กลางสายฝนที่ลานดาดฟ้า
เสียงฝนหยาดแรกตกกระทบกระจกหน้าต่างห้องสเก็ตช์ออกแบบสถาปัตย์ ขณะที่วาดดาวเดินเข้ามาพร้อมขนมปังแผ่นสีทองในถุงพลาสติก ราเมศนั่งขัดฟุตวางกระดาษกับกระดานชนิดพับได้ ใจจดจ่อกับดินสอดำในมือที่สั่นทุกครั้งเมื่อฝนเริ่มกระหน่ำขึ้นมา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“สายฝนวันนี้ดูเหมือนไม่หยุดเลย เธอว่าไหมเมศ” วาดดาวเอ่ยขึ้นพร้อมลงนั่งข้าง ๆ เสียงถุงขนมปังเบา ๆ ดังกลบความประหม่า
ราเมศพยักหน้า ไม่กล้าเงยหน้าสบตา นาน ๆ ทีตาเขาจะเหลือบไปที่นาฬิกาข้อมือ “ครูให้ส่งแบบตอนห้าโมงใช่ไหม”
“ใช่ แต่เธอเสร็จแล้วนี่ ของเรายังไม่ได้ออกแบบระเบียงเลย”
“เราวาดแบบผิดตั้งสองครั้ง…ฝนทำเราว้าวุ่นตลอด”
เสียงหัวเราะแผ่วเบาของวาดดาวเติมเต็มห้องที่ว่างเปล่า ทั้งคู่เงียบงัน ชั่วขณะหนึ่ง ฝนหยุดแล้ว ทิ้งไว้แค่กลิ่นดินเปียกปนกับกลิ่นกระดาษข้นชื้น
ราเมศรวบข้าวของเงียบ ๆ วาดดาวเปิดกระเป๋าสตางค์หยิบเศษเหรียญออกมา นิ่งงัน ก่อนจะมองราเมศอย่างลังเล
“ถ้าวันนี้ฝนยังตก…เราเดินไปส่งงานด้วยกันไหม” วาดดาวเอ่ยแผ่ว ๆ
ราเมศเม้มปาก “ก็ได้ แต่วาดต้องเป็นคนถือแบบนะ ของเราช้ำแล้วกลัวกระดาษมัน…เอ่อ ฉีกซะก่อน”
ความเงียบระหว่างสองคนมีบางอย่างที่ต่างฝ่ายต่างแกล้งทำเป็นไม่เห็นมาก่อน วันเวลาผ่านไปเร็วขึ้นตอนที่ต้องแบ่งปันภาระ กับผู้คนโดยรอบ แต่ห้องนี้เดียวเปล่ายังคงมีแค่เสียงฝนกับเสียงลมหายใจสองคู่เท่านั้น
อีกสองชั่วโมงต่อมา ทั้งคู่ออกมายืนที่ระเบียงชั้นบนสุดของตึกเรียน ในมือวาดดาวและราเมศต่างถือแบบของตัวเองไว้แน่น ลมหอบน้ำฝนเม็ดฝอยเป่าปะทะหน้าทั้งสองคนจนต้องหรี่ตา หน้าน้ำฝนทำให้ถนนเบื้องล่างดูเลือนลางราวโลกอีกใบ
วาดดาวมองเส้นสายถนนที่ว่างเปล่า “เราคิดถึงตอนปีหนึ่งเนอะ”
“อือ ตอนนั้นเรากลัวโดนรับน้อง นอนร้องไห้อยู่ห้องน้ำหญิงดีนะที่เธอช่วยไว้” ราเมศพูดยิ้มแห้ง มือยังเกร็งแบบเบา ๆ
เสียงวาดดาวหัวเราะออกมา สายตาอบอุ่นหม่นลงในวูบเดียว “ถ้าเราไม่กล้าคงไม่รู้จักกัน”
ราเมศเงียบ นานกว่าจะกล้าพูดต่อ “แต่ถึงวันนี้…เรายังไม่กล้าบางอย่างอยู่”
ลมหอบแรง ฝนซัดหน้าทั้งคู่จนต้องถอยเข้าใต้หลังคา ราเมศทำทีเช็ดแขนตัวเอง ปากเม้มแน่น วาดดาวนิ่งชั่วครู่ ก่อนยื่นมือออกไปรับสายฝน ใบหน้าเธอดูเศร้า ๆ
“เธอเชื่อมั้ยว่าคนเราจะซ่อนความรู้สึกอะไรไว้ได้นาน ๆ จริง ๆ หรือเปล่าเมศ”
ราเมศนิ่งไป หัวใจเต้นระทึก เกิดความเงียบยาว “แล้ววาด…วาดซ่อนอะไรไว้เหรอ”
วาดดาวหัวเราะในลำคอ แต่ไม่ตอบ เธอเดินออกไปข้างหน้าช้า ๆ สองคนเงียบ จนเสียงฝนเริ่มกลบความรู้สึกบางอย่าง
