คืนไร้จันทร์ ณ บ้านสายหมอก
เสียงลมครางแผ่วเบาไหลรอดผ่านรอยปริที่หน้าต่างไม้เก่า บ้านพักกลางหุบเขาแห่งนี้ตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางม่านหมอกขาวข้นที่บดบังทุกสิ่งรอบตัว นพ ขับรถฝ่าทางคดเคี้ยวขึ้นมาอย่างเงียบขรึม เหงื่อผุดตามไรผม ทั้งที่อากาศเย็นยะเยือก เขาขยับมือจับพวงมาลัยแน่นขณะจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ที่แทบจะกลืนหายไปกับหมอก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ถึงแล้วเหรอ?” มินตราในเบาะหลังเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ ตาจับจ้องสวนป่าที่รายล้อม เธอพยายามปั้นยิ้ม เห็นรอยกังวลในแววตา “นี่มัน…ดูเก่าไปหน่อยนะนพ”
“แต่ก็ไม่มีที่ไหนว่างแล้ว” ไอซ์ยกกระเป๋าออกจากรถ พ่นลมหายใจแรง “ดีกว่าตั้งเต็นท์กลางป่า…ป่ะ รีบขนของเข้าบ้านเถอะ เดี๋ยวหมอกลงหนากว่านี้”
เพลงหิ้วกล่องข้าวเดินตามหลัง หยุดมองแผ่นป้ายไม้เหนือประตูซึ่งตัวอักษรจางเกือบลบเลือน “บ้าน…สายหมอก” เขาอ่านเสียงแผ่ว ๆ ก่อนผลักประตูเข้าไป กลิ่นไม้เก่าผสมฝุ่นลอยแตะจมูกทันที
ในห้องโถง เสียงเท้าเหยียบไม้ดังเอี๊ยดอ๊าด ทุกคนยืนมองรอบตัว เฟอร์นิเจอร์เก่าแก่ซ้อนทับเงามืดบนฝาผนัง มินตราถอนหายใจ “คืนนี้ต้องนอนที่นี่จริงเหรอ”
นพหัวเราะแห้ง ๆ “เดี๋ยวก็เช้าแล้ว มันแค่คืนเดียวเอง” เขาเก็บความกังวลไว้ในอก พยายามไม่สนใจจังหวะหัวใจที่เริ่มเร่งขึ้นทุกที
เสียงเคาะ…
มันดังขึ้นเบา ๆ จากผนังด้านใน ทุกคนหยุดนิ่งทันที ไอซ์กลืนน้ำลาย “ได้ยินมั้ย?”
ไม่มีใครตอบ เพลงเดินไปแตะกำแพง เสียงนั้นเงียบหายไปแล้ว ทุกคนเงียบงัน ต่างทำเป็นไม่ใส่ใจ แม้ในหัวจะยังวนเวียนกับเสียงนั้น
ค่ำคืนแรก บ้านสายหมอกดูจะกลืนกินเสียงหัวเราะและคำพูดของทุกคน พวกเขาแยกย้ายกันเข้าห้องนอน ไฟในบ้านสลัว มินตรานอนไม่หลับ เธอได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ เดินวนอยู่หน้าห้อง เธอตั้งใจฟัง—แต่เมื่อหยุดหายใจ สรรพเสียงก็เงียบหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรง
เสียงนาฬิกาแขวนดังติ๊ก ๆ ในความเงียบงัน ไอซ์พลิกตัวไปมา เขามองเงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่าง หมอกขาวข้นเคลื่อนผ่านช้า ๆ ราวกับมีอะไรบางอย่างอยู่ข้างนอก เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าสิ่งที่ได้ยินเมื่อตอนหัวค่ำเป็นแค่เสียงไม้ลั่น หรือ…
เช้าวันใหม่ หมอกยังไม่จาง แต่ฟ้าสว่างขึ้นเล็กน้อย นพตื่นก่อนใคร เขาเดินออกไปสำรวจรอบบ้าน เปียกชื้นไปด้วยหมอก สายตาสะดุดกับรอยเท้าเปื้อนดินที่ต่อจากบันไดสู่หลังบ้าน รอยเท้าดูเหมือนจะเล็กกว่าของเขา แต่ลึกลงไปในดินแฉะมากผิดปกติ เขาเดินตามรอยเท้าไป หัวใจเต้นเร็วขึ้นทุกก้าว
รอยเท้าหายไปตรงแปลงดอกไม้รกชัฏ มีเศษกระดาษเก่า ๆ ติดอยู่บนต้นกล้า นพหยิบขึ้นมาดู ตัวอักษรจางจนอ่านแทบไม่ออก “…อย่าปลุกให้ตื่น…”
“นพ!” เสียงไอซ์ดังมาจากหน้าบ้าน “มินตราไม่สบาย ปวดหัวมาก” นพขมวดคิ้ว รีบเดินกลับ หัวใจยังเต้นแรงด้วยความงุนงงจากข้อความปริศนา
มินตรานอนซมบนโซฟา สีหน้าไม่ดี เธอบ่นงึมงำ “เมื่อคืนฝันประหลาด…เหมือนมีคนกระซิบข้างหูตลอดเวลา” เธอหลับตาแน่น สีหน้าหวาดกลัว
