ระหว่างกาแฟกับตะวันเช้า
แสงแดดเบาบางที่ลอดผ้าม่านผ่านเข้ามาในร้าน เสียงเครื่องบดกาแฟผสมกลิ่นหอมกรุ่นอบอวลอยู่ในเช้าอันคึกคัก ม่านดาวยืนหลังเคาน์เตอร์ มือกุมผ้ากันเปื้อนแน่น พลางแอบชำเลืองไปยังประตูหน้าร้านเป็นระยะ เธอทำเหมือนกำลังเช็คบัญชี แต่จริง ๆ แล้วใจเธอจดจ่อกับเสียงกระดิ่งเล็ก ๆ ที่จะดังขึ้นในอีกไม่กี่วินาที
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงกระดิ่งดังกรุ๊งกริ๊งอย่างคุ้นหู อาร์มเดินเข้าร้านด้วยท่วงท่าเร่งรีบ เอกสารหนีบไว้ในแขน เสื้อเชิ้ตขาวพับแขน และแว่นสายตาทรงวินเทจ เขายกมือไหว้ม่านดาวแบบลวก ๆ ก่อนพึมพำเสียงอู้อี้ “กาแฟดำ ไม่หวาน แก้วเดิมครับ ม่านดาว”
ม่านดาวชะงักเล็กน้อยที่เขายังจำชื่อเธอได้ หลังจากที่มาเป็นขาประจำเกือบสามเดือนแล้ว เธอหัวเราะแห้ง ๆ “รับอะไรอย่างอื่นเพิ่มไหมคะ หรือจะลองเมนูใหม่ชื่อ ‘ตะวันเช้า’ ของร้านดูมั้ยคะ”
อาร์มยิ้มจาง ๆ ส่ายหน้า “ถูกเวลาเป๊ะเลยนะ กาแฟของคุณเหมือนนาฬิกาปลุกมากกว่าที่บ้านอีก”
ม่านดาวหน้าแดง ไม่กล้ามองตา รีบหันหลังไปเตรียมเมล็ดกาแฟ เสียงเครื่องชงทำลายความเงียบชั่วขณะ ดวงตาเธอเหลือบมองแผ่นหลังเขาที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์ มีนา พนักงานเสิร์ฟ เดินเข้ามาแซวเบา ๆ ใกล้หู “วันนี้กะจะบอกความลับหรือยัง ดาว”
ม่านดาวขมวดคิ้วถอนหายใจ “อย่ามายุ่งน่า เดี๋ยวก็รู้เองถ้าฉันแสดงพิรุธอะไรเกินไป” มือเธอสั่นขณะเทกาแฟ สุดท้ายมันหกเลอะแก้วอย่างไม่น่าให้อภัย
เสียงกาแฟหยดกระเซ็นดังขึ้น อาร์มหันมามองเล็กน้อย ชายหนุ่มยิ้มขำ ๆ “ไม่เป็นไรครับ ช่วงเช้าใครก็เบลอได้เหมือนกัน”
ม่านดาวรีบเช็ดแก้วใหม่ หัวใจเต้นรัวควบคู่กับเสียงช้อนกระทบขอบถ้วย เธอมองตาเขา “ขอโทษนะคะ เดี๋ยวขอทำใหม่”
“ผมไม่เร่งหรอกครับ ว่าแต่… กลิ่นมันหอมแปลกกว่าปกตินะวันนี้” เขาก้มมองเมนู ‘ตะวันเช้า’ ที่หน้าเคาน์เตอร์ เสียงอู้อี้เหมือนกลัวว่าม่านดาวจะจับได้ว่าเขากำลังอยากลองสูตรใหม่อยู่เหมือนกัน
ม่านดาววางแก้วใหม่ตรงหน้า มือยังสั่นเล็กน้อย “ลองไหมคะ? เป็นกาแฟผสมกลิ่นส้ม อุ่น ๆ นิดหน่อย จะได้รู้สึกว่าเช้าไม่ได้วุ่นวายจนเกินไป”
