ให้ใจบอกว่ารัก
เสียงประกาศจากเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติในครัวสำนักงานดังขึ้นขณะฟ้ายืนเหม่อมองท้องฟ้าผ่านหน้าต่างกระจก ต้นเดินเข้ามาในห้องนั้นเงียบ ๆ เสื้อเชิ้ตสีอ่อนปล่อยรุ่ยจากเหนื่อยกับประชุมเมื่อเช้า เขามองฟ้าผ่านไอน้ำอุ่นที่ลอยจากแก้วกาแฟ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ตื่นเช้าไปหรือเปล่า? กาแฟรอบสองแล้วนะ” ต้นพูดติดตลก เสียงเหมือนแซะ แต่สายตาอ่อนลงกว่าปกติ
ฟ้าสะดุ้งนิดหน่อย ฝืนยิ้ม “งานเยอะน่ะค่ะ อีกอย่าง…นอนไม่ค่อยหลับด้วย”
ต้นเหลือบมองเงาสะท้อนตัวเองบนกระจก มีแววเศร้าแวบขึ้น “ผมก็เหมือนกัน บางที…ก็คิดเรื่องเก่า ๆ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?”
ฟ้าเงียบ ส่ายหน้า แสร้งหัวเราะเบา ๆ เปลี่ยนเรื่องเร็ว “คุณต้นมีไฟล์อัพเดตโปรเจกต์ใหม่หรือยังคะ พี่วินโทรตาม”
ต้นพยักหน้า จับจ้องฟ้าเหมือนจะพูดอะไรอีกแต่ก็เปลี่ยนใจ วางแก้วแล้วเดินจากไปอย่างงุ่มง่ามเหลือเกินสำหรับคนที่ใคร ๆ ในบริษัทว่ามาดมั่น
เวลาผ่านไปทั้งวันกับการประชุมและตรวจงาน โครงการใหม่นี้สำคัญมาก บริษัทลงแรงทั้งหมดไว้กับการเสนอแผนให้ลูกค้ารายใหญ่ ฟ้ากับต้นต้องเป็นทีมเดียวกัน ทั้งคู่ดูจะเห็นไม่ตรงกันแทบทุกเรื่อง ต้นเน้นตัวเลขและประสิทธิภาพ แต่ฟ้ามุ่งเน้นความคิดสร้างสรรค์ และความรู้สึกของผู้ใช้มากกว่า
ช่วงบ่ายระหว่างที่กำลังอธิบายไอเดีย ฟ้าหยิบเนื้อหางานออกมาอย่างตื่นเต้น “ถ้าเราเล่าเรื่องผลิตภัณฑ์ผ่านคนจริง ๆ ไม่ใช่แต่ตัวเลข มันจะ…สัมผัสใจคนได้จริงนะคะ”
ต้นพิงพนักเก้าอี้ เป่าลมพลางส่ายหน้าเบา ๆ “แต่ถ้าลูกค้าเห็นแผนที่ไม่มีตัวเลข…พวกเขาจะเชื่อมั่นเรายังไง? โลกธุรกิจไม่ใช่การบอกความรู้สึก ฟ้า”
ฟ้าสะอึก แต่ก็ยังพยายาม “บางที…อาจจะต้องลองฟังกันบ้าง”
ต้นตั้งท่าจะแย้งอีกแต่กลับหยุดชะงัก สายตาตกลงไปที่รอยถลอกเล็ก ๆ ที่ข้อมือฟ้า “คุณเป็นอะไรตรงนี้? เกิดอะไรขึ้น?”