เพลงเดินวนไปมาอย่างหงุดหงิด “เรารีบไปจากที่นี่เลยได้มั้ย? บ้านนี้มันไม่ปกติ”
ไอซ์เหลือบมองนพ “นาย…ไม่ได้บอกเราทุกอย่างใช่มั้ย? เรื่องบ้านหลังนี้…”
นพเงียบ ไม่ตอบในทันที เขาเบือนหน้าหนี “มันเป็นบ้านของญาติ…แต่ไม่ได้เจอกันมานานมากแล้ว”
เสียงเคาะเบา ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มาจากประตูหลังบ้าน ไม่มีใครกล้าขยับ เพลงจับแขนมินตราแน่น ไอซ์กลืนน้ำลาย
นพเดินไปใกล้ประตู เสียงนั้นหยุดลงทันทีเมื่อเขาแตะลูกบิด เขาเปิดประตูช้า ๆ—นอกบ้านว่างเปล่ามีแต่หมอกขาว ไม่มีอะไรเลย
บ่ายวันนั้น ทุกคนตัดสินใจออกไปเดินรอบบ้านเพื่อคลายความอึดอัด เสียงฝีเท้าบนเศษใบไม้ชื้น ๆ สลับกับเสียงถอนหายใจและบทสนทนาขาดช่วง
“เมื่อคืนฉันได้ยินเสียงเด็กหัวเราะ” มินตราพูดเสียงเบา “มันดังมาจากห้องใต้บันได”
ไอซ์ทำหน้าขรึม “อย่าเล่นนะมิน…ฉันก็ฝันถึงเด็ก”
เพลงหยุดเดิน “นายสองคนบอกว่าฝันเหมือนกันเหรอ? ฉันไม่ได้ฝันอะไร แต่รู้สึกว่าห้องนอนฉันเหมือนมีคนเดินผ่านทั้งคืน”
นพไม่พูดอะไร ดวงตาเขาติดอยู่ที่หน้าต่างชั้นสอง เห็นเงาดำวูบผ่านช้า ๆ เขาขยี้ตา เมื่อมองอีกครั้งก็ไม่มีอะไร
ตกเย็น หมอกหนาขึ้น ทุกคนรวมตัวในห้องโถง ไฟในบ้านกระพริบตก ๆ เพลงพยายามเปิดเพลงจากโทรศัพท์เพื่อกลบความเงียบ แต่สัญญาณขาดหาย เสียงลมกรูเข้ามาทางช่องลมอย่างแรง
มินตรานั่งนิ่ง น้ำตาคลอเบ้า “ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่…รู้สึกเหมือนเราถูกมองอยู่ตลอดเวลา”
ไอซ์พยายามปลอบ “อีกคืนเดียวเอง เดี๋ยวเช้าก็ออกแล้ว” เขาเองก็พูดด้วยเสียงสั่น
เสียงเคาะดังขึ้นที่บันได คราวนี้หนักแน่นขึ้น ทุกคนหันขวับไป ชั่วขณะหนึ่งไม่มีใครพูดอะไร ก่อนที่นพจะลุกขึ้น “ผมจะไปดูเอง”
เขาเดินขึ้นบันไดทีละขั้น เงาเคลื่อนไหวอยู่ปลายทางเดิน นพหยุดนิ่ง สูดหายใจลึก ขณะที่ก้าวต่อไป ประตูห้องใต้หลังคาแง้มอยู่แง่ง ๆ
ข้างในมืดสนิท นพเดินเข้าไป เศษกระดาษเก่าใบหนึ่งตกอยู่บนพื้น เขาหยิบขึ้นมา อ่านตัวหนังสือจาง ๆ—’คืนนี้จะเดินทางกลับ…แต่ถ้ายังไม่นอน…พวกเขาจะไม่ไปไหน…’
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นข้างหลัง นพหันขวับ—ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น เงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่างเป็นเงาเด็กที่ยืนหันหลังให้
เขากะพริบตาอีกครั้ง เงานั้นหายไป เสียงกระซิบแผ่วเบาลอยมาตามลม “อย่าปลุก…”
นพรีบกลับลงมา สีหน้าเคร่งเครียด ทุกคนถามไถ่ เขาโกหก “ไม่มีอะไร” แต่ในใจกลับปั่นป่วน
คืนนั้น ความอึดอัดฉายชัดในทุกสีหน้า ทุกการเคลื่อนไหว เพลงเดินวนไปมาอย่างกระวนกระวาย มินตรานั่งกอดเข่า ไอซ์นั่งนิ่ง เงียบอย่างผิดปกติ
กลางดึก มีเสียงเหมือนอะไรบางอย่างลากผ่านทางเดินหน้าห้อง ทุกคนได้ยิน แต่ไม่มีใครกล้าลุกไปดู
เสียงหัวเราะเด็กดังแว่วมาในหมอก ทุกคนตื่นขึ้นมานั่งนิ่งในความมืด ไม่มีใครพูดอะไร ต่างรับรู้ว่าคืนนี้จะไม่มีใครได้นอน
รุ่งเช้า มินตราหายตัวไป เหลือเพียงรอยเท้าชื้น ๆ บนพื้นไม้ นพ ไอซ์ และเพลงออกตามหา เรียกชื่อเธอทั่วบ้าน แต่ไม่มีเสียงตอบรับ
ไอซ์เริ่มปะติดปะต่อ “เมื่อคืนฉันเห็นเหมือนมินเดินออกไปนอกบ้าน…แต่ตอนนั้นคิดว่าเธอแค่ไปเข้าห้องน้ำ…”
เพลงพูดเสียงสั่น “หรือเธอถูก…บางอย่างเอาไปแล้ว?”