หลังจากส่งงานเรียบร้อย ทั้งสองกลับขึ้นมาที่ลานดาดฟ้า ร่มเล็ก ๆ สีฟ้าถูกกางครึ่งหนึ่ง ฝนยังโปรยเม็ดเล็ก ๆ ราเมศยืนอยู่วงแขนแน่น ชะเง้อมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆ
วาดดาวเดินมากอดอกข้าง ๆ เอ่ยขึ้นเบา ๆ “เมศ เรา…เรากำลังคิดว่าเราควร ไปสมัครฝึกงานที่ต่างจังหวัดดีมั้ย”
ราเมศหันขวับ พูดด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ น้อย ๆ “ไปไกลขนาดนั้น…เหรอ”
วาดดาวหันไปสบตา “มันคือโอกาสเดียวที่เราจะได้ออกแบบสะพานจริง ๆ คงไม่มีอีกแล้ว…แต่ไม่รู้จะกล้าทิ้งอะไรหลายอย่างไว้ข้างหลังได้มั้ย”
ราเมศหลบสายตา “วาดก็รู้ ว่าเรากลัวอะไรที่สุด คือ…กลัวต้องอยู่คนเดียวอีก”
วาดดาวนิ่งเหมือนอยากพูดบางอย่าง แต่ก็เงียบ ราเมศค่อย ๆ หย่อนมือใส่กระเป๋า สองคนยืนเคียงกันใต้ร่มเล็ก ๆ ที่ฝนทะลุลอดเข้ามาได้เสมอ
สัปดาห์ถัดมา ทั้งสองไม่มีเวลาได้เจอกันมากเหมือนก่อน วาดดาววุ่นกับเอกสารฝึกงาน ส่วนราเมศเหมือนจะตั้งใจโหมงานที่เหลือ เติมเต็มเวลาว่างด้วยการอยู่ที่ชมรมศิลปะ
หนึ่งวันก่อนวาดดาวจะเดินทาง ราเมศเดินวนอยู่หน้าอาคารเรียน ไม่กล้าเดินเข้าไปหา เฝ้ามองวาดดาวยืนคุยกับอาจารย์ด้วยสีหน้ากังวล
จนกระทั่งเธอหันมาเห็นราเมศ เงียบชั่วครู่ ก่อนจะเดินเข้ามาหา
“เมศ จะมาส่งเราเหรอ” วาดดาวยิ้มบาง ๆ ดูเหนื่อย ๆ
ราเมศหลบตา พูดแผ่วเบา “ไม่รู้จะพูดอะไร…เราแค่อยาก…อยากบอกว่าถ้าไปแล้ว…อย่าหายไปนาน”
“เรากลับมาแน่ เมศ เดี๋ยวนี้ที่ไหนก็มีเน็ต…แต่บางอย่างมันสื่อสารไม่ได้หรอกเมศ บางความรู้สึกน่ะ”
ความชื้นจากฝนริมหน้าต่างกลบคราบน้ำตาไว้ได้ ราเมศจึงไม่กล้ากระพริบตาแรง
เช้าวันเดินทาง ราเมศยืนมองบันไดสถานีขนส่ง เห็นร่างวาดดาวพร้อมกระเป๋าเดินทางเล็ก ๆ ก้มโค้งไหว้แม่ ก่อนจะหันมาหาเขา
“เมศ…ฝากดูแลแม่เราด้วย” วาดดาวพูดเสียงสั่นปนขำ
“แล้ววาด…จะดูแลตัวเองไหวไหม เราจำได้ว่าวาดหลงบ่อย” ราเมศพยายามฝืนหัวเราะ
วาดดาวหัวเราะออกมา “ถ้าเราหลง จะโทรหา”
ทั้งคู่เงียบ ราเมศยื่นมือไปจะจับมือวาดดาว แต่หยุดไว้กลางอากาศ วาดดาวสังเกตเห็นแต่ยังไม่พูดอะไร เธอกระชับสายกระเป๋า สูดลมหายใจลึก ก่อนจะโบกมือลาแล้วเดินไป ฝนเพิ่งเริ่มเทลงมาเม็ดใหญ่ ๆ
วันเวลาผ่านไปด้วยความเหงาฉาบทับสีสันของชีวิตในมหาวิทยาลัย ราเมศซ้อมพูดกับตัวเองเงียบ ๆ หลายคืน เขียนข้อความที่ลบแล้วเขียนใหม่หลายต่อหลายครั้ง ไม่เคยส่งออกไปจริง
วาดดาวเองก็วุ่นกับชีวิตในต่างจังหวัด อากาศร้อนอบอ้าว ฝนที่ตกไม่เป็นเวลา สะพานที่เธอได้รับผิดชอบใหญ่กว่าที่ฝันไว้ ทำให้ทุกคืนเธอคิดถึงเสียงฝนกับกลิ่นกระดาษเปียกในห้องสเก็ตช์
