หยาดหิมะหลังม่านแก้ว
ไกลสุดสายตากลางเทือกเขา หมู่บ้านอุเมะโนะที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนยืนนิ่งท่ามกลางลมเย็น เด็กหนุ่มหนึ่งเดินก้มหน้าเหยียบหิมะเบา ๆ ไปตามตรอกแคบ เขาใส่เสื้อโค้ทขาดปะปนผ้าขนแกะ ใบหน้าซีกหนึ่งมีร่องรอยแดงเข้มราวถูกขีดด้วยเปลวไฟชื่อคายะ คายะรีบเดินผ่านบ้านทรงหลังเตี้ย ๆ หลีกเลี่ยงการสบตากับผู้คนในหมู่บ้านที่มักเอ่ยกระซิบเมื่อเขาผ่านไป
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงหิมะยุบตัวดังอยู่ทุกย่างก้าว ขณะที่เขาฝืนผ่านหน้าร้านขนมเก่าซึ่งมีแสงไฟวาบ ๆ ในยามค่ำ เด็กหญิงคนหนึ่งผมเปียคู่สวมผ้าพันคอสีน้ำเงินสดยืนอยู่ เธอมองตามเขาด้วยสายตาสงสัย ก่อนจะหยิบขนมในมือวิ่งเข้าหา “นายชื่อคายะใช่ไหม?” เธอถาม เขาสะดุ้ง ตอบเสียงต่ำ “อืม”
“เราชื่อยูนะ เพิ่งย้ายมา หน้าหนาวปีนี้น่าจะสนุกนะ” เธอยิ้มกว้าง หิมะติดอยู่บนขนตาของเธอ คายะพยักหน้า ถอนหายใจลึก “ที่นี่…ไม่ค่อยมีคนเล่นกับเรา” เขาเบนสายตามองหิมะที่ตกลงมาอย่างเอื่อย ๆ
ยูนะยืนเงียบครู่ เธอค่อย ๆ ยื่นขนมไปให้คายะ “งั้นมาเล่นบนน้ำแข็งกับเรามั้ย?” คายะนิ่งไปเล็กน้อย สุดท้ายรับขนมเอาไว้ เธอคลี่ยิ้ม คายะชะงักเมื่อเห็นรอยยิ้ม แล้วเดินตามยูนะอย่างไม่รู้ตัว
บนลานน้ำแข็งริมป่า พวกเขาโยนก้อนหิมะใส่กัน ยูนะหัวเราะเสียงใสขณะที่คายะลังเลทุกท่วงท่า “ทำไมเธอไม่กลัวเรา?”
ยูนะยักไหล่ “ทำไมต้องกลัว นายก็เหมือนเรา”
“คนที่นี่เขาว่าเรา…เอ่อ” คายะพูดต่อไม่จบ ยูนะสบตาแล้วนิ่งไป “บางที…คนกลัวในสิ่งที่เขาไม่เข้าใจ”
คายะก้มหน้า เห็นรอยแผลบนมือของตน เขากำความเย็นเยือกไว้แน่น
“นายชอบฤดูหนาวมั้ย?” ยูนะถามเสียงเบา คายะนิ่งคิด “บางที…ก็ชอบที่มันกลบอะไรได้หมด”
วันต่อมา เสียงลมพายุเริ่มแรงขึ้น บ้านแต่ละหลังปิดประตูแน่นหนา คายะเดินตามรอยเท้าของยูนะไปยังโรงหนังเก่าแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน ประตูไม้ซีดเหมือนหลบซ่อนอะไรไว้ด้านหลัง
ยูนะก้าวนำเข้าไปในความมืด เธอจุดไฟฉายเล็ก ๆ ส่องไปยังจอผ้าสีจาง “ที่นี่มีแต่ฝุ่น ทุกคนลืมไปแล้วว่ามันคือที่ไหน” ยูนะกล่าว เธอหมุนตัวไปด้านในสุดแล้วนั่งลง ท่ามกลางบรรยากาศเหมือนถูกกลืนโดยเรื่องเล่าลึกลับ
“แม่บอกว่าที่นี่เคยมีคนหายไป…” เธอเงียบไป คายะขยับเข้ามาใกล้ เสียงใจเขาเต้นดังชัดในความเงียบ
