คู่หูล่าฝันกลางหอ…ห้องเดียวกัน
เสียงสัญญาณเตือนในหอพักหญิงดังสนั่น คิ้มกระโดดผึงจากเตียง สวมแว่นตาอย่างรวดเร็ว ใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ พลางคว้าไมค์ของตัวเองที่มีสโลแกนติดไว้ “ปลุกแรงบันดาลใจได้ทุกที่!” เดินออกมาแบบไม่สวมรองเท้า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“จูน ตื่น! ได้เวลาซ้อมพูด! นี่แหละโอกาสของเรา!” คิ้มสะกิดเพื่อนสาวบนเตียงชั้นล่าง เสียงอู้อี้ตอบกลับมา ทั้งยังเอาหมอนตะบันหน้าตัวเองอย่างไม่สนสายตาใคร
“ขออีกสิบนาที ไม่ไหวแล้ว เมื่อคืนนอนตีสาม…” จูนคลุมโปงไม่มองเพื่อน พลางงึมงำ ขณะที่ในหัวเธอวนแต่ท่อนฮุกร้องเพลงประกวดที่ยังร้องเพี้ยนทุกที
คิ้มที่พกความมั่นใจมาเต็มร้อย ยิ้มเจ้าเล่ห์ “งั้นเดี๋ยวฉันซ้อมเสียงไมค์ในห้องเลยนะ รับประกันปลุกแรงบันดาลใจทั่วหอ!”
ไม่ทันไร คิ้มก็ประกาศกร้าวออกไมค์ “เป้าหมายวันนี้! จงตื่น แล้วออกไปสร้างโลกใบนี้ให้แสบซ่า!” เสียงสะท้อนก้องจนห้องข้าง ๆ โผล่หน้าตื่น อาจารย์ประจำหอเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงมาตรวจ
จูนรีบลุก บ่น “หยุดเลย เดี๋ยวถูกลงโทษห้ามใช้ไฟในห้องเป็นอาทิตย์นะ!” คิ้มทำหน้ามึน “งั้นเราต้องหาทางประกวดให้ฉันสักหน่อย เดี๋ยวเสียของ” ทันใดเสียงอาจารย์เคาะประตูดังลั่น
ทั้งสองกระโดดลงข้างเตียง อาการแตกตื่นแทบหาไม่เจอแผนรับมือ
“มีคนร้องเรียนว่าห้องนี้ทำเสียงดังตอนเช้า” อาจารย์เสียงเข้ม จ้องคิ้มซึ่งไมค์ยังเปิดอยู่
“คือ…ฝึกพูดค่ะ จะเป็นนักพูดระดับชาติ!” คิ้มยิ้มตาหยี เจออาจารย์ถอนหายใจ “ถ้าทำเสียงดังอีก จะตัดไฟ!” ก่อนจะเดินจากไปแบบอารมณ์ค้าง
คิ้มหันหาจูน “แผนต่อไป เราต้องฝึกโดยไม่ใช้เสียง อะไรที่เงียบๆ แต่เท่ได้บ้าง?”
จูนกลอกตา “หรือเอาแบบพากย์ท่องในใจดีไหม”
“แบบนี้ไม่ได้ผล! ไม่มีคนฟัง มันไม่อิน!”
คิ้มวางแผนเด็ด “ไปสวนหลังหอ! ฉันจะยืนบนโต๊ะม้าหิน แล้วเธอเป็นผู้ชม จำลองประกวดจริง!”
จูนไม่อยากขัดใจแต่กลัวคนมอง “คนจะไม่หาว่าเพี้ยนเหรอ”
“ความสำเร็จต้องเริ่มจากจุดที่ดูเพี้ยน!” คิ้มมั่นใจพลางคว้าโปสเตอร์ประกวดร้องเพลงที่แปะไว้ “งั้นจูน เธอก็ซ้อมร้องเพลงด้วยเลย!”
จูนยิ้มแหย “ไม่เอา ฉันร้องบนเวทีไม่ได้หรอก ไม่มั่นใจ อีกอย่างเสียงฉันก็…”
“ไม่มีใครฟังเสียงตัวเองชัดตอนประหม่าหรอก ฉันยังพูดติด ๆ ขัด ๆ มาตลอด”
จูนมองเพื่อนสนิท ที่หยิบไมค์ (แบบปิดเสียง) ขึ้นยืนบนโต๊ะในสวน จูนเองแค่ฮัมเบา ๆ ยังทำหน้าตื่น เช้ามีลมเย็น ๆ กับสายตาหลายคู่จ้องสองคนผลัดกันทำอะไรแปลกๆ
เด็กชายห้องข้าง ๆ เดินผ่านมา “พี่ๆ ถ่ายวีดีโอทำอะไรครับ?”
คิ้มประกายตา “กำลังฝึกสร้างแรงบันดาลใจ! นี่น้องอยากลองมั้ย ได้รางวัลความกล้า!”
จูนตาโต “รางวัลอะไรเหรอ?”
“ขนมปังแผ่นสุดท้ายในครัวกลางหอ!”