คืนหนึ่ง ฝนตกหนักที่ทั้งสองที่ ราเมศวาดเรือนร่างเงาวาดดาวลงในสมุด วางโทรศัพท์นิ่ง รอข้อความที่จะไม่มา วาดดาวถือมือถือไว้แน่น หัวใจอยากจะโทรหาใครสักคนแต่ก็จ้องหน้าจอโล่ง ๆ จนหลับไป
คืนแล้วคืนเล่า ทั้งสองพลาดโอกาสพูดความรู้สึกจริง ๆ ทั้งเพราะความกลัวและความฝังใจเรื่องอดีต วาดดาวเคยสารภาพรักกับเพื่อนสนิทแล้วโดนปฏิเสธอย่างรุนแรงเมื่อครั้งมัธยม เธอกลืนน้ำตาตัวเองกับความไม่กล้ายอมรับความรู้สึก ราเมศเองเติบโตมากับการสูญเสียแม่ตั้งแต่เด็ก ไม่กล้าเปิดใจกลัวเสียใครไปอีก
หลังห่างกันครึ่งปี วาดดาวกลับมาที่กรุงเทพฯ ด้วยเหตุฉุกเฉิน แม่ล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล ราเมศเป็นคนแรกที่ไปรอที่หน้าห้องฉุกเฉิน สายฝนเย็นเยียบเหมือนกำลังลงโทษคนที่เก็บงำบางอย่างไว้ในใจ
ราเมศเดินเข้าไปใกล้วาดดาวที่นั่งกอดเข่าอยู่มุมโถงโรงพยาบาล มือเขาลังเลก่อนจะวางลงบนไหล่เธอช้า ๆ
“เดี๋ยวแม่วาดก็ค่อย ๆ ดีขึ้น”
วาดดาวร้องไห้เงียบ ๆ พูดยากเย็น “เวลาเรากลัว เราจะคิดถึงคนที่เรารู้สึกปลอดภัยที่สุด”
ราเมศนิ่งไป หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกเหมือนจะตีออกมาจากอก
ความเงียบที่ทั้งคู่เคยแบ่งปันกันตลอดดูหนักอึ้งขึ้นหลายเท่า จนวาดดาวเงยหน้าขึ้นมา น้ำตาติดแก้ม
“เมศ…ทำไมเราถึงยอมปล่อยให้ทุกอย่างอยู่อย่างนี้”
ราเมศลังเล สูดหายใจลึก “วาด เรา…เรากลัวสูญเสียวาดเหมือนที่เราเคยเสียแม่ไป…กลัวว่า ถ้าบอกออกไป เราจะไม่ได้เป็นเพื่อนกันอีกเลย”
วาดดาวหัวเราะทั้งน้ำตา “แต่เราก็เกือบจะเสียกันไปเพราะเงียบอยู่ดี…”
ราเมศนั่งลงข้าง ๆ มือสั่นเครือเอื้อมไปจับมือวาดดาว วาดดาวขืนไว้ก่อน แต่ในที่สุดก็ยอมให้จับ สายตาทั้งคู่สบกันนิ่งงัน พร้อมเสียงฝนโปรยผ่านหน้าต่าง
คืนหนึ่งหลังแม่วาดดาวออกจากโรงพยาบาล ทั้งสองนั่งที่ลานดาดฟ้าเก่า ฝนตกปรอย ๆ เหมือนวันแรกที่เจอกัน ความอึดอัดจางลง เหลือเพียงเสียงหัวใจ
“เรากลัวความรัก” วาดดาวเอ่ยเบา ๆ “แต่กลัวเสียเมศมากกว่าเอง”
ราเมศหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะกลั้นหายใจ “เรากลัวจะโง่ ถ้าปล่อยวาดไปเพราะความกลัวของตัวเอง…”
วาดดาวนิ่ง คำพูดของทั้งสองถูกกลืนด้วยเสียงฝน ราเมศยื่นมือไปกุมมือวาดดาวไว้แน่น คราวนี้เธอไม่ขืนเลย
ความกลัวยังอยู่ แต่ความรู้สึกปลอดภัยและความจริงใจที่ค่อย ๆ เติบโตตลอดเวลาที่ผ่านมา กลายเป็นสายใยบาง ๆ ที่แข็งแรงโดยไม่ต้องคำสัญญา
เสียงฝนยังคงตก แต่บนลานดาดฟ้าสองคนนั่งอยู่ข้าง ๆ กัน แบ่งปันความเงียบและฝนแบบเดิม ๆ ทว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปตลอดกาล