บ้านเสียงเงียบ
สายหมอกแขวนตัวเหนือยอดไม้ในเช้าวันเสาร์ รถกระบะสีเก่าคันหนึ่งกำลังวิ่งฝ่าหล่มโคลนถนนเข้าป่า เสียงเพลงเบาๆ คลอในรถ พลอยเป็นคนขับ เธอขมวดคิ้ว มือจับพวงมาลัยแน่น เหงื่อซึมที่หน้าผากแม้จะเป็นฤดูหนาว กลิ่นดินเปียกฝังอยู่ในอากาศ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แน่ใจนะว่านี่คือที่ที่น้องแกหายไป?” เปิ้ลเพื่อนสนิทของพลอยถามเสียงเบา เหลือบมองกระดาษแผนที่ขยับสั่นในมือ
“ใช่…มันต้องใช่” พลอยตอบสั้นๆ สายตาไม่ละจากถนน เธอรู้ว่าคำตอบมันฟังไม่มั่นใจนัก น้องสาวของพลอยหายไปเมื่อสองปีก่อน ไม่มีใครพบศพ ไม่มีร่องรอย มีแค่คำบอกเล่าจากชาวบ้านว่าคืนสุดท้ายนั้น เห็นเธอเดินเข้าไปในป่าแห่งนี้กับใครบางคน
ในรถยังมีปั้นกับโอม ปั้นนั่งหลังสุด ตาจ้องออกนอกหน้าต่างเหมือนจะหลบสายตาใครสักคน โอมดูเหมือนจะสนุกกับการถ่ายวิดีโอ มือถือสั่นไปมาตามจังหวะเสียงหัวเราะแผ่ว
“พวกแกฟังมั้ย…เสียงนกมันเงียบไปหมดเลย” เปิ้ลกดกระจกลงยื่นหูฟัง มีแต่เสียงล้อบดกับโคลน ไม่มีเสียงนก ไม่แม้แต่จิ้งหรีด
ไม่มีใครตอบ รถแล่นจนถึงบ้านไม้สองชั้นทรุดโทรม ถูกล้อมด้วยรั้วไม้ไผ่เก่า ๆ ประตูเปิดอ้าเหมือนเชิญชวน
พลอยดับเครื่องยนต์ เสียงเงียบกระจายไปทั่ว ไม่มีใครขยับอยู่พักหนึ่ง ทุกคนเหมือนรอลมหายใจของตัวเอง
ปั้นถอนหายใจแรง “เข้าไปเลยเถอะ จะได้จบๆ”
พวกเขาเดินเข้าไปในบ้าน กลิ่นไม้เก่าและเชื้อราตีขึ้นจมูก พื้นไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด เบาะโซฟาขาดเป็นรอยขาดยาวฝุ่นจับหนา โต๊ะกินข้าวยังมีเศษจานเก่า ๆ วางอยู่เหมือนไม่มีใครเก็บไป
โอมเดินถ่ายวิดีโอช้า ๆ “ที่นี่…เหมือนมีใครอยู่จริง ๆ ว่ะ”
“อย่าแช่ง” ปั้นพูด แววตาคล้ายขำแต่ฝืน
เปิ้ลเดินไปที่บันได มองขึ้นไปชั้นสอง “ถ้าต้องแยกกลุ่ม ชั้นจะไม่ไปคนเดียวแน่” เสียงเธอเบาเหมือนกลัวมีใครฟังอยู่ข้างบน
ทุกคนหยุดเงียบไปครู่หนึ่ง พลอยเดินนำขึ้นบันได เธอไม่พูดอะไรแต่แววตาเต็มไปด้วยความตั้งใจปนหวาดระแวง
เสียงพื้นบ้านเงียบกว่าที่คิด พวกเขาเดินสำรวจห้องนอน ห้องนั่งเล่น แต่ละห้องว่างเปล่า มีแค่เงาตัวเองทอดยาวบนผนังห้องร้าง
พลอยเดินไปหยุดหน้าห้องหนึ่ง ประตูแง้มอยู่นิด ๆ ในห้องมีตู้เสื้อผ้าเก่า ๆ กับกล่องเหล็กขึ้นสนิม เธอเปิดกล่อง เจอกระดาษจดหมายเก่า ๆ ลายมือหวัด ๆ จ่าหน้าถึง “เจ้า” ใครสักคน