ฟ้าซ่อนข้อมือไว้อย่างรวดเร็ว “ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ…แค่ซุ่มซ่าม”
ต้นมองเธอยาว ๆ แล้วถอนหายใจ “ผมขอโทษที่ทำเสียงแข็งใส่เมื่อกี้ แค่กลัวพลาดแบบ…เมื่อก่อน”
ฟ้าพยักหน้ารับเบา ๆ แต่ในใจปั่นป่วน
วันถัดมามีการนำเสนอแผนฉบับร่าง ตัวเลขของต้นแข็งแรง ไอเดียของฟ้าก็ถูกลดความสำคัญโดยบอร์ดบริหาร ฟ้าสีหน้าผิดหวังแต่ไม่พูดอะไร เดินออกมานอกห้องพร้อมแฟ้มเอกสารแนบอกแน่น ต้นเดินตามมา ฝนโปรยลงทันทีที่ประตูหน้าตึกเปิดออก
“ไม่ใช่วันของเราเลยเนอะ” ต้นว่าเสียงอ่อน มือล้วงกระเป๋ากางเกง
ฟ้าเคร่งขรึมแบบไม่ตั้งใจ “มันก็เหมือนเดิมทุกที ที่ฉันอยากลองแต่…สุดท้ายก็โดนลดความสำคัญ”
ต้นลังเล นอกจากฝนแล้ว ความเงียบเข้าปกคลุม “แต่ครั้งนี้…ผมจะช่วยผลักดันไอเดียคุณ ไว้ใจผมนะ”
ฟ้ามองต้นด้วยสายตาคลางแคลง ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ได้ยินมาจากใจจริงหรือเปล่า หรือแค่ความรับผิดชอบกับโปรเจกต์
ค่ำนั้น ฟ้านั่งวาดภาพประกอบงานอยู่คนเดียวในห้องนั่งเล่นเล็ก ๆ เธอหยิบโน้ตบุ๊กขึ้นมาเปิดแชท เห็นชื่อ “ต้น” โผล่ขึ้นมา เธอกดเปิด แต่ลังเลไม่ส่งข้อความ สุดท้ายแค่พิมพ์สั้น ๆ “ขอบคุณค่ะ” ก่อนกดลบและวางโทรศัพท์ลงอย่างหมดแรง
ในคืนเดียวกัน ต้นนั่งในห้องเล็ก ๆ รายล้อมด้วยแฟ้มงานเก่า ๆ บนผนังมีใบลาออกจากบริษัทเดิมติดอยู่ เขาคว้าแก้วน้ำขึ้นมาแต่ยั้งมือตัวเอง พลิกจดหมายอ่าน เผลอกัดฟันแน่น สีหน้าครุ่นคิด
เช้าวันใหม่ ฟ้าเจอต้นที่คาเฟ่หน้าบริษัทโดยบังเอิญ ต้นถูกเพื่อนเก่าสมัยเรียนโทรตามเรื่องเงินกู้ที่เขาติดค้างอยู่ เพื่อนคนนั้นเสียงดังจนฟ้าได้ยินประโยค “จะหนีอดีตไปถึงไหน” ต้นหน้าเจื่อน หันมาเห็นฟ้าแล้วพยายามยิ้มกลบเกลื่อน
“ขอโทษที่ต้องเห็นอะไรแบบนี้นะ” ต้นพูดอ้อมแอ้ม
“เรื่องอดีตของคุณ…ไม่เกี่ยวกับงานหรอกค่ะ” ฟ้าสะดุ้งตัวเองที่กล้าพูด ก่อนเงียบไปสักพัก “บางอย่างมันก็ยากจะลืมเหมือนกัน”
ต้นเหลียวมองฟ้า เห็นร่องรอยความหม่นหมองในแววตา เขาอดไม่ได้ที่จะถาม “ครอบครัวคุณ…สบายดีไหม?”
