปริศนาจากโพรงน้ำลึกสิบสาม โครงการสำรวจเริ่มคืนนี้ใครมีความสมัครใจแจ้งชื่อ”
อัญญาเก็บสายตาบนโต๊ะ รัฐสวนขึ้นเบา ๆ “เราทำได้ไหม ถ้าเราไปด้วย?” ผู้ใหญ่เหลียวขวับมองบ้าง ในดวงตาชายวัยกลางคนผมแซมขาว มีประกายแห่งความหวังและความระแวงปะปน มาร์ชกระซิบ “แม่ง อย่าเลย เห็นมั้ยทีมวิจัยเอาแต่กลัวกันทั้งนั้น”
หลังประชุม เด็กสามคนซุ่มคุยในห้องพัก รัฐกระแทกเสียง “ก็ถ้าเราไม่ทำ จะให้รออะไร รอให้ผู้ใหญ่ทิ้งอีกเหรอ?” อัญญาเม้มปากแน่นนาน ก่อนตอบเสียงสั่น “เรา… เราไม่อยากเป็นแบบแม่” บรรยากาศนิ่งงัน เสียงคลื่นใต้ทะเลเหมือนกรีดแทงใจ
“เธอไม่ใช่ผู้ใหญ่คนเดียวหรอกที่โดนทิ้งไว้นี่” มาร์ชโพล่งขึ้น ตาคมจ้องพื้น—รอยแผลที่มือซ้ายยังพาดผ่านตลอด มันคืออดีตที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึง
แสงไฟในโถงทางเดินเริ่มตกกระพริบ อัญญาขยับใกล้กระจก มองผืนน้ำดำสนิท เงาอะไรบางอย่างวูบผ่านเป็นเพียงประกายวูบสั้น ๆ เธอหอบหายใจ ตัดสินใจ