“ใครฝากจดหมายไว้ที่นี่?” โอมกระซิบ
เปิ้ลหยิบจดหมายขึ้นอ่านเสียงสั่น “…ถ้าเจ้ายังยืนอยู่ตรงนี้ เจ้าจะไม่ได้ไปไหนอีก เจ้าเป็นของที่นี่แล้ว…”
ปั้นหัวเราะแห้ง “ใครเล่นพิเรนทร์วะ”
แต่ในห้องไม่มีเสียงหัวเราะตอบ
พลอยเก็บจดหมายนั้นไว้ เธอรู้สึกว่าต้องมีอะไรในนี้เกี่ยวกับน้องสาว
ข้างล่าง โอมเจาะไฟฉายส่องไปที่ห้องครัว ข้าวของยังวางเหมือนเดิม มีถ้วยชามใบหนึ่งวางอยู่ กลิ่นข้าวบูดลอยมาเบา ๆ
เปิ้ลเดินไปที่หน้าต่าง ส่องออกไปนอกบ้าน เห็นแต่ต้นไม้ทึบ ๆ เงาใบไม้พาดทับกระจก เหมือนเงาร่างคนยืนอยู่ข้างนอก เธอหันขวับแต่ไม่มีใคร
เสียงไม้ปูพื้นดังเอี๊ยดอีกครั้ง ทุกคนหยุดนิ่ง ลมหายใจขาดห้วง
โอมพูดเบา ๆ “เมื่อกี้…เหมือนมีคนเดินอยู่ข้างบน”
พลอยเงยหน้าขึ้น เธอรู้สึกถึงความเย็นบางอย่างไหลผ่านร่าง มีเสียงลมหายใจเบา ๆ คล้ายอยู่ใกล้เหลือเกิน
ปั้นเดินย้อนขึ้นไปชั้นบนอีกครั้ง “มาดูดีกว่าว่ามีอะไร” แต่จู่ ๆ ไฟฉายดับ ทุกอย่างมืดสนิท
เสียงกุกกัก…กุกกัก…จากตู้เสื้อผ้าในห้องเมื่อกี้ พลอยหยุดหายใจ ก่อนที่เสียงจะหยุดกะทันหัน พื้นบ้านกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง
พลอยจุดไฟแช็ค ส่องไปที่ตู้เสื้อผ้า เงาแปลก ๆ ขยับวูบอยู่ข้างใน แต่เมื่อเปิดออกก็ว่างเปล่า
เปิ้ลกระซิบ “เหมือนที่นี่มีแต่ของที่ถูกทิ้ง กับ…อะไรที่ยังไม่ไป”
โอมเดินไปยังอีกห้อง เจอกองหนังสือพิมพ์เก่า มีข่าวเด็กหญิงหายตัวไปเมื่อสองปีก่อน ชื่อเดียวกับน้องสาวพลอย
ปั้นชะโงกดู “คิดว่าเธอ…ยังอยู่ไหม”
พลอยกลืนน้ำลาย “ไม่รู้…แต่จะไม่กลับจนกว่าจะรู้ความจริง”
เปิ้ลเริ่มเดินวนไปมาในห้องนั่งเล่น เสียงเดินดังสะท้อนในความว่าง เสียงไม้กระดานเหมือนมีใครอีกคนเดินตามจังหวะเดียวกัน ไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็น
พลอยหยิบปากกาในกระเป๋า ขีดจดหมายที่เจอในกล่องอีกครั้ง เธอสังเกตเห็นลายมืออีกบรรทัดที่ขูดทับด้วยปากกา “อย่าเชื่อเสียงเงียบ…มันไม่ใช่ความเงียบจริง”
ทันใดนั้น เสียงขูดผนังดังขึ้นในบ้าน ทุกคนหยุดนิ่ง เงี่ยหูฟัง เสียงนั้นค่อย ๆ เคลื่อนไปยังห้องใต้บันได
ปั้นกลืนน้ำลาย “จะไปดูไหม”
เปิ้ลส่ายหน้า “เดี๋ยวฉันรอตรงนี้”
พลอยลังเล ก่อนจะเดินนำไป โอมตามหลัง ทั้งสองเปิดประตูห้องใต้บันได กลิ่นอับปะทะหน้า มีบันไดไม้แคบ ๆ ลงไปยังห้องใต้ถุน