ไม่นาน แผนจำลองประกวดของคิ้มบานปลาย มีเพื่อน ๆ ในหอทยอยออกมาช่วยเชียร์ บ้างแซวบ้างแอบถ่ายคลิป ขนาดพี่ รปภ. ยังยืนขำตรงประตูหอ
จูนกระซิบ “กลายเป็นว่าทุกคนสนใจไมค์เธอมากกว่าเสียงฉันไปแล้ว”
คิ้มยักคิ้ว “แต่ฉันยังไม่ยอมแพ้ เราต้องทั้งคู่ขึ้นเวทีจริง”
เย็นวันเดียวกัน โปสเตอร์งานประกวดวางเกลื่อนหอพัก คิ้มสมัครประกวดนักพูด จูนยังเขียนชื่อเล่นแปลก ๆ “น้ำใส” ลงใบสมัครร้องเพลงเพราะกลัวคนจำได้
คิ้มเจอป้าย “ประกวดร้องเพลงกับนักพูดต้องใส่ชุดแฟนซีธีม “วันธรรมดาที่วุ่นวาย””
จูนกลืนน้ำลาย “เขินอ่ะ ต้องแต่งตัวแปลกกว่านี้แน่”
คิ้มจัดเต็ม หยิบถุงเท้าสีสด เสื้อเชิ้ตนักศึกษาใส่สลับข้าง กางเกงนอนกับกระโปรงทับสองชั้น ส่วนจูนแต่งเป็นปลาวาฬเพราะชุดแฟนซีหายาก
คืนก่อนวันประกวด ทั้งสองซ้อมในห้อง คิ้มพูดใส่กล่องกระดาษแทนเวที “เราต้องกล้าทำในสิ่งที่โลกจำไม่ได้!”
จูนฮัมเพลง “หากวันหนึ่งฉันไม่กล้าออกไป…จะยังฝันด้วยกันกับใครไหม…”
ชั่วขณะหนึ่งคิ้มคิด “รู้ไหม ทำไมฉันอยากเป็นนักพูด เพราะตอนเด็กไม่มีใครฟังเรา พอโตก็เลยอยากฟังตัวเองจนดังสุดๆ”
จูนพยักหน้า เงียบไปพักใหญ่ “ฉันร้องเพลงทีไร ชอบหลุดคีย์เพราะคิดแต่เสียงคนอื่น”
คิ้มเอื้อมมือแตะไหล่ “กลัวก็ร้องเพี้ยนไปเลย อย่ากลัวเพราะไม่ได้ลอง”
วันประกวดมาถึง บรรยากาศคึกคัก เด็กทั้งหอพร้อมชุดแฟนซีสารพัด ทีมประกวดฝ่ายนักพูดใส่ชุดตัวการ์ตูนอาหารเช้า ส่วนจูนเดินกระดึ๊บในชุดปลาวาฬท่ามกลางแสงไฟ
ก่อนขึ้นเวที คิ้มพบว่าข้อความในไฟล์สปีชตัวเองหายเกลี้ยง มือไม้สั่นแต่ปั้นหน้ามั่นใจ ประกาศบนเวที “บางครั้ง…เราอาจคิดว่าต้องพูดให้ดีที่สุด แต่โลกอาจต้องการแค่เสียงจริงของเรา”
เสียงเงียบงันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนทุกคนหัวเราะตามมุกปั่นประสาทจากคิ้ม ที่แอบยกตัวอย่างผิด ๆ เช่น “เวลาน้อย จงพูดน้อย แต่กินเยอะ!”
ถึงตาจูน ชุดปลาวาฬสีฟ้าหลุดขาดนิดหน่อยกลางเวที จูนหน้าเสียแต่กลืนน้ำลายแล้วฮัมท่อนแรก
เสียงเพลงเริ่มจริงใจ ไม่สวยแต่ซื่อ จูนเผลอมองคิ้มระหว่างร้อง รอยยิ้มอุ่น ๆ ของเพื่อนให้กำลังใจแบบไม่ห่วงภาพลักษณ์
ไฟกระพริบกะทันหัน เพลงหยุด ทั้งหอแทบแตกตื่น—ไฟห้องโถงออดเพราะสายไฟเส้นหนึ่งหลุดเนื่องจากไมค์คิ้มโดนลากติดกับเท้าคนอื่นตั้งแต่แรก
กรรมการประกาศหยุดโชว์ เคลียร์ห้อง เด็กในหอฮือฮางง ๆ คิ้มหน้าเสีย “นี่…เราเป็นต้นเหตุอีกแล้วเหรอ?”
อาจารย์ประจำหอหันมา “ใครลากสายไฟ?” จูนรีบพูดแทน “เพราะหนูซ้อมร้องแล้วมือไปโดนเองค่ะ” ทุกคนต่างสับสนว่าความจริงเป็นใคร พลันหัวเราะกลบเกลื่อน
สุดท้าย มิตรภาพฝีเท้าและเสียงหัวเราะจบลงด้วยการรวมตัวซ่อมไฟกันทั้งหอ คิ้มช่วยจับบันได ใครบางคนร้องเพลงประสานเสียงด้วยความกล้า จูนในชุดปลาวาฬกอดคิ้ม “เออ ฉันก็ภูมิใจแบบนี้แหละ…ถึงจะไม่ได้รางวัลแต่ก็ใจกล้าขึ้นนะ”
คิ้มยิ้มกว้าง “คราวหน้าฉันจะซ้อมพูดในความเงียบบ้าง แต่ต้องมีเธอข้าง ๆ ด้วย”
เสียงหัวเราะและบทพูดข่วนจังหวะถูกบันทึกไว้ในความทรงจำคู่หูล่าฝันกลางหอ…ที่ยังไม่จบดีจริง ๆ