อาร์มทำท่าเหมือนลังเล สุดท้ายก็รับไว้ “งั้น… เอ่อ ขอเป็นตะวันเช้าละกันครับ เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง วันนี้ลองอะไรใหม่ ๆ ดีกว่าเนอะ”
เพียงแค่ถ้วยกาแฟเปลี่ยนเมนู เช้าธรรมดาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป ม่านดาวแอบยิ้มพลางค่อย ๆ เลิกหวาดกลัวในใจ ส่วนอาร์มก็ดูเหมือนว่าเสียงหัวใจตัวเองจะดังกว่ารถที่วิ่งผ่านหน้าร้านชั่วขณะ
ลูกค้าคนอื่นเริ่มทยอยเข้ามา เสียงพูดคุยจ้อกแจ้ก ม่านดาวปล่อยให้น้องพนักงานช่วยจัดการ ช่วงสายเงียบลง ม่านดาวใช้เวลานั้นนั่งตรงข้ามกับอาร์มที่ยังวุ่นอยู่กับแบบอาคาร เธอมองกระดาษที่เขาขีดเขียนอย่างจริงจัง
“วาดอะไรอยู่เหรอ?” เธอถาม เสียงเบาจนแทบกลืนไปกับเสียงดนตรีแจ๊สเบา ๆ ในร้าน
อาร์มหยุดมือชั่วครู่ มุมปากยิ้ม “วาดคาเฟ่ครับ กำลังคิดออกแบบโครงการใหม่ มีโจทย์ห้องสมุดกับคาเฟ่รวมกัน ต้องให้อุ่นใจคนทุกวัย”
“อยากเห็นจัง” เธอขยับเข้าใกล้ “ขอดูก็ได้เหรอ”
อาร์มส่งกระดาษให้โดยไม่พูดอะไร ม่านดาวเห็นลายเส้นเรียบง่าย แต่มีรูปเก้าอี้ไม้หน้าประตู ร้านกาแฟกับต้นไม้ ถ้วยกาแฟวางริมหน้าต่างเหมือนร้านของเธอไม่มีผิด
เธออมยิ้ม “มันดูอบอุ่นนะ นั่งแล้วไม่อยากลุกเลย”
เขามองตาเธอครู่หนึ่ง “คุณชอบร้านตัวเองไหม?”
เธอถอนหายใจเบา ๆ “บางวันก็รู้สึกเหนื่อยจนอยากขายทิ้งไปเหมือนกัน แต่บางวันแค่เห็นแสงเช้าผ่านหน้าต่าง ก็รู้สึกว่าไม่เสียใจที่ไม่ยอมแพ้”
เงียบครู่หนึ่ง อาร์มพูดอย่างลังเล “แล้ว… ถ้ามีโอกาสได้ทำอะไรใหม่ ๆ คุณจะไปไหม?”
ม่านดาวเอนหลังพิงเก้าอี้ ถอนหายใจอีกครั้ง “อยากนะ บางทีก็อยากหนีไปจากอะไรเดิม ๆ แต่กลัว… กลัวเริ่มใหม่แล้วล้มเหลวเหมือนเมื่อก่อน”
อาร์มอมยิ้มบ้าง “ผมก็กลัวนะ กลัวตั้งแต่คิดลาออกจากบริษัทมาเป็นสถาปนิกอิสระ ทุกคนบอกว่าทำไม่ได้… ผมเงียบไปปีหนึ่ง ไม่กล้าทำสักที”
ม่านดาวพยักหน้า พวกเขานั่งเงียบคล้ายคนไม่ถนัดเปิดใจ แต่แววตาทั้งคู่กลับเต็มไปด้วยความเข้าใจ
วันถัดมา ฝนตกพรำ ม่านดาวมองดูหยดน้ำเกาะกระจก เธอยืนใต้ชายคา อาร์มเข้ามายืนใกล้โดยไม่พูดจา เขาส่งร่มสีฟ้าให้ “กลับบ้านยังไง ฝนหนักขนาดนี้?”
