หอพักหมายเลขสิบห้า
แสงไฟถนนสาดส่องลอดบานหน้าต่างเก่าคร่ำสู่ห้องนั่งเล่นในหอพักหมายเลขสิบห้า เสียงรองเท้ากระทบพื้นบันไดไม้เก่าเกิดกังวานเมื่ออิทธิ มือจิ้มมือถือ พลางทำหน้าเครียด เดินเข้าห้อง เขาพบเจน นั่งพิงกำแพงข้างเตียงด้วยสีหน้าหม่นหมอง ท่ามกลางกลิ่นอับและเสียงเมืองที่แว่วมาไกลๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แก…เห็นพิมมั้ย?” อิทธิถามเสียงเบาลงเมื่อไม่มีใครในห้องกล้าตอบ เจนเม้มปากส่ายหน้า ข้างกันคือมิ้นต์ สะกิดแขนกาย ทั้งหมดสลับสายตากันด้วยความกระวนกระวาย รอใครสักคนเริ่มพูดอะไร
“เมื่อคืน…ฉันได้ยินเสียงพิม เหมือนแว่วอยู่ตรงห้องครัว” มิ้นต์พูดเบา เสียงแหบคล้ายกลั้นน้ำตา กายหันไปพยักหน้า เจนผละสายตาลงต่ำ อิทธิเม้มปาก พยายามนึกว่าทำไมถึงใจหวิวอยู่แบบนี้
“เฮ้ย อย่าหลอกสิพวก แค่พิมหาย ไม่ต้องเล่นมุขผี ๆ หรอก” กายว่า เสียงขวัญอ่อนพลางขยับตัวไปจนติดผนัง สีหน้าเหมือนจะร้องไห้แต่ฝืนกลั้นไว้
ความเงียบเข้าปกคลุม ทุกคนได้แต่ฟังเสียงนาฬิกากระตุกเดินช้า ๆ เสียงรถยนต์ด้านนอกค่อย ๆ ซาลง ทิ้งไว้แค่หัวใจที่เต้นตึกตักและแสงไฟสลัวที่แตะบนภาพขาว-ดำเก่า ๆ ตรงทางเดิน
เจนขยับตัวลุก ค่อยๆ ไปหยิบกรอบรูปเล็กบนโต๊ะ “จำได้มั้ย ห้องนี้เคยมีคนตายมาก่อน…” เจนพูดเสียงเบาหวิว รวมทั้งสายตาพร่าเลือน เหมือนแอบกลัวจะถูกบอกว่าบ้า
อิทธิเงียบไปพักใหญ่ พลันโทรศัพท์ดังขึ้น เสียงข้อความแปลกประหลาด มันขึ้นเพียงว่า “ขอให้ตามหาเธอให้เจอ ก่อนที่มันจะสายเกินไป…” ทุกคนขนลุกทันที เจนยืนแข้งขาสั่น มิ้นต์รีบส่องโทรศัพท์ของอิทธิแต่ก็พบแต่หน้าจอว่างเปล่าเหมือนไม่เคยมีข้อความเข้ามา
“นี่มันเรื่องอะไรกันแน่” มิ้นต์ถามเสียงสั่น อิทธิถอนหายใจนั่งลงข้างกัน พวกเขาต่างรู้ดีว่ามันเกินกว่าปกติแล้ว และการหายตัวไปของพิมอาจเกี่ยวข้องกับอะไรบางอย่างที่พวกเขาพยายามหลีกเลี่ยงจะพูดถึงมาตลอด
“ถ้าคืนนี้เรายังไม่เจอพิม ฉันว่าต้องแจ้งตำรวจแล้วล่ะ” กายพูดเสียงเบาแต่เด็ดขาด มิ้นต์จับแขนเพื่อนไว้เบาๆ เหมือนต้องการกำลังใจ “ฉัน…กลัว” เธอเสียงแผ่ว น้ำตาคลอเบ้า
เจนพยักหน้าเบาๆ อิทธิเบือนหน้ามองหน้าต่าง เห็นเงาตัวเองทาบลงในความมืด รู้สึกเหมือนบางอย่างจับจ้องพวกเขาทุกคนอยู่
เวลาผ่านไปช้า ๆ คืนนี้ยาวนานผิดปกติ เพื่อนกลุ่มนี้ต้องตัดสินใจ เดินออกสำรวจหอพัก ห้องครัว ห้องน้ำ และทางเดินมืด ๆ มันกลายเป็นการเดินทางสั้น ๆ ที่เต็มไปด้วยปริศนา แต่ละคนต่างพรั่งพรูความรู้สึกตึงเครียดและกลัวสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นข้างหน้า
“พวกแกคิดว่าพิม…จะยังอยู่ในนี้จริง ๆ เหรอ?” กายพูดขึ้นท่ามกลางแสงไฟกะพริบ เจนกัดปาก มิ้นต์ก้มหน้า อิทธิเหลียวไปมองบันไดขึ้นชั้นบน “ฉันว่าเราขึ้นไปดูห้องเก็บของอีกที”
ไฟลานหน้าห้องเก็บของสว่างวาบตอนที่มิ้นต์ไขลูกบิด เสียงประตูครางหลอนแวบหนึ่ง เจนถือไฟฉายส่องเข้า เสียงหายใจกลั้นในความเงียบ กายเดินตามเป็นคนสุดท้าย
ภายในห้องรกด้วยของเก่า กล่องพลาสติกเรียงซ้อนกันเหมือนฝังความลับ …และในซอกมืด มิ้นต์พบจดหมายเก่า ๆ พับทับไว้ใต้ขาเก้าอี้ เธอสั่นมือเปิดอ่านด้วยเสียงแผ่ว “…ถ้าเธอเจอจดหมายฉบับนี้ แปลว่าเขายังไม่ปล่อยมันไป” ทุกคนชะเง้อดู สายตาหวาดกลัวสะท้อนในดวงตาแต่ละคน