มีเพียงแสงไฟแช็คของพลอยส่องนำ เงาของพวกเขายืดยาวอยู่บนผนัง ในห้องเล็กนั้นมีกรงไม้กับตุ๊กตาผ้าเก่า ๆ วางกองเป็นชั้น ๆ ข้างกรงมีสมุดจดเล่มหนึ่ง พลอยหยิบขึ้นมาอ่าน
“วันที่ 15…เขากลับมาอีกแล้ว เสียงในบ้านไม่เคยหายไป…” ลายมือยุ่งเหยิงเหมือนคนหวาดกลัว
“เสียงอะไร?” โอมถามเสียงเบา ข้างนอกเงียบจัด
“ไม่รู้ เขาเรียกฉันทุกคืน…” พลอยอ่านต่อ “แต่ถ้าฉันตอบกลับ เขาจะไม่ให้ฉันออกไปอีก”
ปั้นตะโกนจากข้างบน “พลอย! มีอะไรไหม!” เสียงเขาก้องในบ้านว่างเปล่า
พลอยหันมองโอม ทั้งคู่เงียบงัน มีแต่เสียงหัวใจเต้นแรง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งเดินอยู่บนพื้นเหนือหัวพวกเขา หยุดแล้วเดินต่ออย่างเชื่องช้า
พลอยตัดสินใจเดินออกจากห้องใต้ถุนขึ้นไปข้างบน พบปั้นกับเปิ้ลยืนตัวแข็งอยู่ที่ทางเดิน
“เมื่อกี้…เสียงใคร?” เปิ้ลถามเบา ๆ
ไม่มีใครตอบ ทุกคนมองหน้ากัน สายตาเต็มไปด้วยความกังวล
เวลาผ่านไป ไม่มีใครกล้าพูดถึงเสียงนั้นอีก ทุกคนเก็บตัวเงียบในห้องนั่งเล่น จนกระทั่งค่ำลง
เมื่อความมืดเต็มบ้าน ความเงียบยิ่งทวีความอึดอัด บางครั้งรู้สึกเหมือนมีใครมองอยู่ในเงา ทุกคนเริ่มหลับ ๆ ตื่น ๆ เสียงฝีเท้าบนพื้นไม้ยังวนเวียนเป็นระยะ
พลอยสะดุ้งตื่นตอนกลางคืน เสียงขูดผนังดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้ใกล้กว่าเดิม เธอเดินตามเสียงไปจนถึงห้องนอนที่เจอกล่องจดหมาย
ประตูห้องแง้มอยู่นิดหนึ่ง ในเงามืดข้างใน เธอเหมือนเห็นใครบางคนยืนหันหลังให้ พลอยชะงัก แต่เงานั้นนิ่งสนิท
“…น้อง?” พลอยกระซิบ
เงานั้นไม่ตอบ มีแต่เสียงหายใจเบา ๆ ลอยมา
พลอยลังเลจะเข้าไปดีไหม เสียงขูดผนังดังขึ้นติด ๆ กัน เธอผลักประตูออกเต็มที่ แต่ในห้องว่างเปล่า
พลอยถอยหลัง หัวใจเต้นแรง เหงื่อเย็นซึมเต็มหลัง เธอก้มมองจดหมายในมือ ลายมือสุดท้ายที่ขูดด้วยเลือดจาง ๆ ว่า “ถ้าเจ้ามองเห็นเงา แปลว่าเจ้ากลายเป็นเงาแล้ว…”
เช้าตรู่ ทุกคนตื่นขึ้นด้วยความอ่อนล้า ปั้นอยากกลับทันที แต่รถกระบะกลับสตาร์ทไม่ติด
“เราต้องออกเดินไปขอความช่วยเหลือ” โอมว่า
พลอยเลือกจะอยู่ต่อ เธอไม่ยอมออกจากบ้านนี้จนกว่าจะหาความจริงเรื่องน้องได้
เปิ้ลลังเลจะทิ้งพลอยหรือไม่ แต่สุดท้ายตัดสินใจอยู่ต่อ
ปั้นหงุดหงิด เดินไปเดินมา “พวกแกจะบ้ากันหมดแล้วเหรอวะ บ้านนี้มัน…มันไม่ใช่ของเรา!”