ม่านดาวหัวเราะแผ่วเบา “รอฝนหยุด เผื่อจะมีลูกค้าคนสุดท้ายมาอุดหนุนก่อนปิดร้าน”
อาร์มหยิบมือถือขึ้นมากดอะไรบางอย่าง ครู่หนึ่งก็หันมา “ผมไม่ใช่ลูกค้าคนสุดท้ายหรอก แต่บางทีอาจจะเป็นคนนั่งรอจนร้านปิดบ่อยสุด”
ม่านดาวมองหน้าเขาแบบแปลกใจ “แล้ว… ฝนแบบนี้ อาร์มไม่รีบกลับบ้านเหรอ?”
เขายิ้มอ่อน “บ้านผมอยู่นู่น” เขาชี้ไปยังตึกไกลลิบ “แต่ช่วงนี้… บ้านหลังใหญ่เลยเหมือนหายใจติดขัด มาที่นี่เลยรู้สึกดีขึ้นทุกครั้ง”
ม่านดาวนั่งบนม้านั่งหน้าร้าน ฟังเสียงฝน อาร์มนั่งข้าง ๆ เงียบ ๆ เสียงหัวใจเต้นจังหวะเดียวกับเสียงหยดน้ำ
ระหว่างความเงียบ ม่านดาวพูดเบา ๆ “ฉันไม่ค่อยมั่นใจเวลาต้องอยู่กับใครนาน ๆ กลัวเขารำคาญนิสัยเปิ่น ๆ ของฉัน”
อาร์มหัวเราะช้า ๆ “ผมเป็นคนพูดไม่เก่ง เรื่องอึดอัดเงียบ ๆ นี่คือสเปเชียลลิตี้เลย”
คืนนั้นทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันอีก แค่ฟังเสียงฝนแล้วต่างคนต่างยิ้มให้ตัวเอง เมื่อฝนซา ม่านดาวลุกขึ้นอำลา อาร์มเปิดร่มให้เดินกลับบ้าน แม้เส้นทางในเมืองจะเปียกชื้น แต่หัวใจทั้งสองกลับอุ่นขึ้นทุกครั้งที่ฝนตก
หลายวันถัดมา กิจวัตรการชงกาแฟและการรอคอยเริ่มกลายเป็นความคุ้นชิน อาร์มแสร้งทำเป็นลืมของไว้บ้าง เพื่อกลับมารับ เธอทำเป็นไม่รู้ว่ากำลังถูกแกล้ง ทว่าทั้งคู่ก็ยังไม่ข้ามเส้นระหว่างความสัมพันธ์
วันหนึ่ง มีนาพูดขึ้นขณะช่วยม่านดาวเช็ดโต๊ะ “เธอจะรอไปถึงเมื่อไร ดาว? หรือจริง ๆ ใจแข็งไม่น้อยหน้าเขาเลย”
ม่านดาวลังเล สารภาพด้วยเสียงพร่า “บางทีมันก็ควรตัดใจ… อาร์มคงเห็นเราเป็นแค่เจ้าของร้าน กับลูกค้าขาจร… เขามีโลกของเขาที่ฉันไปไม่ถึง”
ความรู้สึกเริ่มห่างขึ้นทีละน้อย หลังจากวันนั้นอาร์มไม่มาอีกเกือบสัปดาห์ หน้าร้านเหมือนโปร่งโล่งเป็นพิเศษ
เย็นวันหนึ่ง อาร์มแวะมารับของที่ฝากไว้ ท่าทีรีบร้อน หัวใจม่านดาวเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอถามโดยไม่คิด “ไปไหนมาคะ หายไปหลายวัน”
เขาตอบสั้น ๆ “ไปดูไซต์งานที่ต่างจังหวัดมา… มีโอกาสจะได้ไปประจำ”
ม่านดาวใจหายวาบ “แล้ว… อาร์มจะย้ายเลยเหรอ?”
