ทุกจังหวะใจ ใกล้เธอ
เสียงกีต้าร์โปร่งกรีดลงเบา ๆ ในห้องซ้อมเล็กใต้ตึกกิจกรรมของมหาวิทยาลัย เมษา นั่งก้มหน้าเก็บโน้ตเพลง ดวงตาฉายแววเหนื่อยล้า ทว่าในห้องเงียบนั้นก็มีเสียงฝีเท้าเข้ามาแตะประตูอย่างระแวง ก่อนชายหนุ่มร่างสุงผิวคล้ำแต่ตาใสราวเด็กประถมจะโผล่หัวเข้ามา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!นที: “ขอโทษ…คือ—ใช้ห้องนี้อยู่ไหม?”
เมษาเงยหน้าสบตา ทั้งสองคนหยุดนิ่งราววินาทีถูกขึงไว้ พอตั้งสติ เมษาก็ดีดสายกีต้าร์ทิ้งอย่างหัวเสีย
เมษา: “ยังซ้อมอยู่ แต่—อือ…พักได้ถ้าต้องใช้”
นทีรู้สึกเก้อ คำที่อยากพูดติดอยู่ที่คอ เสียงหายวับไปกับความเงียบ เขาลังเล ชะงัก ก่อนคลี่ยิ้มแหย ๆ
นที: “คือ เรา…อาจารย์ให้จับคู่โปรเจ็กต์แล้วนะ เขาบอกให้มาคุยกับคนที่ติดคะแนนสูง ถ้าไม่ได้เราจะไม่จบ—”
เมษาชะงัก หัวใจเธอเต้นแรงชั่ววูบแต่พยายามกดน้ำเสียงให้ราบเรียบ
เมษา: “อืม ถ้ามันเลือกไม่ได้ ฉันโอเคนะ ให้มาคู่กับฉันก็ได้”
ทั้งสองนั่งลงตรงข้าม โต๊ะเก่า ๆ กีต้าร์วางกั้นระหว่างกัน บทสนทนาแรกเริ่มขึ้นอ่อย ๆ ในม่านบรรยากาศลังเล ทั้งสองพยายามซ่อนความกลัวของตัวเองไว้ ในดวงตาคู่นั้นต่างเต็มไปด้วยคำถาม
นทีมีฝันที่ไม่เคยพูด เมษามีอดีตกับเวทีที่ล้มเหลวจนไม่อยากยุ่งกับการประกวด แต่โปรเจ็กต์ปีนี้คือตั๋วใบเดียวของเธอเข้าสู่วงการ ทั้งคู่เดินออกจากห้องอย่างคนแปลกหน้าที่ถูกบังคับให้เดินใกล้กัน
วันต่อมา เวลาค่ำ เมษานั่งจ้องเครื่องดื่มหน้าร้านชาชักตรงข้ามมหาวิทยาลัย นทีเดินผ่านมา เกือบจะเดินเลย ถ้าไม่ติดว่าสายตาเมษาลอบมองเขาอยู่ตลอด
นที: “นั่งคนเดียวเหรอ?”
เมษายิ้มมุมปาก พยักหน้าไม่พูดอะไร นทีก็มึน ๆ หยิบแก้วไปนั่งโต๊ะเดียวกัน จังหวะเงียบระหว่างพวกเขาน่าอึดอัด แต่มันก็มีอะไรบางอย่างอุ่น ๆ แทรกอยู่
นที: “เราฟังเพลงที่เธอแต่งมา…มันดีนะ…แต่อะไรขาดไปบางอย่าง”
เมษาเหลือบตา มองเขาอย่างสงสัย
นที: “ไม่รู้สิ…ชอบท่อนฮุค แต่ตอนจบมันดู…เหมือนไม่กล้าพูด”
คำพูดนั้นเหมือนแทงใจดำ เมษาเงียบจนนทีกลัวว่าออกตัวแรงเกินไป
เมษา: “จริง ฉันก็รู้สึก…แต่ไม่เคยกล้าปรับ”
นที: “ถ้าจะลองด้วยกัน…เราช่วยได้ไหม เธอยอมให้เพิ่มเมโลดี้ดู”
เมษาคิดสักพักก่อนพยักหน้าน้อย ๆ ความนิ่งงันนั้นมีรอยยิ้มเจือจาง
