ซอยสนุก (แต่ซวยซ้ำ): เพื่อนบ้านใหม่ป่วน
เสียงดังโวยวายแข่งกับหมาแถวนั้น เมื่อภูผา จับกล่องของหนักแน่นเดินลากเข้าซอยซึ่งดูเงียบสงบ ถ้าไม่ติดว่าอีกข้างของถนนมีรถเข็นขายขนมจีนที่แม่ค้าสับเสียงกับคุณลุงปั่นรถเต่า slow motion แบบไม่ยอมหลบให้กันตั้งแต่เช้า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ภูผาหรี่ตา พยายามคิดว่าการย้ายบ้านครั้งนี้เขาจะเก็บตัวเยอะ ๆ ไม่ให้ใครยุ่ง จริงจังกับงานใหม่ ตั้งใจจะไม่สุงสิงกับใครทั้งนั้น แต่ทันทีที่แกะกล่องพอได้กลิ่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ชายวัยสามสิบต้น ๆ ก็ต้องหยุด เมื่อได้ยินเสียงดังเปรี้ยงหน้าบ้านตัวเอง
“เฮ้ย! ของใครหว่า ทำไมรถมอเตอร์ไซค์ใครมาขวางประตูบ้านเราได้ล่ะเนี่ย” ภูผาปรี่ไปดูด้วยสายตากังวล
หญิงสาวคนหนึ่ง หน้าตาแข็ง ๆ ผมสั้นลุคมั่นใจ หอบไม้ถูบ้านกับถุงขยะเดินออกมา “ของพี่ชินค่ะ เค้าชอบลืมกุญแจบ้าน วางรถตรงนี้ประจำ เดี๋ยวตะโกนไปหาเค้าก็มา”
ภูผาอ้ำอึ้ง ไม่กล้าจะเรียกเสียงดัง กลัวเพื่อนบ้านคิดว่าเพิ่งย้ายมาก็หาเรื่องแล้ว แต่ก่อนจะทำอะไร ประตูบ้านฝั่งตรงข้ามก็เปิดออก เสียงชายวัยกลางคนทุ่มนุ่มลอยมา
“เฮ้ย! รบกวนน้องใหม่ก่อนเลยเหรอ ขอโทษแทนชิน ทีไรมันตื่นสายได้เรื่องทุกที”
หญิงสาวยิ้มหน้าเฉย ๆ ไม่ใช่คนขี้เล่นแต่ก็ใจดี “ชื่อแพรวอยู่นี่ค่ะ ถ้าอยากยืมอะไรบ้านนี้มีครบเว้นตู้เย็นที่เสียอยู่ ซ่อมทีไรพังทุกที”
ภูผาครางในใจ ตกลงย่านนี้ทุกคนพูดเยอะหรือเขาคิดมากไปเอง แต่ยังไม่ทันรู้จักชื่อพี่ชินที่นอนอยู่ไหน เสียงตะโกนดังจากท้ายซอย “แก๊งซอยสิบบ้านใหม่มาแล้วทุกคน!”
ความวุ่นวายเริ่มต้นตั้งแต่กล่องข้าวกล่องแรกที่หล่นหน้าบ้าน เพราะทุกคนต่างเข้าใจว่าภูผาจะเปิดร้านอาหาร ทั้งที่เขาแค่ยกบะหมี่สำเร็จรูปขึ้นห้องไว้กินคนเดียว
ช่วงค่ำทุกบ้านจ้องภูผาเป็นตาเดียว เมื่อเห็นว่าเขากำลังเทน้ำซุปออกหน้าบ้าน แพรวเดินไปกระซิบ “น้องใหม่จะเลี้ยงหมาเหรอ ซอยนี้หมาเยอะ ระวังมันแฝงกลิ่นไปบ้านทุกคนนะ”
ภูผายึกยัก ไม่กล้าตอบว่าคิดจะเทน้ำทิ้งเพราะขี้เกียจล้างห้องน้ำ แพรวเข้าใจว่าหมาใหม่ของภูผายังหลบอยู่จึงแจ้งข่าวไปทั่วซอย ‘บ้านใหม่เลี้ยงหมา!’
เช้าต่อมา ซอยทั้งซอยแทบกลายร่างเป็นวิลล่าสปา เพราะมีคนตั้งโต๊ะถวายของให้หมาเจ้าบ้านใหม่มาเห็นหน้าที ขอแสดงความยินดีปนถามชื่อหมา
“หมาไม่อยู่ในบ้านผมหรอกครับ” ภูผาอ้ำอึ้ง ให้ตายเถอะ… ไม่กล้าบอกว่าตัวเองไม่มีหมา
แพรวมองภูผาแบบครุ่นคิด “หรือจริง ๆ หมามันยักษ์มาก ใครเข้าบ้านไม่ได้ใช่มั้ย?”
