เงาในหอพัก
ไฟในโถงหอพักหญิงชั้นสามสว่างวาบเมื่อแพรวเดินผ่าน เธอกำลังถือถุงขนมกับหนังสือสอบกลับห้อง ทางเดินเงียบผิดปกติจนเสียงรองเท้าของเธอกระทบพื้นขัดมันก้องชัด ทุกห้องปิดสนิท มีเพียงกระแสลมเย็นพัดลอดช่องหน้าต่างมากระทบเนื้อหนัง แพรวยืนชะงักหน้าประตูห้อง 312 เมื่อได้กลิ่นน้ำหอมแปลก ๆ ลอยออกมา เธอแอบสูดลมหายใจลึก กลั้นใจไขกุญแจเข้าไป
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ข้างใน ฝน—เพื่อนร่วมห้องนั่งหันหลังให้ กำลังอ่านข้อความเสียงในโทรศัพท์อยู่ เสียงหญิงสาวในคลิปแปลกประหลาด ฟังดูเจือความหวาดกลัว เสียงกระซิบปลายสายทำให้แพรวอดไม่ได้จะถาม “ฝน ฟังอะไรอยู่น่ะ?” ฝนสะดุ้ง เบือนหน้า ความเจ็บร้าวปรากฏในแววตา “ไม่มีอะไรหรอกแพรว…เรื่องมันเก่าแล้ว”
แพรวเงียบไปชั่วครู่ ก่อนเลือกวางถุงขนมบนโต๊ะ “หาขนมกินก่อนดีมั้ย? หรือจะเล่าให้ฟังก็ได้” ฝนเพียงพยักหน้าติด ๆ ขัด ๆ สายตากลอกไปยังมุมห้องเหมือนไม่ได้อยู่ตรงนี้จริง ๆ
เมื่อทั้งคู่คุยกันเงียบ ๆ แว่วเสียงประตูใกล้ ๆ ปิดกระแทก “ใครเดินแถวนี้อีกดึก ๆ ไม่รู้” แพรวพึมพำ เหลียวออกไปดูแต่ทางเดินว่างเปล่า
กลางคืน ฝนเก็บมือถือไว้ใต้หมอน แพรวนอนหันหลังพยายามกลั้นใจไม่ฟังเสียงกระซิบแปลกจากอีกฝั่งผนังที่ค่อย ๆ ดังขึ้นอย่างไม่มีที่มา เธอสะกิดฝน “ได้ยินมั้ย เสียงนั้นน่ะ” ฝนหลบตา “อย่าฟังเลย เดี๋ยวจะเหมือนคนก่อน”
เช้าวันใหม่ ในโรงเรียน เพื่อนในห้องลือกันเรื่องแอม—รุ่นน้องหอพักที่หายตัวไปตั้งแต่สองคืนก่อน มีคนแอบเอารูปมาให้ดู แพรวมองใบหน้าของแอมแล้วหัวใจเต้นแรง เพราะมองเห็นเงาสีคล้ำซ้อนอยู่ด้านหลังในภาพ “แอมไม่เคยชอบอยู่คนเดียว” เสียงใครสักคนพูดแทรก “แต่บางทีก็เหมือนมีใครตาม…”
ตอนกลับห้อง ฝนเป็นฝ่ายแวะหยุดหน้าห้อง 308 ประตูปิดไม่สนิท ฝนกระซิบ “แอมเคยอยู่ห้องนี้” เธอสอดสายตามองในความมืด มีเพียงเตียงเปล่ากับผ้าม่านปลิวไสว แต่มุมหนึ่ง ใครบางคนเหมือนนั่งอยู่ ปลายนิ้วเรียวขยับ แพรุวบฝืนกลืนน้ำลาย“มองอะไร?” ฝนส่ายหน้า “ไม่มีอะไรหรอก”
ค่ำนั้น เสียงฝนตกหนัก ทว่าคราวนี้มีเสียงเคาะประตูห้อง 312 ติด ๆ กันสามครั้ง ทั้งแพรวและฝนชะงักงัน “อย่าเปิดนะ” ฝนกัดฟันกระซิบ แพรวขยับไปชิดฝา ประตูไหวเหมือนมีคนดันอยู่ด้านนอก เสียงหญิงสาวกระซิบขอความช่วยเหลือลอดเข้ามาเบา ๆ “ช่วยด้วย…”
เมื่อเสียงเงียบลง ฝนอ่อนแรงลงนั่งกับพื้น น้ำตาซึมออกมา “แพรว ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับฉัน…เธออย่าอยู่คนเดียวในหอนี้”
วันต่อมา ฝนอ้างกับอาจารย์ว่าป่วย แพรวจึงต้องไปเรียนคนเดียว ระหว่างที่เธอเก็บของในล็อกเกอร์ มีเศษกระดาษหล่นออกมา ตัวอักษรเขียนด้วยลายมือ “ชั้นเห็นเงาของเธอในห้องทุกคืน” แพรวใจสั่น กลับห้องทันที พบฝนกำลังนอนซมบนเตียง ห่มผ้าปิดหน้า ร่างขยับผิดปกติ มือบิดแน่นบีบผ้าปู แพรวสะกิด “ฝน เป็นอะไร…”