คืนต่อมาในห้องซ้อม เมษากำลังรอ นทีมาช้า ฝนตกกระหน่ำข้างนอก เสียงฟ้าร้องดังตลอดช่วงค่ำ พอประตูเปิด เมษาเผลอบ่นแบบไม่มองหน้า
เมษา: “ซา…กลับบ้านทำไมไม่รอฝนหายก่อน”
นทีเปียกปอนแต่หัวเราะ
นที: “ถ้าไม่มา จะไม่ได้ซ้อมกับเธอไง เรารู้ว่าเธอไม่ชอบรอ”
เงียบไป นทีส่งโน้ตปรับปรุงที่เค้าแอบแต่งเมื่อคืนนี้ให้ดู เมษาปรายตามอง ตกใจที่เห็นชื่อเพลงเปลี่ยน
เมษา: “เปลี่ยนชื่อ…ทำไมต้องเปลี่ยน”
นที: “มันไม่ใช่แค่เพลงของเธอแล้วไง ตั้งแต่เราทำด้วยกัน มันต้องชื่อใหม่ — ‘ใกล้เธอ'”
เมษา: “ฟังจืดจัง”
นที: “แต่เราอยากให้มันหมายถึงเราด้วย…อ่า คือ…เราเป็นคนชื่อ นที…”
เมษาหัวเราะหลุดมาด เมล็ดแห่งมิตรภาพเริ่มงอกขึ้นใต้ความขัดเขิน เธอเปิดใจยิ้มให้เขามากกว่าครั้งก่อน ๆ
พวกเขาใช้เวลากับเสียงดนตรีมากขึ้นทุกวัน บางค่ำคืนก็หลงลืมหัวข้อโปรเจ็กต์ กลายเป็นต่างคนต่างระบายความกลัว
นที: “เรากลัว…กลัวทำให้โปรเจ็กต์พัง กลัวต้องซ้ำปีอีก”
เมษา: “ฉันก็กลัว แต่มากกว่านั้น…กลัวไม่ได้ยืนบนเวทีอีก กลัวล้มเหลวต่อหน้าคนทั้งฮอลล์”
คืนหนึ่งหลังซ้อมดึก เมษานั่งบนฟุตบาทข้างหอ บรรยากาศเย็นสบายแต่ความเงียบอึดอัด เธอห่อตัว กอดเข่า
เมษา: “นที เธอรู้ไหม บางที่ฉันอิจฉาคนที่กล้าทำตามฝันจริง ๆ”
นที: “เราว่า…กลัวกับกล้าแตกต่างกันแค่เธอจะลุกขึ้นใหม่รึเปล่า”
เสียงนกกริ่งหอพักดังคั่นบทสนทนา เมษาลอบมองแววตาอ่อนโยนของเขา มีบางอย่างเปลี่ยนไปเล็กน้อยในหัวใจเธอ
ครูแนะแนวประชุมโปรเจ็กต์กลางเทอม นทีเจอกลุ่มเพื่อนวิศวะดึงตัวไปซ้อมเครื่องเสียงจนลืมซ้อมเพลงกับเมษา เมษาเริ่มกังวลว่าเขาจะทิ้ง ไม่เหมือนตอนแรกที่กล้าแจกตารางซ้อม
หลังเลิกกิจกรรม เมษานั่งเหม่อบนบันได ตาแดง ๆ จากความกดดัน
นทีเดินมาเจอ เขานั่งเงียบ ๆ ข้าง ๆ เป็นนาทีก่อนสบตาแล้วพูดเบา ๆ
นที: “ขอโทษ…เราเลือกไม่ได้ เพื่อนชวนทำกิจกรรม ฝึกงานก็ใกล้ เธอโกรธไหม”
เมษาเม้มปาก สะกดน้ำตา
เมษา: “ฉันก็ไม่ได้เลือกเหมือนกัน ว่างไม่ได้ หัวใจฉันทนไม่ไหว…แต่ฉันโกรธตัวเองมากกว่า”
นทีพยักหน้า รอยยิ้มจาง ๆ อ่อนแรงอยู่ในแววตา
นาทีแห่งความเข้าใจแบบชั่วคราว ทำให้ทั้งสองยอมถอยเพื่อหาตัวเอง
เมษาเริ่มเว้นระยะห่าง ลดการพูดคุย ส่วนมากเจอกันแค่เวลาซ้อมในห้องโดยมีโต๊ะกลางเป็นเส้นแบ่ง นทีจ้องหน้าเธอ พูดแล้วกลืนคำหลายทีจนพอเธอเดินออกไปก็ได้แต่ยืนนิ่ง
