ไข่เจียวกับสมาคมเพื่อนบ้านมหาป่วน
เสียงกริ่งประตูบ้านดังขึ้นติดกันห้าครั้งติดต่อกันในเช้าวันเสาร์ ไข่เจียวรีบผลักประตูห้องออกมา ผมยุ่งยู่หยี่ กำลังกังวลว่าตัวเองลืมจ่ายค่าน้ำหรือเปล่า จริง ๆ เธอจดไว้ในสมุด เช้านี้ต้องโอนแต่มัวแต่ชั่งใจว่าค่าไฟจะตามมาอีกหรือไม่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ไข่! เปิดหน่อย! ฉันมีเรื่องด่วนสุด ๆ!” กิ๊บ เพื่อนข้างบ้านคนพูดไวเสียงดังพรวดพราดอย่างเคยตะโกน แล้วก่อนเธอจะได้ไขกุญแจเสียอีก ประตูฝั่งไข่เจียวก็เปิดพรวดออกมา
ตาไข่ เบิกกว้าง ถามทันทีโดยไม่ทักทายว่า “แกมีปัญหาอะไรกับหลวงพี่วินหรือเปล่า? เห็นเมื่อวานเดินผ่านแล้วหลวงพี่หันมามอง ใส่เสื้อเหลืองด้วยนะ!”
กิ๊บทำหน้าเหวอ ก่อนส่ายหน้าแรง ๆ “ไม่ใช่! ไม่ใช่หลวงพี่วิน เรื่องนี้ใหญ่กว่านั้นมาก” เธอยื่นมือถือมาให้ดู ภาพผู้ชายขายไก่ทอดข้างตลาด และใต้ภาพเขียนว่า “ผู้มีญาณทิพย์ รับทำนายฟรี”
ไข่เจียวขมวดคิ้ว อ่านอีกรอบแล้วยิก ๆ “เขาเนียนมากเลยนะกิ๊บ ฉันว่านี่น่าจะเป็นโฆษณาหลอกลวงแน่ ๆ ไม่มีใครดูออกหรอกว่าจริงจังหรือเปล่า”
กิ๊บหน้าเจื่อน “แกเข้าใจผิด! นี่ของจริง ฉันเพิ่งไปทดสอบมาเมื่อวาน เขาทายได้ว่าแม่ฉันชอบแกงส้ม ถึงฉันจะถ่ายแม่ลงไอจีทุกวันก็ตามเถอะ แต่นี่มันตรงเกินไป!”
ไข่เจียวหยิบมือถือขึ้นมา กำลังจะค้น ‘ทำอย่างไรเมื่อเพื่อนโป๊ะแตก’ แต่ลองแกล้งเชื่อต่อ “โอเค งั้นนี่คือเรื่องใหญ่ในซอยเราสินะ ถ้างั้นเราต้องไปพิสูจน์”
เสียงเคาะรัวขึ้นอีก เสียงกริ่งฝั่งบ้านฝั่งซ้ายดังขึ้นเป็นรอบที่สอง คราวนี้เป็นพี่ป๋อม เพื่อนบ้านวัยกลางคน ที่ทุกเช้าเปิดเพลงลูกทุ่งเสียงดัง ใส่ผ้ากันเปื้อนลายลูกเจี๊ยบกำลังยื่นข้าวกล่องหนึ่งอันมาทางไข่เจียว “สองคนนั้นคุยอะไรกันแต่เช้า? อย่าบอกนะว่าคุยเรื่องหมอดูวิญญาณอีกแล้วนะ ฮิฮิ”
กิ๊บหน้าแดง “ไม่ใช่หมอดู! เขาแค่… เอ่อ… ทำนายได้เก่งมาก ฉันไม่ได้เชื่อทั้งหมดนะ!”
พี่ป๋อมทำหน้ากรุ้มกริ่ม “เอ้า! ไปลองมั้ยล่ะ ฉันชอบนะ เรื่องแบบนี้ เพิ่มสีสันชีวิตดี”
ไข่เจียวคิดในใจว่า เธอเองไม่อยากมีสีสันเพิ่มเพราะตอนนี้ชีวิตเธอเหมือนภาพวาดลายพร้อยพลาด ๆ อยู่แล้ว แต่พอเห็นทั้งซอยเริ่มคุยกันถึงเรื่องนี้ ทั้งที่ยังไม่มีใครเชื่อเต็มตัว ก็อดอยากรู้สึกสนุกไม่ได้
จังหวะเดียวกันนั้น โอ๊ต เพื่อนบ้านมาดเงียบ แต่เป็นคนน้ำตาตื้น แวะมายืนหน้าบ้าน กอดหมาแสนรักประคองไว้แน่น ถามช้า ๆ ว่า “พูดกันเรื่องหมอดูไก่ทอดใช่ไหม? เขาว่าเขาเห็นอดีตชาติหมาบ๊อบของผมเป็นขี้เกียจสุด ๆ จริงเหรอ?”