ฟ้าเปลี่ยนเรื่องทันที “คุณเอาแผนงานใหม่มาหรือยังคะ? ฉันอยากลองดูตัวเลขอีกที”
ต้นถอนใจเบา ๆ “เดียวเอามาให้ระหว่างเดินไปออฟฟิศนะ” ทั้งคู่เดินเคียงกันแต่ความรู้สึกคล้ายจะห่างไกล
ในห้องประชุมปลายอาทิตย์ ฟ้ากับต้นร่วมกันนำเสนอไอเดียใหม่ที่ลงตัวระหว่างตัวเลขกับความรู้สึก ลูกค้าชื่นชมแผนงานชิ้นนี้ เพื่อนร่วมงานปรบมือให้ ทั้งคู่สบตากันในห้วงเวลาสั้น ๆ
หลังประชุม ฟ้าหลบออกมาเดินในสวน เขาพบเธอนั่งที่ม้านั่งหน้าออฟฟิศ เหม่อมองปลายรองเท้าตัวเอง ต้นเดินมานั่งข้าง ๆ เงียบ ๆ ไม่มีคำพูดใดนานสองนาน
“ดีใจด้วยนะ งานวันนี้ออกมาดีมาก” ต้นพูดเบานุ่ม
ฟ้ายิ้ม แต่ในแววตาท้อแท้ “มันแค่…งานค่ะ ถ้ากลับบ้านไปแล้วคนที่บ้านไม่เห็นค่า…มันก็เหมือนเดิม”
ต้นทำท่าจะแตะมือแต่หยุด “ขอโทษ ถ้าผมถามอะไรไม่เหมาะเลย”
ฟ้าส่ายหน้า “บางที…ฉันก็อยากมีใครเข้าใจบ้าง” นัยน์ตาแดงแต่แข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย
ตกดึกนั้น ฟ้านอนไม่หลับอีกครั้ง เธอหยิบสมุดสเก็ตช์ภาพเก่าขึ้นมาเปิดดู หน้าแรกคือรูปเด็กหญิงกับผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ริมทะเลใต้ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดาว
วันต่อมาฟ้าเริ่มเปิดใจมากขึ้นเมื่ออยู่กับต้น ทั้งสองค่อย ๆ แบ่งปันเรื่องส่วนตัวในรูปแบบที่ยังมีรั้วบาง ๆ กั้นไว้ ตลกขบขันในมุมเล็ก ๆ เช่นตอนฟ้าเผลอเล่นมุกแป้กจนเพื่อนในทีมขำกันทั้งออฟฟิศ ต้นหยิบน้ำลูบผม โยนมุกกลับ “ขำได้ขนาดนี้ เดี๋ยวผมเอาไปเล่นกับลูกค้าเลยดีกว่า…ได้หัวเราะฟรีแน่ ๆ”
ในวันหยุด ฟ้าได้รับโทรศัพท์จากแม่ เสียงจากปลายสายพูดกดดันเรื่องงานมั่นคงกับอนาคต ฟ้านิ่งเงียบ น้ำตารื้น เปลี่ยนเรื่องอย่างเชื่องช้า ก่อนกดวาง
ต้นส่งข้อความหา “ทำอะไรอยู่ครับวันหยุด” ฟ้าตอบกลับสั้น ๆ “นั่งวาดภาพที่สวน” ต้นโผล่มาโดยไม่บอกกล่าว พร้อมขนมปังกับกาแฟอีกถุง “ผมดาวได้ว่าคุณคงยังไม่ได้กินข้าวเช้า”
ฟ้าหัวเราะ “วันไหนไม่ประชุม คุณก็กลายเป็นคนใจดีจังนะคะ” ต้นยิ้มกว้างแต่ตาหลบ “ถ้านอกงาน…ผมก็อยากเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว”
ระหว่างนั่งคุยกัน ฟ้าถามถึงอดีตของต้น ต้นเงียบไปนาน “ผมเคยไว้วางใจคนผิด ทุ่มเททุกอย่างให้บริษัทเก่า…สุดท้ายก็โดนแทงข้างหลัง เลยกลัวผิดพลาดอีกครั้ง ชอบควบคุมทุกอย่างไว้”
ฟ้าฟังนิ่ง ๆ ก่อนกุมมือเขาเบา ๆ “ถ้าจะลองเริ่มใหม่…ก็ยากสำหรับฉันเหมือนกัน”
