สมาคมเพื่อนบ้านวุ่นวายกับโปรเจกต์ลับระเบิดโลก
เสียงหัวเราะและตะโกนดังลั่นลานหน้าบ้านหลังหนึ่งช่วงสายวันเสาร์ ผู้คนในหมู่บ้านฤดีสุขทยอยเดินออกมาตามเสียงจ้อกแจ้กจอแจที่เริ่มหนักข้อขึ้น รากของต้นไม้อยู่กึ่งกลางลาน หลายคนล้อมวง แต่ไม่เห็นต้นไม้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ผมนี่คิดแผนเด็ดไว้แล้ว! รอบนี้พวกเราจะกลายเป็นสมาคมเพื่อนบ้านดีเด่นแห่งชาติ!” สุนทร ประธานสมาคมฯ คนใหม่ ร่างเล็กใส่แว่นสายตาหนา เต็มไปด้วยพลังซุ่มซ่าม พูดจาเร็วเหมือนกลัวใครขัด “ทุกคนอย่าเพิ่งค้าน ขอผมพูดก่อน!”
“เด่นยังไงวะ สวนมันมีมาตั้งนานแล้ว” เฮียเปี้ยน ชายวัยเกษียณเสียงเข้ม เจ้าของฉายา ‘เสือเรียบ’ พูดพลางทอดสายตา เหมือนจับผิดใครซักคน
มากี้ สาวขี้สงสัยวัย 30s เสริม “อยากให้ช่วยอะไร รีบพูดเลย ฉันมี Netflix ต้องดูต่ออีก 8 ตอน”
“เราจะสร้าง ‘สวนอนาคต’ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความล้ำ ทันสมัย ปลูกต้นไม้ใช้พลังงานแสงจันทร์!” สุนทรลุ้นจังหวะหยุด เงียบทั้งวง แววตาคนฟังเต็มไปด้วยคำถาม
แป๊ะสุชาติ หนุ่มใหญ่ขี้บ่น หัวหน้าฝ่ายดูแลความสะอาด สอด “ปลูกต้นไม้ติดโซลาร์เซลล์แล้วมีรีโมตเหรอครับ?”
สุนทรตะกุกตะกัก “…ก็ คล้าย ๆ น่ะครับ!”
เสียงโทรศัพท์ใครสักคนดังขึ้น ขันติ เด็กรุ่นเล็กในทีม หยิบมา แต่งหน้าจริงจัง “มีข้อความลับส่งมา… เขาอยากให้พวกเราช่วยดูแลป่าหลังหมู่บ้าน… หรืออันนี้มันคือภารกิจลับ?”
แว่บแรกทุกคนทำหน้างุนงง ก่อนจะเริ่มพูดคุยกันเสียงดัง บางคนถอย บางคนขยับเข้าใกล้ กลายเป็นเสียงจ้อกแจ้กอีกระลอกใหญ่
“เอางี้… ยกมือหน่อย ใครเห็นด้วย!” สุนทรยิ้มแหย ๆ ยกมือเองคนแรก สุดท้ายทุกคนเหมือนขัดใจตัวเอง ต้องยอมยกตาม เหมือนเพื่อความสงบ
ฉากเปลี่ยนไปในห้องประชุมชั่วคราวของสมาคมฯ บนศาลาหน้าหมู่บ้าน ทุกคนล้อมโต๊ะเล็กไฟกะพริบ หยิบแผนที่หมู่บ้านมากาง สุนทรชี้ตรงผืนป่าหลังสระน้ำ “เราจะลงมือพรุ่งนี้ตอนตี 4!”
“ผมขอถามอะไรหน่อย” อ้อยข้างบ้านเอ่ยแทรก “ตี 4 นี่มันเวลาปลูกต้นไม้เหรอ?”
“ต้นไม้ต้องแสงอ่อน ๆ… แล้วต่อแผนลับแบบฮีโร่ครับ!” สุนทรเริ่มกระซิบมากขึ้น ซุ่มซ่าม พลางหยิบเอกสารผิดติดมือไปแจก มันคือใบปลิว “รับสมัครสายลับ?” ซึ่งควรจะเอาไปแจกโรงเรียนข้าง ๆ พรุ่งนี้
มากี้หยิบดู “นายเอาสายลับมาตั้งสวนเราเหรอ?”