ไข่เจียวกับกิ๊บสบตากันอย่างระอา แล้วหลุดหัวเราะเล็ก ๆ ก่อนสงบอารมณ์แล้วเชิญโอ๊ตเข้าร่วมวงประชุมข้างรั้วที่ตั้งขึ้นเองทันที
แต่ละคนมีเป้าหมายของตัวเอง กิ๊บอยากพิสูจน์ว่าหมอดูไก่ทอดทายเก่งจริงหรือไม่ ไข่เจียวต้องปกป้องชุมชนจากอะไรก็ตามที่เธอจินตนาการว่าคืออันตราย พี่ป๋อมหวังจะได้รับความสนุกประจำวัน ส่วนโอ๊ตก็แค่อยากหมาบ๊อบมีอดีตชาติที่น่าภาคภูมิใจ ไม่ใช่ขี้เกียจเหมือนตัวเขา
หลังโต้เถียงสั้น ๆ กลุ่มก็ลงมติอย่างแปลกประหลาดว่าจะต้องจัดประชุมสมาคมผู้มีญาณพิเศษซอยบ้านใหม่ขึ้นภายในวันนี้ ไข่เจียวรับบทประธานโดยพี่ป๋อมเสนอโดยไม่ถามเจ้าตัว ส่วนโอ๊ตช่วยจดบันทึก แต่ลืมหยิบสมุดมาเพราะมัวแต่เกาคางหมาบ๊อบ
ฉากต่อมา ห้องประชุมคือศาลาหน้าซอย ไข่เจียวกระตือรือร้นจัดโต๊ะอย่างเป๊ะ กิ๊บเตรียมขนม พี่ป๋อมนำขนมกล่องมาเสริม ทุกอย่างดูจริงจังเกินเหตุ
ระหว่างเริ่มประชุม กิ๊บเสนอออกไปทดสอบหมอดูไก่ทอดโดยแสร้งเป็นคนละคนเพื่อปั่นหัว แต่ไข่เจียวไม่เห็นด้วย กลัวความวุ่นวายจะย้อนกลับมาซอย พี่ป๋อมเห็นว่าถ้าไม่ทำอะไรซ่า ๆ แบบนี้ ชีวิตจะน่าเบื่อจนนอนไม่หลับ ส่วนโอ๊ตเสนอแบ่งหน้าที่ต้อนรับ – จริง ๆ คือเขินทุกคนเลยขอดูแลหมาบ๊อบในมุมตัวเอง
บทสนทนาแปรเปลี่ยนเป็นการเถียงตามสไตล์ ซ้อนด้วยจังหวะเงียบ ๆ ที่แต่ละคนคิดเองในใจ ไข่เจียวพูดเสียงต่ำ “ที่เราทำอยู่นี่มัน…แปลงร่างซอยเราเป็นสมาคมคนเห็นผีไปหรือเปล่า” พี่ป๋อมเย้าว่า “เอาน่ะ คนเห็นผีก็มีสังคมต้องการเหมือนกันนะ”
ในขณะเดียวกัน เด็ก ๆ ในซอยแอบแซวกันเองว่า สมาคมนี้คงมีแฟนคลับมากมาย แถมมีคำลือว่าคืนวันเสาร์จะมีการทดลองเรียกวิญญาณกลางสวนหย่อม เล่นเอาโอ๊ตหน้าซีดจับหมาแน่นขึ้นไปอีก
ไข่เจียวรู้สึกกระสับกระส่ายมากขึ้น ยิ่งเดินไปรอบซอยเจอข้อความในกลุ่มไลน์ว่า “ประธานสมาคมญาณพิเศษจะประกาศข่าวใหญ่เย็นนี้” เธอยิ่งเครียด สงสัยว่าใครมันกล้าสุ่มข่าวนี้ออกไป
ความวุ่นวายเริ่มบานปลายเมื่อคนในซอยเริ่มมาถามกันเองว่า สมาคมนี้สมัครอย่างไร ใครเป็นกรรมการ และขอดู “การทดสอบทักษะญาณพิเศษ” กันใหญ่ กิ๊บเริ่มสนุกจนเผลอกุข่าวว่าหมาบ๊อบสามารถสื่อสารผ่านกระแสจิต พี่ป๋อมเอาข้าวกล่องมาแจกคนที่ตั้งใจจะแชร์ประสบการณ์เรื่องลึกลับในบ้าน ส่วนโอ๊ตต้องตอบทุกคนว่า “หมาบ๊อบแค่หิว ไม่ได้สื่อสารอะไร” ซ้ำ ๆ ไปสิบรอบ