อาร์มนิ่ง ไม่ตอบแว้บหนึ่ง ขยับถุงของในมือ “ยังไม่แน่ใจครับ แต่… บางทีมันก็ถึงเวลาลองเลือกทางใหม่”
เงียบอยู่นาน ม่านดาวจ้องถ้วยกาแฟบนโต๊ะ เธอพูดเบา ๆ “บางที…กาแฟร้านนี้คงไม่เข้มข้นพอจะทำให้คนอยู่ต่อได้สินะ”
อาร์มยิ้มเศร้า “ผมไม่ได้เลือกเพราะกาแฟนะ แต่ถ้ามีบางคนสั่งให้ผมอยู่… บางทีผมก็อยากทำตรงนั้น”
ม่านดาวเงียบ มือนิ้วพันกันแน่น สุดท้ายอาร์มหยิบกระดาษออกแบบร้านที่เธอเคยชมมาวางบนโต๊ะ “เก็บไว้ดูนะ เผื่อวันไหนคิดถึง” เขาหันหลังเดินออกจากร้าน ม่านดาวมองแผ่นหลังเขา น้ำตาเอ่อขอบตาโดยไม่รู้ตัว
หลังจากวันนั้นความว่างเปล่าปกคลุมหัวใจม่านดาว เธอทุ่มเททำงานมากขึ้น พยายามลืมความรู้สึกแต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทุกครั้งที่แสงเช้าส่องกระจก เธอจะหยิบกระดาษออกแบบนั้นขึ้นมาดู น้ำตาก็กลั่นออกมาเงียบ ๆ
หลายเดือนผ่านไป คาเฟ่เงียบลงเพราะเศรษฐกิจ ฝนตกอีกครั้งหนึ่งในเช้าเงียบเหงา มีเสียงกระดิ่งประตูดังขึ้น ม่านดาวชะงัก เงยหน้าขึ้นเห็นอาร์มเดินเข้ามา เขาดูซูบผอมกว่าเดิม รอยยิ้มคล้ายเหนื่อยล้าแต่ยังอบอุ่นเช่นเคย
“กลับมาแล้วเหรอ?” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว
อาร์มพยักหน้า “คิดถึงกาแฟตะวันเช้า คิดถึงเสียงเครื่องบดกาแฟ… คิดถึงเจ้าของร้าน”
ม่านดาวพยายามกลั้นน้ำตาไว้ อาร์มยื่นซองกระดาษบางอย่างมาให้ “ผมเขียนจดหมายถึงคุณ… ที่ไซต์งานมันเหงา เลยมีเวลาทบทวนว่าจริง ๆ แล้วกลัวอะไรที่สุด”
เธอกวาดสายตามองซองจดหมายนั้น ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย “แล้ว… เจอคำตอบไหม?”
อาร์มหัวเราะเบา ๆ “ผมกลัวไม่มีใครรอฟังเสียงตอนเช้า กลัวว่ากลับมาแล้วจะแกล้งลืมถ้วยกาแฟไม่ได้ กลัวบ้านไม่มีแสงแดดอุ่น ๆ”
ม่านดาวยิ้มทั้งน้ำตา “ดีกันไหมคะ กัลยาณมิตรกาแฟ”
เขาพยักหน้ารับ หยิบเมนู ‘ตะวันเช้า’ กลับไปนั่งโต๊ะประจำ ทุกเช้าหลังจากนั้นร้านกาแฟเล็ก ๆ แห่งนี้มีกระดิ่งดังอย่างคุ้นหู ม่านดาวกับอาร์มพูดกันมากขึ้น หัวเราะมากขึ้น แม้ยังไม่มีใครสารภาพรักออกมาตรง ๆ
แต่ระยะห่างระหว่างกาแฟสองถ้วย กลายเป็นระยะใกล้ใจสองคนที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกันในแสงตะวันเช้า