ขันติคิดหนัก “หรือจริงๆ นายเป็นหน่วยสืบสวนปลอมตัวมา?”
นาทีต่อมาเฮียเปี้ยนพึมพำว่า “สรุปเรากำลังจะทำอะไรผิดกฎหมายหรือยัง?” ทุกสายตามองสุนทรที่หน้าเริ่มถอดสี
วงวางแผนล่มทันที แต่ทุกคนสนใจขึ้นมาแปลกๆ ต่างคนต่างคิดไปไกล
คืนนั้น ข่าวลือแปลก ๆ วิ่งเร็วทันไฟลุก ก้านไม้กวาดของแป๊ะสุชาติหลุดจากฝาโกดังขณะเขากำลังเดินตรวจ เวรยามหมู่บ้านเจอเข้าพอดีได้ยินเขาพึมพำ ‘เราจะปลูก…’ แล้วเสียงหาย เสียงนั้นเหมือนรหัสลับ
รุ่งเช้า เฮียเปี้ยนเดินไปหาอ้อยที่ร้านกาแฟข้างถนน “เมื่อคืนเห็นสุชาติพูดถึง ‘ภารกิจลับ’ ด้วยล่ะ”
อ้อยตอบเสียงต่ำ “ท่าทางมีอะไรตั้งแต่ประชุมเมื่อวาน ข้างบ้านฉันนอนดิ้นทั้งคืน”
ช่วงสาย บ้านทุกหลังเริ่มจับกลุ่มคุยเรื่อง ‘โปรเจกต์สายลับ’ ใครไม่รู้อะไรเลยก็แต่งต่อให้ตื่นเต้น จากปลูกต้นไม้กลายเป็นสร้างยุทธภัณฑ์ลับขนาดยักษ์ก็มี
งานบานปลาย สุนทรต้องพยายามแก้ข่าว แต่เจอทุกคนคิดไปคนละทาง พูดอะไรก็ถูกตีว่าเป็นรหัส ทั้งที่เขาแค่จะบอกว่า “อย่าลืมน้ำต้นไม้” คนแวะรับเป็น “แผนสองจะใช้น้ำเป็นเครื่องมือด้วย!”
ตอนบ่าย สมาคมฯ แอบย่องไปเก็บอุปกรณ์ไว้ในกล่องห้องเก็บของ คุยกันแผ่ว ๆ เฮียเปี้ยนหยิบถุงปุ๋ยดูแต่ไม่เข้าใจ ฉีกซองผิด กลิ่นลอยทั่วบริเวณ
“กล่องใหญ่ขนาดนี้ไว้ซ่อนอะไรแน่?” ขันติกระซิบ
มากี้ตอบเสียงขรึม “เขาไว้ซ่อนต้นกล้าไง!”
“แล้ว… ทำไมต้องมีถุงมือหนัง ต้องระวังขนาดนั้นด้วยมั้ย?” เฮียเปี้ยนถาม
“บางทีเป็นอุปกรณ์เคมีลับ!” ใครสักคนรับมุกทันที
คนในชมรมต่างแอบสงสัยกันเอง สุดท้ายไม่มีใครกล้ายืนยันอะไรเลย ต่างคนต่างเงียบ
กลางดึก ขันติอัดเสียงตอนเตรียมของส่งคู่หูแต่เผลอพูด “แผนเด็ดต้องปลูกระเบิด—เอ้ย ปลูกระ-วัดใจ!” เสียงนี้หลุดเข้ากลุ่มไลน์หมู่บ้านทันที
ถึงเช้า ข่าวลือหนักขึ้นว่าทางสมาคมจะ…“ระเบิดชุมชน!” มากี้วิ่งหา สุนทร ตะโกนหน้าบ้าน “นายไปเอาไม้กวาดวิเศษมาจากไหน!” สุนทรเบิกตางง “แล้วไม้กวาดผิดตรงไหน?”