ฝนกลั้นน้ำตา “ถ้าคืนนี้เงานั้นมาหา ฉันจะถามมันเอง” แพรวสะอึก “อย่า – มันอันตราย” ฝนกลับนิ่ง ไม่ตอบอีก
สามทุ่ม แพรวกับฝนนั่งจับมือกันบนเตียงไฟมืดทั่วห้อง เหลือเพียงแสงไฟข้างทางลอดผ้าม่าน แพรวพูดเสียงสั่น “เธอกลัวใช่ไหม” ฝนกลืนน้ำลาย “ฉันกลัวมาก…แต่ถ้าไม่เจอมัน คืนนี้ฉันคงไม่ได้นอนเลย”
เสียงเคาะประตูมาอีก แพรวหลบบนเตียง ฝนยืนขึ้น ค่อย ๆ เปิดประตู เงาผู้หญิงยืนอยู่ปลายทางเดิน ใบหน้าระบายด้วยความเศร้า ประสานสายตากับฝน เสียงกระซิบที่ฟังไม่ออกดังขึ้นทีละน้อย แพรวตัวแข็งขยับไม่ได้ ฝนกัดฟันถาม “แอมเหรอ”
เงานั้นก้าวเข้ามาเลยขอบไฟ ชายเสื้อเปื้อนเลือด ซากน้ำตาเกาะข้างแก้ม พลันแสงไฟในห้องวูบดับ ฝนหลับตาแน่น “ต้องการอะไรจากฉัน!” เสียงฝนสั่นแต่เด็ดขาด เงานั้นยกมือชี้ที่ฝน ก่อนจะปล่อยแขนตก น้ำตาเอ่อ สะท้านไปถึงขั้วหัวใจแพรว
เงาชะลอลงแล้วเสียงกระซิบก็ชัดขึ้น “…กลับบ้าน…”
เช้าวันต่อมา ฝนหายไปราวกับระเหยไปในอากาศ แพรวแจ้งอาจารย์ นักเรียนในหอแตกตื่น เจ้าหน้าที่มาตรวจค้นจนทั่วแต่ไม่เจอร่องรอย มีเพียงแผ่นกระดาษ “กลับบ้าน” วางอยู่บนหมอนของฝน แพรวนั่งซบกำแพงในห้องที่ว่างเปล่า
ต่อ ๆ มา แพรวเริ่มได้ยินเสียงกระซิบในห้องใหม่ของตัวเองบ่อยขึ้น เธอฝันถึงฝน ฝันถึงแอม แต่ทุกครั้งที่ตื่นมาก็เหลือเพียงอากาศที่หนาวเย็นกับกลิ่นน้ำหอมแปลก ๆ ที่ยังไม่จาง
วันหนึ่ง หลังเลิกเรียนก่อนค่ำ แพรวเดินผ่านมาอีกทาง เห็นหญิงสาวคนหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่มุมโถง เธอเดินเข้าไปถาม “เป็นอะไรหรือเปล่า” หญิงสาวคนนั้นเงยหน้าขึ้น น้ำตาอาบแก้ม “หนูคิดถึงบ้าน” แพรวนั่งลงข้าง ๆ สัมผัสความกลัวและเดียวดายที่แทบหยิบจับได้ เธอยื่นมือให้ “มา เดี๋ยวพาไปหาอาจารย์นะ”
แสงแดดยามเย็นลอดกระทบผ่านกระจกฝ้า เงาของแพรวและเด็กสาวใหม่ทาบยาวไปบนพื้น กลิ่นน้ำหอมระเหยเบาบางในอากาศ เมื่อลุกขึ้นทุกสิ่งปกติ ยกเว้นบางจังหวะ แพรวเห็นเงาของใครเดินตามพวกเธออย่างเงียบเชียบ
คืนนั้น แพรวนั่งอยู่บนเตียงห้องใหม่ สายตาจับจ้องหน้าต่าง แม้จะเปลี่ยนห้องแล้วแต่ความกลัวฝังอยู่ลึก เธอหยิบกระดาษ “กลับบ้าน” ออกมาอ่านข้อความช้า ๆ ก่อนน้ำตาหยดแรกจะไหลโดยไม่รู้ตัว
แสงเดือนวาบจางลง เงาในห้องขยับไหว กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ยังลอยวนไม่สิ้นสุด มีเพียงจิตใจที่แข็งแกร่งขึ้นของแพรวที่ค่อย ๆ เติบโตในความว่างเปล่า เธอกระซิบกับความมืด “ฉันจะไม่ทิ้งใครให้เดียวดายอีก” เงายืนฟังอยู่เงียบ ๆ เช่นเคย