ภาพในแสงไฟสลัว หลายเศษกระดาษซ้อนทับบนผนังเป็นลายมือใครสักคน “ที่นี่…คือที่ฉันหนีจากมันบ่อย ๆ” คายะพูดเสียงเบา ยูนะเหลือบมองด้วยแววตาเห็นใจ
“แต่ตอนนี้นายหนีไปไหนไม่ได้ใช่ไหม?” คายะสั่นเล็กน้อย “บางครั้งถึงปิดตาย ก็มีอะไรตามมาหลอกอยู่ดี”
เสียงพายุหิมะกระหน่ำหน้าต่าง ทั้งสองนั่งเงียบกับแสงไฟริบหรี่ คายะจับข้อมือยูนะเบา ๆ ยูนะไม่ขืนมือ “พ่อแม่เรา…ตายจากพายุหิมะ” ยูนะเผยความเศร้า “แต่ฉันยังอยู่แม้มันจะหนาว และฉันก็ไม่ได้กลัว”
คายะมองยูนะผ่านม่านน้ำตา เขาไม่กล้าพูด เพียงแต่พยายามบอกอะไรผ่านสายตา
วันถัดไป โรงเรียนประถมเล็กในหมู่บ้านสีเทาวันนี้มีเพียงนักเรียนไม่กี่คน คายะนั่งแยกตัวที่หลังห้อง กลุ่มเพื่อนรุ่นเดียวกันแอบกระซิบซุบซิบ ชายเด็กคนหนึ่งชื่อชิโนะ ลุกขึ้นเดินมา “เฮ้ คายะ อย่าคิดว่ามีเพื่อนใหม่แล้วนายจะไม่ต่างจากปีก่อน”
คายะเฉย ยูนะเดินเข้ามาขวางหน้า “ถ้ามีอะไรพูดกับเราดีกว่า” ชิโนะส่ายหัว “คนที่มีปานไฟต้องอยู่คนเดียว ครบปีเดี๋ยวไม่เหลือใคร” ฉับพลัน คายะคว้าข้อมือชิโนะแน่นเกินไป ทุกคนชะงัก
“ขอโทษ…” คายะรีบปล่อยมือ หน้าแดงด้วยโทสะและความอาย ชิโนะถอยกลับไป ยูนะหันมองคายะแล้วจับแขนเขาเบา ๆ
เสียงระฆังเลิกเรียนดังขึ้น นักเรียนทยอยออก คายะเดินกลับกับยูนะ “เลิกไปฟังเสียงคนอื่นนะ เราอยู่ข้างเธอ” ยูนะกระซิบ คายะนิ่งเงียบ
คายะกลับมาถึงบ้านไม้ทรุดโทรมของตน เขาเดินเข้าห้อง เห็นแม่ป่วยนอนบนเตียง เด็กหนุ่มเปลี่ยนน้ำ เช็ดตัว บีบมือแม่ที่ขาวซีด “แม่…ทำไมคนต้องกลัวคายะ?”
แม่ลูบผมเขาเบา ๆ “คนกลัวในสิ่งที่เขาไม่เข้าใจ พวกเขาพูดถึงคำสาปของหิมะ คำสาปของรอยไฟ…แต่คายะ…ลูกคือหัวใจเรา”
คายะฟังแล้วนิ่ง น้ำตาคลอเบ้า เขากอดแม่แน่น
ค่ำวันหนึ่งคายะกับยูนะปีนขึ้นหลังคาบ้านชมดวงดาว “ยูนะ…ถ้าเราไม่ใช่คนธรรมดา เธอยังอยากเป็นเพื่อนเราไหม?” ยูนะเว้นจังหวะ “เราไม่คิดจะหนีจากเพื่อน แค่เพราะคำพูดของใคร นายกล้าพอไหมล่ะ?”
คายะคิดอยู่นาน “กลัวที่จะต้องเสียใครไปอีก” ยูนะยิ้มบาง ๆ “แล้วจะกลัวต่อไปหรือกล้าต่อสู้”
วันต่อมา คายะตื่นแต่เช้า เสียงหิมะตกหนัก หมู่บ้านดูเย็นชากว่าที่เคย เขามองไปที่ถนนเห็นกลุ่มผู้ใหญ่ยืนรวมตัวกัน “มีคนหายอีกแล้ว!” เสียงใครตะโกนขึ้น คนในหมู่บ้านแตกตื่น พวกเขามองคายะด้วยสายตาหวาดระแวง
คายะแทรกฝูงชนเข้าไป ผู้ใหญ่คนหนึ่งชี้หน้า “ตั้งแต่แกเกิด คนนั้นก็สาบสูญ หิมะปีนี้ขาวโพลนผิดปกติ!” เสียงผู้คนโกลาหล คายะกำมือแน่น ยูนะวิ่งเข้ามาขวาง “หยุด!”