มากี้กระซิบ “แกรู้มั้ยว่าเสียงในไลน์ ตอนนี้ทุกคนคิดว่า นายจะทำแผนระเบิดโลกยังไง!”
สุนทรตกใจ รีบอธิบายแต่มุกตลกคือคำพูดเขายิ่งฟังยิ่งดูน่าสงสัย “คือ…แค่จะทำแปลงต้นไม้เฉย ๆ นะ จริง ๆ แล้ว….” ยิ่งอธิบาย หลายคนโผล่หัวออกมาฟัง กลายเป็นว่าเหมือนเขาประกาศแผนงานชั่วร้าย
คนในหมู่บ้านเริ่มเดินวนรอบบ้านสุนทรแบบกล้า ๆ กลัว ๆ อ้อยผูกผ้าแดงหน้าบ้านเป็นเชิงไล่ “คุณต้องขอโทษนะคะ ถ้าแต่จะแตะดอกไม้หลังบ้านฉัน!”
แป๊ะสุชาติย้ายอุปกรณ์ออกมาวางกลางลาน ถังปุ๋ยโดนเขย่าเสียงดังป๊อก ๆ ราวกับเป็นของต้องห้าม เด็กรุ่นเล็กนั่งดูลุ้นๆ
มากี้นั่งตรงข้ามสุนทร พูดเสียงดัง “นายต้องสารภาพแล้วแหละ ทุกคนกลัวหมด!”
สุนทรมองไปรอบๆ ถอนหายใจ “ผมแค่…อยากให้หมู่บ้านดูน่าอยู่ขึ้นเอง”
ขันติพูดด้วยความจริงจัง “แล้วนายมอบรหัสลับให้ฉันทำไม!”
“รหัสลับ? ฉันแค่บอกนายช่วยรดน้ำเอง!”
ทุกคนเงียบ ยืนงงอยู่ครู่ใหญ่ สุดท้ายเฮียเปี้ยนพูดเบา ๆ “รดน้ำ…รหัส…นี่มันไม่ได้ลับเลยใช่มั้ยเนี่ย?”
กลุ่มสมาคมได้สติกลับมาทีละคน ทุกคนมองหน้ากันแล้วยิ้มเขิน ๆ ก่อนขันติหัวเราะออกมาดังๆ ลามไปถึงคนอื่น
“ทีหลังจะสื่อสารอะไรก็พูดตรงๆ ทำไมต้องมายึกยักเป็นสายลับ” มากี้จับแขนสุนทร พูดเสียงอ่อนลง
อ้อยเดินมาพร้อมเหยือกน้ำ “ถ้าแค่นี้ก็ช่วยรดน้ำให้สิ!”
แป๊ะสุชาติหิ้วถังเดินไปสนาม บ่นยังไม่หยุด “ทีตอนให้ขนปุ๋ยล่ะส่งเสียงลับจัง”
เย็นวันนั้นแปลงต้นไม้ถูกลงมือปลูกจริง ๆ เด็ก ๆ มาช่วยกันรดน้ำ เสียงหัวเราะและชวนคุยไม่หยุดตลอดบ่าย วุ่น ๆ แต่เต็มไปด้วยความสุข บางคนยังแซวแผนลับบ้างเป็นระยะ
พระอาทิตย์ตก สวนอนาคตอาจไม่ล้ำสุดขอบฟ้า แต่สายสัมพันธ์กลับแน่นแฟ้นขึ้น ทุกคนหัวเราะและพูดคุยกันโดยไม่กั๊กอีกต่อไป
ก่อนกลับบ้าน เฮียเปี้ยนทิ้งมุก “ต่อไปถ้าจะประชุมอะไรขอแค่ไม่ต้องรหัสลับ ผมเองก็อยากรู้นะ สงสารคนรดน้ำตอนตี 4!” กลุ่มเพื่อนบ้านปรบมือหัวเราะกันลั่น หมู่บ้านฤดีสุขกลับมาคึกคักอีกครั้งแต่คราวนี้ไม่มีรหัสลับ มีแต่เสียงหัวเราะกับเรื่องธรรมดา ๆ ที่วุ่นวายอย่างน่ารัก