ทั้งสองสนิทกันเรื่อย ๆ แม้จะยังมีจังหวะห่าง ช่วงโปรเจกต์ยุ่งหนัก ฟ้ากลับบ้านดึกบ่อย ๆ ห่างต้นไปหลายวัน ต้นส่งโน้ตเล็ก ๆ มาวางที่โต๊ะ “พักบ้าง อย่าแบกทุกอย่างไว้คนเดียว”
ฟ้ายิ้มจาง ๆ เมื่อรับโน้ต ช่วงนั้นเองต้นเผลอหลุดคำพูดทำร้ายฟ้าเรื่องความไม่มั่นคงในงานของเธอ ฟ้าโกรธและเดินหนี ห่างกันไปหลายวัน ไม่พูดกันเลย
บรรยากาศในทีมทำงานตึงเครียด โครงการใหญ่เกิดปัญหาความเข้าใจผิดระหว่างต้นกับผู้ร่วมทีมรายหนึ่ง ทำให้โปรเจกต์เสี่ยงล่ม ต้นเครียดหนัก ตัดสินใจลาออก ทิ้งทุกคนรวมฟ้าโดยไม่บอก
ฟ้าช็อก เมื่อรู้ข่าวจากผู้จัดการ รู้สึกโกรธ เสียใจ และเหมือนกำลังจะสูญเสียอะไรสำคัญไป ฟ้าพยายามโทรหาต้นแต่เขาไม่รับสาย
อีกหลายวัน ฟ้ายังตั้งใจทำงาน นำทีมเต็มที่ เธอปลดแอกตัวเองจากความคาดหวังของครอบครัว แสดงความสามารถนำเสนองานเองเป็นครั้งแรก สำเร็จท่ามกลางเสียงชื่นชม แต่ในใจยังคิดถึงต้น
ค่ำวันนำเสนอ ฟ้านั่งอยู่ลำพัง สายตาเหม่อลอย รู้สึกว่าความสำเร็จวันนี้ไม่สมบูรณ์ ถ้าไม่มีต้นอยู่ข้าง ๆ
ต้นกลับบ้านวันนั้น ห่อเหี่ยวกับการตัดสินใจลาออกและทิ้งโปรเจกต์ เขาอ่านข้อความของเพื่อนร่วมงานและเห็นโน้ตจากฟ้าว่า “โลกนี้ไม่มีอะไรมั่นคงจริง ๆ นอกจากหัวใจตัวเอง เลือกตามที่เราเชื่อก็พอ”
คืนต่อมา ฝนตกหนัก ต้นยืนใต้หลังคาอาคารของฟ้า มือกำดอกกล้วยไม้ขาวอยู่แน่น เขาลังเลอยู่นานก่อนจะเดินขึ้นไปหาเธอ
ฟ้าเปิดประตูห้อง เจอหน้าต้นยืนเปียกฝน เธอพูดอะไรไม่ออก ต้นยื่นดอกกล้วยไม้ให้ “เพราะคุณชอบวาดรูปดอกไม้ ผมก็เลย…คิดถึงคุณทุกวัน”
ฟ้ามองต้น น้ำตาซึมแต่ยังยิ้มไม่ได้ เธอหลบสายตา ต้นพูดต่อ “ผมขอโทษที่ทิ้งทุกอย่าง เพราะกลัวว่าจะทำผิดพลาดกับคุณ…แต่สิ่งเดียวที่ผมเสียใจคือไม่กล้าบอกความรู้สึกจริงๆ”
ความเงียบถาโถม ฟ้าน้ำตาร่วงในที่สุด พูดเสียงสั่น “ฉันก็กลัวเหมือนกัน กลัวจะหวังแล้วผิดหวังอีก กลัวจะไม่มีค่าในสายตาใคร”
ต้นเข้าไปจับมือเธอแน่น “ถ้าอย่างนั้น…เราลองเดินไปด้วยกัน ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องสมบูรณ์ ขอแค่กล้าซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง”
ฟ้าหัวเราะทั้งน้ำตา ยกมือขึ้นแตะแก้มต้นเบา ๆ “ฉันยังไม่พร้อมจะรักใครเต็มหัวใจ…แต่ขอเริ่มใหม่…จะลองเรียนรู้ดูอีกครั้ง…กับคุณได้ไหม?”
ต้นยิ้มกว้างในที่สุด น้ำตาคลอดวงตาคม เงียบไปสักพักก่อนจะตอบ “ได้สิ…ดีที่สุดเลย”
ทั้งสองนั่งอยู่บนโซฟา อิงไหล่กันท่ามกลางเสียงฝนด้านนอก ความรักเติบโตอย่างเชื่องช้า ไม่สมบูรณ์แบบ แต่จริงใจ
และในที่สุด ฟ้าพร้อมจะลอง “ปล่อยให้ใจตัวเองเป็นคนพูด” เป็นครั้งแรก…