นพมีสีหน้าสำนึกผิดอย่างชัดเจน “ผม…ผมน่าจะบอกพวกนายแต่แรก บ้านนี้…เมื่อสิบปีก่อน มีเด็กสองคนหายตัวไป ไม่มีใครเจอศพ พวกเขา…เป็นลูกพี่ลูกน้องของผมเอง”
เสียงเงียบครอบคลุมทุกคน ไอซ์มองนพตาแข็ง “นายรู้เรื่องนี้แต่ไม่บอกเรา?”
“ผมแค่คิดว่ามันนานมาแล้ว…คงไม่มีอะไรเหลือ”
เสียงฝีเท้าเด็กวิ่งวนในบ้านดังขึ้นอีกครั้ง ทุกคนหยุดฟัง หัวใจเต้นแรง เงาดำวูบผ่านหน้าประตู
ไอซ์ตัดสินใจวิ่งตามเงานั้น—แต่ประตูล็อกเองโดยไม่มีใครแตะ เขาตะโกนเรียกมินตรา “มิน! อยู่ไหน!”
เสียงขูดขีดบนผนังดังขึ้นเป็นจังหวะ ทุกคนต่างแยกย้ายกันค้นหา ไอซ์พยายามงัดประตูออกไปด้านนอก เพลงค้นหาทุกห้องอย่างตื่นตระหนก นพปีนขึ้นไปสำรวจใต้หลังคาอีกครั้ง
ใต้หลังคามืดสนิท นพเปิดไฟฉายส่องดู เห็นกรอบรูปครอบครัวเก่า ๆ วางอยู่ มีรูปเด็กสองคนยืนยิ้ม มือจับกันแน่น เขานั่งลงหน้ารูป รำพึงกับตนเอง “ผมขอโทษ…ผมควรช่วยพวกเธอ”
เสียงกระซิบใกล้หู “ทำไมถึงทิ้งพวกเราไว้…”
นพสะดุ้งหันขวับไป ยังไม่มีใคร
ไอซ์งัดประตูออกได้ในที่สุด หมอกขาวข้นทะลักเข้ามาในบ้าน ทุกคนออกไปนอกบ้าน ตะโกนเรียกชื่อมินตรา
เสียงหัวเราะเด็กดังแว่วมาในหมอก ไอซ์เดินตามเสียง มือสั่นเทา เพลงวิ่งตามเหมือนคนขาดสติ นพยืนลังเล ใจหนึ่งอยากหนี อีกใจอยากช่วยเพื่อนและไถ่บาป
ไอซ์กับเพลงหลุดเข้าไปในหมอกหนาทึบ ทุกอย่างเงียบงัน เงาเด็กเล็ก ๆ เคลื่อนผ่านในสายตา ไอซ์ตะโกน “ใครอยู่ตรงนั้น!”
เงานั้นหยุด หันหน้ามา ดวงตาว่างเปล่า
เสียงกระซิบซ้อนทับจากทุกทิศทาง “อย่าปลุก…อย่าปลุกพวกเขา…”
เพลงร้องไห้โฮ ล้มลงกับพื้น “ผมขอโทษ…ผมแค่…”
ไอซ์มองไปรอบ ๆ ดูเหมือนจะมีเด็กสองคนยืนอยู่ข้างหลังในหมอก เขาถอยหลังช้า ๆ ก่อนจะสะดุดล้ม
ตัดกลับมาที่นพ เขาตัดสินใจเดินตามเข้าไปในหมอก เสียงกระซิบดังขึ้นเรื่อย ๆ ร่างเด็กสองคนยืนขวางทาง เขาเอ่ยเสียงแผ่ว “ขอโทษ…ทุกอย่างมันเป็นความผิดของผม…”
หมอกค่อย ๆ จางลง เงาเด็กสองคนหันมายิ้มบาง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เลือนหายไปพร้อมกับเสียงหัวเราะแผ่วเบา
นพ ไอซ์ และเพลง กลับออกมาได้ มินตรานั่งกอดเข่าอยู่ตรงระเบียง สีหน้าตกใจแต่ปลอดภัย
บ้านสายหมอกเงียบงันอีกครั้ง ทุกคนมองหน้ากัน ไม่มีใครพูดอะไร ทุกอย่างจบลงแบบไม่มีคำตอบว่าพวกเขาผ่านอะไรมาในหมอก ตลอดคืนไร้จันทร์—เสียงกระซิบยังคงค้างคาในความเงียบ