เย็นวันนั้น มีการนัดรวมกลุ่มหน้าศาลาอีกครั้ง คนในซอยทยอยกันมานั่งบนเก้าอี้พลาสติกสมทบ ทุกคนอยากรู้คำตอบเรื่องญาณทิพย์ ไข่เจียวถอนหายใจยาวเป็นสิบวินาที แต่สุดท้ายก็ขึ้นเวทีอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ พร้อมไมค์ด้ามเดียว
พอไข่เจียวเริ่มจะพูด กิ๊บแกล้งตะโกนขัด “อย่าบอกนะว่าแกจะโชว์พลังจิตต่อหน้าทุกคน!” ทุกมุมมองหันควับมา ไข่เจียวพูดตะกุกตะกัก “เอ่อ…จะบอกว่า พลังจิตที่แท้จริงคือ ใจที่ดี แล้วก็… เอ่อ…”
พี่ป๋อมรีบเสริมสีหน้าเบิกบาน “ใช่ค่ะ! อย่างพี่ เจียวไข่สุดอร่อยได้เพราะใจว่างเปล่าไงคะ ฮ่า ๆ ๆ!” เสียงเฮกันกลบความเขินของไข่เจียว ก่อนที่โอ๊ตจะพูดขึ้นช้า ๆ “ผมขอ…ประกาศว่า หมาบ๊อบรับสมัครสมาชิกรับขนมฟรีครับ…ขอแค่เกาคางให้ถูกจังหวะ”
เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วซอย บรรยากาศตลกและผ่อนคลาย ระหว่างนั้นเด็ก ๆ วิ่งเข้ามาล้อมหมาบ๊อบ พร้อมเสียงกระซิบว่า “คืนนี้ต้องมีเรียกวิญญาณใช่ไหม?” กิ๊บกระตุกแขนไข่เจียวกระซิบ “เอาไงดี เริ่มกลัวเองแล้วเนี่ย”
ไข่เจียวส่ายหน้า ยิ้มอ่อนโยน พูดเสียงเบา “แกคิดไปเองหมดเลยนะ ทุกอย่างบรรลัยเพราะเราคิดเยอะเกินจริงหรือเปล่าเนี่ย”
แต่พี่ป๋อมกลับหัวเราะเสียงดัง “ไม่หรอกลูก เธอทำให้ทุกคนในซอยพูดคุยถึงกันมากขึ้นต่างหาก ไม่งั้นก็ยังแยกย้ายไม่รู้จักชื่อบ้านข้าง ๆ อยู่ดี ชีวิตก็ต้องมีความวุ่นวายบ้าง มันถึงจะมีรสชาติ”
กิ๊บหันมาเริ่มยิ้มกลายเป็นขำ เพื่อนบ้านที่เคยเงียบขรึมตอนแรกเริ่มหัวเราะกับเรื่องเล็ก ๆ ชวนคุยกันได้มากขึ้น
ไข่เจียวมองทุกคนรอบตัวแล้วถอนหายใจโล่งอก ในใจคิดว่า บางทีโลกของเธอที่คิดมากเกินไป อาจเหมาะกับซอยวุ่นวายนี้ก็ได้
แสงเย็นเฉียงผ่านรั้วไม้ แม่ของไข่เจียวออกมาถือจานเข้ามา “ไข่ วันนี้แม่ทำไข่เจียวไว้เยอะหน่อยนะ ลูกจะเอาแจกสมาชิกสมาคมไหมลูก?” ทั้งซอยหัวเราะลั่น ไข่เจียวถึงกับยิ้มเขิน “งั้นขอเป็นประธานไข่เจียวดีกว่า แข่งกับทำนายไก่ทอด!”
เสียงกิ๊บแกล้งตะโกนปิด “แกอย่าทำนายว่าฉันจะอกหักอีกนะ!”
เสียงหัวเราะก้องซอย ท่ามกลางสมาคมผู้ไม่มีญาณพิเศษแต่เต็มไปด้วยความสุข โดยไม่มีใครทำนายถูกว่าจะมีเรื่องวุ่นวายอะไรใหม่ ๆ ในสัปดาห์หน้า