“ใครเขา?” อิทธิพยายามถาม เสียงดังมากกว่าปกติเล็กน้อย ไม่มีใครกล้าตอบ ทุกอย่างนิ่งงันจนได้ยินเสียงเก้าอี้ไถไปมาเบา ๆ
กายกลืนน้ำลาย มองไปที่หน้าต่าง “นี่ ฉันว่านี่ ไม่ใช่เรื่องผีนะ… หรือใช่ก็ไม่รู้ แต่พิม…เธอมีความลับอะไรกับที่นี่รึเปล่า” เจนพยักหน้าเบา ๆ ในใจคล้ายเริ่มปะติดปะต่ออดีตบางอย่าง
พวกเขาเดินกลับลงมา เสียงฝีเท้าทำเอาใจสั่น มืออิทธิกำโทรศัพท์แน่น มิ้นต์แอบกระซิบกับเจน “ตอนที่พิมบอกอยากย้ายออก เธอพูดเหมือนกลัวอะไรบางอย่างในหอพัก”
“แต่เธอไม่เคยเล่า” เจนเม้มปากยืนพิงราวบันได เงามืดทาบร่างพวกเขาเป็นสายยาวข้างฝาผนัง
จู่ ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นในห้องนั่งเล่น ตีสองเป๊ะ ทุกคนผงะกลับมองหน้ากัน ไม่มีใครกล้าเดินไปเปิด มิ้นต์ตัวสั่นถามอิทธิ “ถ้าไม่ใช่พิม…แล้วใคร?”
อิทธิค่อย ๆ เดินไปใกล้ประตู เสียงในห้องกลายเป็นความเงียบแบบที่แม้แต่ลมหายใจก็หนักอึ้ง มือแตะแผ่วบนลูกบิด เสียงข้างนอกแว่วว่า “เจน…เธออยู่มั้ย” ทุกคนหันขวับไปที่เจนที่หน้าซีดเผือด
กายเริ่มร้องไห้ มิ้นต์ซุกใบหน้าใต้อ้อมแขน เจนสั่นหัว ‘ฉันไม่ไป’ คือคำเดียวในใจ เธอไม่กล้าขยับ
อิทธิ เปิดประตูช้า ๆ …ทันใดนั้นแสงไฟด้านนอกสาดเข้ามา ไม่มีใคร หรือสิ่งใดนอกประตู เจนกลืนน้ำลาย มองกับดักความเงียบ เพื่อน ๆ หันมามองกันเอง ‘นี่เรากำลังถูกเล่นงานโดยอะไรอยู่?’
ตลอดคืน ภาพในหัวเจนย้อนกลับมาฉายเรื่องราวสั้น ๆ ระหว่างพิมกับเธอ – ความเงียบงัน ความไม่เข้าใจที่ปล่อยให้ค้างคา ความจริงที่ตัวเองไม่กล้าพูดออกไป …และความกลัวจะสูญเสียเพื่อนเพียงคนเดียวที่รับฟังเสมอ
กระทั่งรุ่งสาง หอพักเต็มไปด้วยความเงียบอีกแบบ อิทธิหลับพิงโซฟา กายเผลอหลับบนพื้น มิ้นต์จ้องจดหมายในมือไม่กระพริบ เจนเดินไปหน้ากระจก พลันสังเกตว่ามีละอองกระจกขึ้นเป็นตัวอักษรจาง ๆ …“ให้อภัย”
เจนสั่น ตัดสินใจหยิบมือถือส่งข้อความหาแม่ของพิมครั้งแรก – ทั้งที่ขัดแย้งกับตัวเองมาตลอด
เมืองใหญ่ด้านนอกเริ่มมีเสียงรถคลาคล่ำ เช้าวันใหม่กับความลับในหอพักยังไม่ถูกคลี่คลาย แต่สำหรับเจน การเผชิญหน้าความกลัว การไม่หนีอดีต และการให้อภัยตัวเอง คือการเริ่มต้นใหม่ในมิตรภาพและการเติบโตจากความสูญเสีย
เมื่ออิทธิ กาย มิ้นต์สะดุ้งตื่นในเช้าอึมครึม กลิ่นอับประจำหอพักยังอยู่แต่แปลกที่ตอนนี้ไม่มีใครพูดถึงพิม ทุกคนต่างเก็บงำความรู้สึกไว้ในใจ พยายามดำเนินชีวิตต่อในบรรยากาศที่แตกต่างไป เงียบกว่าเดิมแต่ลึกซึ้งขึ้น
ช่วงเย็นวันต่อมาจู่ๆ กระดาษแผ่นหนึ่งถูกสอดใต้ประตู เจนเป็นคนเปิดดูอีกครั้ง บรรทัดนั้นเขียนไว้เพียง “คืนนี้ฉันขอบใจที่เธอให้อภัย” ลายมือคล้ายของพิม ทุกคนล้อมวงอ่าน รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นทีละคน น้ำตาคลอในดวงตาเหมือนความทุกข์ยากถูกปลดปล่อย
ทั้งกลุ่มนั่งเคียงกันอย่างเงียบงัน ไม่มีใครพูดถึงสิ่งลี้ลับอีก มีเพียงมิตรภาพที่กลั่นออกมาจากความกลัวและการให้อภัย ละอองแสงส้มจากพระอาทิตย์ตกกระทบใบหน้าพวกเขาเป็นภาพจำสุดท้าย ที่จะติดอยู่ในใจของแต่ละคนไปตลอดกาล