“แกบ้านั่น! เราเชื่อในคำสาป คายะเป็นต้นเหตุ!” ใครสักคนตะโกนเสียงแข็ง ผู้คนเรียงหน้าจะจับคายะ ยูนะยื่นแขนดึงคายะหนีไป
ทั้งสองวิ่งฝ่าหิมะมุ่งหน้าสู่ป่าลึกหลังหมู่บ้าน “เราต้องหาคนหาย เจอเขาเราจะเปิดโปงทุกอย่าง” ยูนะพูดเร็วจับมือคายะไว้แน่น
ในป่า หิมะทับถมไม้ใหญ่ พวกเขาเดินอย่างงุ่มง่าม ยูนะหยุดฟังเสียงลม “มีอะไรอยู่ข้างหน้า” คายะลังเลแต่พยักหน้า ทั้งสองฝ่าป่าลึกจนเห็นร่องรอยคนลากกับกองเลือดเล็ก ๆ บนหิมะ
คายะหน้าซีด ยูนะกัดฟันแน่น “เราต้องไปต่อ” พวกเขาคลานเข้าไปใกล้จุดที่มีเสียงแว่ว ๆ หนาวเยือกจนหายใจเป็นไอ
ในซอกหิน พบหญิงแก่โดดเดี่ยวที่บาดเจ็บนอนสั่นอยู่ คายะรีบเข้าไปประคอง “ป้า…” หญิงเงยหน้ามอง ดวงตาเริ่มฟางเห็นรอยปานไฟเหมือนคายะ
“ลูก…เหมือนฉัน” เธอกระซิบ ยูนะงุนงง “เกิดอะไรขึ้น”
หญิงชราเผยความจริงในห้วงหายใจสุดท้าย “คนที่มีปานไฟ…คือผู้ถูกเลือกจากคำสาปหิมะ ปกป้องหมู่บ้าน แม้ต้องแลก…” เธอหลับตาลง คายะจับมือป้านิ่ง น้ำตาซึม “ทำไม…ต้องเป็นเรา”
ยูนะลูบหลังคายะเบา ๆ “อาจเพราะนายกล้ามากกว่าคนอื่น”
ทั้งสองพาร่างหญิงชรากลับหมู่บ้าน เสียงซุบซิบสนั่น “คำสาปหิมะ! เจออีกแล้ว!” ทุกสายตาจับจ้องคายะ บางคนโกรธเกรี้ยว บางคนตื่นกลัว
ยูนะเผชิญหน้ากับชิโนะ “พวกคุณไม่เข้าใจอะไรเลย คายะช่วยชีวิตป้า ไม่ใช่ตัวต้นเหตุ!” ผู้ใหญ่ตะโกน “เราจะขับไล่พวกมีปานไฟ!”
คายะหลับตาแน่น น้ำตาไหลบนร่องรอยปานไฟ เขารวบรวมกล้าหาญ “ถ้าคำสาปมีจริง เราจะยืนยันในสิ่งที่เราเลือก เชิญขับไล่เรา แต่จงรู้ว่าเราไม่ยอมอยู่ใต้อคติอีกต่อไป”
เสียงโกลาหลก้องปะทะกับสายลม หิมะยังคงตกต่อไป ครู่หนึ่งชิโนะเดินออกมาขวางฝูงชน “พอได้แล้ว! เขาคือเพื่อนเรา”
เสียงเงียบกริบ ผู้ใหญ่หลายคนอึ้ง เด็ก ๆ คนอื่นเริ่มเดินเข้าหาคายะ ยูนะจับมือเขาไว้
เย็นวันนั้น คายะกับยูนะนั่งบนเนินหิมะ มองดูหมู่บ้านที่ค่อย ๆ คลายความตรึงเครียด “นาย…กล้าขนาดนี้เพราะอะไร”
“เพราะเราเลือกจะไม่หนีอีก ไม่ใช่เพราะอดีตหรือคำสาป…” คายะตอบเบา ๆ
แสงตะวันสุดท้ายทาบลงบนหิมะ คายะปล่อยมือออกไปคว้าผงหิมะเบา ๆ ยูนะหัวเราะ น้ำเสียงปะปนความโล่งใจและเศร้า “โลกนอกม่านแก้วใบนี้…อาจจะยังใจร้าย แต่เราเชื่อในเพื่อน”
คายะหัวเราะเบา ๆ ในที่สุด เขาปล่อยวางอดีตและความกลัว เงาหิมะขาวสะท้อนความมั่นใจใหม่
บนฟ้า หิมะยังคงหล่น แต่มิตรภาพและความกล้าหาญได้ละลายน้ำแข็งในหัวใจ โครงสร้างของหมู่บ้านค่อย ๆ เปลี่ยนไปวันละน้อย ทิ้งท้ายภาพจำสุดท้าย เด็กหนุ่มกับเด็กหญิงที่จับมือกัน กลางหิมะโปรยหวาน เหนือหมู่บ้านสายลมหนาว….