เสียงละครห้องซ้อมไม่มีชีวิตชีวา เพลงหยุดกลางคันทุกที ต่างคนต่างไม่กล้าสบตา
เมษาขลุกตัวในห้อง ไม่ออกไปไหน กอดกีต้าร์ฟังเดโมเพลงเก่า ๆ ของตัวเอง ซึ้งใจกับท่อนจบที่เหมือนชีวิตตัวเอง — มีแต่กลัว กับ ไม่กล้า
นทีแอบพิมพ์แชตขอโทษแต่ไม่กล้ากดส่ง เมษาก็เปิดแชตเขา แต่ลบข้อความทุกครั้งโดยไม่กล้าพิมพ์ใจ
คืนหนึ่ง เมษายืนดูดาวบนระเบียง พลางได้ยินเสียงกีต้าร์ทุ้ม ๆ ลอยจากห้องซ้อมข้างล่างลงมากลางความเงียบ นทีนั่งคนเดียวร้องเพลงที่ทั้งสองเคยเล่น เขาเงยหน้ามองมาแวบหนึ่ง แต่อีกฝ่ายรีบหลบตา
วันประกวดเพลงในมหาวิทยาลัยใกล้เข้ามา ทั้งคู่หลีกเลี่ยงกัน แม้รู้ว่าต้องเจอกันในวันซ้อมใหญ่ คืนก่อนขึ้นเวที เมษาเอามือแตะโน้ตเพลง ‘ใกล้เธอ’ น้ำตาซึมโดยไม่รู้ตัว
เช้าวันแข่งขัน นทีแต่งตัวรีบวิ่งมาถึงห้องซ้อม สายตาโลเลค้นเมษาไม่เจอ จึงกดโทรออกแต่ไม่มีสัญญาณตอบ เมษานั่งข้างสระน้ำ ทอดสายตามองเงาตัวเอง
เมษา: “เราทำดีที่สุดได้แค่นี้ใช่ไหม…”
เสียงข้อความเข้าบนจอมือถือ นทีส่งรูปคอร์ดกับท่อนจบใหม่ พร้อมข้อความแสนสั้น: “ท่อนนี้อยากให้เธอลองร้องดูนะ ถ้ายังอยากด้วยกันอยู่”
ด้วยแรงผลักดันแห่งความฝัน เมษาตัดสินใจวิ่งกลับไปที่หอประชุม เธอหายใจลึก เจอนทียืนรอบนเวที เขาส่งสายตาให้เธอและพูดเบา ๆ
นที: “ขอโทษ…เราอาจไม่ใช่คนเก่งที่สุด แต่พร้อมกล้าไปกับเธอ…โอเคไหม”
เมษายิ้ม โบกมือตอบ เขยิบขึ้นข้าง ๆ ในแสงไฟสีอ่อนจาง
ทั้งสองขึ้นเวที ไฟสปอร์ตไลท์จับตัว เมษาเริ่มร้องด้วยน้ำเสียงสั่นไหว ท่อนจบใหม่ประสานกับท่วงทำนองของนที เสียงหัวใจเต้นแรงแทบทะลุอก
เพลงจบลงท่ามกลางเสียงปรบมือ แต่นั่นไม่ใช่ชัยชนะสำคัญ เมษาหันมองนที ทั้งสองสบตากันนิ่งนาน
เมษา: “เข้าใจแล้ว…อยู่ใกล้เธอ มันดีที่สุดแล้วละ”
นทีหัวเราะ คำพูดถูกกลืนด้วยรอยยิ้มจริงใจ
หลังเวที ในบรรยากาศรื่นรมย์ เมษาเอื้อมมือไปแตะมือเขา ความเงียบงันแทรกอยู่ระหว่างเสียงหัวใจที่กลับมาเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน
พวกเขาไม่ต้องพูดอะไรมาก รู้ดีว่าการเดินต่อด้วยกันอาจไม่ง่าย แต่ทั้งสองเลือกที่จะกล้า ด้วยเสียงเพลงและหัวใจที่ไม่กลัวแล้ว
เสียงฮัมเพลงค่อย ๆ เลือนหายไปในสายลมค่ำคืน แต่อ้อมแขนใหม่และรอยยิ้มซื่อ ๆ ของนทีเคียงข้างเมษาในทุกจังหวะใจ ใกล้กันเสมอ