เสียงกุกกักในบ้านดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนกว่าครั้งไหน ๆ ทุกคนแข็งค้างอยู่นาน ก่อนปั้นจะคว้าไฟฉายวิ่งขึ้นไปข้างบนคนเดียว
โอมกับเปิ้ลมองหน้ากัน ก่อนตัดสินใจวิ่งตามไป ทิ้งพลอยยืนอยู่ลำพังในห้องนั่งเล่น
พลอยนั่งลง เธอหยิบสมุดจดที่เจอในห้องใต้ถุนมาอ่านใหม่ พบว่าข้อความเดิมที่อ่านหายไป กลายเป็นบรรทัดใหม่ขึ้นมาแทน “เจ้ามาช้าเกินไป เขาไม่อยู่ที่นี่แล้ว”
พลอยร้องไห้ออกมา เธอเริ่มยอมรับว่าบางทีน้องอาจจะตายไปแล้วจริง ๆ
พลอยเดินขึ้นไปหาปั้น เห็นปั้นนั่งตัวแข็งทื่อที่ปลายเตียงในห้องนอนหนึ่ง ตาว่างเปล่า เงาผิดรูปทอดอยู่ข้างหลังเขา
เปิ้ลกับโอมยืนอยู่ที่หน้าประตู ไม่กล้าเข้าไป ทุกคนเงียบ เสียงหัวใจเต้นของแต่ละคนกลายเป็นเสียงเดียวในห้อง
พลอยค่อย ๆ เดินเข้าไปหาเงานั้น เงาขยับห่างออกเรื่อย ๆ จนเหลือแต่ปั้นที่นั่งร้องไห้อยู่ลำพัง
โอมกระซิบ “เมื่อวานนี้…ฉันเห็นปั้นเดินคนเดียวลงไปข้างล่างตอนดึก”
ปั้นสะอึก “ฉัน…ฉันแค่นอนไม่หลับ…แต่ในกระจก ฉันเห็นเงาอีกคนยืนอยู่ข้างหลัง”
ความกลัวเกาะกินทุกคน พลอยเดินไปเปิดหน้าต่าง แสงเช้าสาดเข้ามา แต่เงาในห้องกลับไม่หายไป
ทุกคนตัดสินใจลงไปชั้นล่างอีกครั้ง เสียงในบ้านกลับมาอีกครั้ง คราวนี้เป็นเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นจากทุกมุมบ้าน
พลอยตะโกน “ถ้านี่คือน้อง กลับมาเถอะ!”
เสียงเงียบกริบตอบกลับมา ตามด้วยเสียงขูดผนังลากยาว
เปิ้ลร้องไห้ “เราควรออกจากที่นี่…”
ทันใดนั้น ประตูบ้านเปิดออกเอง ลมเย็นกระโชกเข้า เสียงขูดหายไป ทุกอย่างเงียบ
พลอยก้าวออกไปข้างนอก พบว่ารอบบ้านเต็มไปด้วยรอยเท้าคนเดินเป็นวงกลม ทิ้งไว้แต่เงาที่ทอดยาวเข้าสู่ป่า
โอมชะโงกดู “ไม่มีใครเลย…”
ปั้นกระซิบ “เสียงเงียบ มันอยู่กับเราแล้ว…”
พลอยหันกลับมามองบ้าน เธอเห็นในหน้าต่างชั้นสอง เงาร่างผู้หญิงคนหนึ่งยืนมองลงมา น้ำตาไหลพราก เธอรู้ว่าตัวเองอาจไม่เคยตามหาน้อง แต่กำลังตามหาสิ่งที่หายไปในตัวเอง
เสียงเงียบยังคงกึกก้องในหัวใจของทุกคน แม้กระทั่งเมื่อพวกเขาเดินออกจากบ้านหลังนั้น เสียงฝีเท้าและเสียงขูดในความทรงจำยังตามตลอดไป