ภูผาตอบไปแบบคนขี้เกรงใจ “ก็… ตัวใหญ่พิเศษจริง ๆ ครับ แต่เชื่องนะ”
ข่าวแพร่กระจาย บ้านข้าง ๆ เอาโครงไก่มาแขวนหน้ารั้ว วันนั้นภูผาหันมาเจอถาดไก่สดกองโตตรงประตู พี่ชินเจ้าของมอเตอร์ไซค์ที่ได้ยินแต่เสียงเดินลากรองเท้ารีบโผล่หัวออกมา “ฝากบอกหมาบ้านนายระวังไก่ด้วยนะ หมู่วานนี้มีแม่ไก่หายไปหนึ่งตัว”
ภูผาเริ่มกังวลว่าความเข้าใจผิดจะจบยังไง แต่ยิ่งนานวัน ความวุ่นวายเรื่องหมาใหญ่ยักษ์ยิ่งลุกลาม มีเด็กถือป้ายวาดรูปหมาขนฟู ติดรอบบ้าน
ค่ำหนึ่ง ขณะภูผานั่งกินบะหมี่อย่างเงียบ ๆ มีเสียงเคาะหน้าต่างเบา ๆ “ขอโทษนะ ขอถ่ายรูปลานหน้าบ้านไปลงกลุ่มซอยได้มั้ย อยากให้ทุกคนเห็นว่าหมาใหญ่ใจดีจริงมั้ย?” เด็กมัธยมตี๋ ๆ ที่ชื่อกันต์ดูอยากรู้อยากเห็นเป็นพิเศษ
“ไม่มีหมา ไม่ได้เลี้ยงเลย…” ภูผาพูดไม่ทันจบ กันต์สวนทันที “ไม่ต้องซึม! บางทีหมากลัวคน แต่อยู่กับเจ้าของอาจน่ารักกว่าหมาเจ้าอื่นไง!”
ภูผาถอนหายใจ นี่เขาจะกลายเป็นเจ้าของหมาชั้นนำของชุมชนไปแล้วหรือไง
วันต่อมาคุณสายสมร แม่ค้าขนมจีนเบอร์หนึ่งของซอย ทำกับข้าวมาแบ่ง “ฝากให้หมานายด้วย! อย่าให้มันมาแย่งขนมจีนนะ”
ทีมแก๊งเด็กเล็ก ๆ วิ่งเล่นพร้อมเสียงดนตรีจากทรัมเป็ตเก่า ๆ ของกันต์ โวยวาย “จะจัดงานวันเกิดหมาใหญ่!”
ภูผาเริ่มหัวหมุนว่าจะจบปัญหานี้ยังไงดี แอบไปซื้อตุ๊กตาหมามาแอบตั้งไว้หน้าบ้านตอนดึก หวังตัดปัญหาให้คนเลิกถามสักที
รุ่งเช้า เด็ก ๆ มารุมล้อมหน้าบ้าน จ้องตุ๊กตาหมาขนฟูที่ภูผาตั้งไว้ กันต์หยิบมือถือถ่ายรูปแล้วตะโกน “หมาใหญ่ใจดีจริง ๆ ด้วย!” เด็ก ๆ หัวเราะ ภูผารู้สึกโล่งอก
แต่พอคุณสายสมร ขนมจีนแม่ค้าปราดเข้ามา จ้องดูตุ๊กตาแล้วหรี่ตา “นาย…ให้กินกับข้าวคนนี้จริง ๆ เหรอ?”
ภูผาบอก “จริง ๆ แล้ว…” ยังไม่ทันจบ เด็ก ๆ พูดแทรก “หมาของลุงเขาไม่ชอบออกหน้าบ้านหรอก เจอแต่ยิ้มทุกที”
ภูผาทำหน้าเหวอ นี่คือแผนที่ทำให้ทุกคนเข้าใจว่ามีหมาแทนที่จะถามซ้ำใช่มั้ย?
เวลาผ่านไปทั้งซอยรวมตัวกัน “ถ้ามีหมาใหญ่จริง เราขอจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้ ซอยเราไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงหายากขนาดนี้!”
ภูผาพยายามอธิบายแต่ทุกคนเดินหน้าเตรียมงาน คุณสายสมรร้อง “บอกเลยนะ หมานายดังแน่ เฟซกลุ่มซอยต้องยอดวิวพุ่ง!”
ภูผาคิดในใจ ตกลงเขากลายเป็นฮีโร่หมาขนฟูไปเสียแล้วหรือ
เมื่อถึงวันงาน เด็ก ๆ และชาวซอยช่วยกันแต่งซุ้มดอกไม้ของขวัญมหาศาล ซอยเล็ก ๆ กลายเป็นเวทีขนาดย่อย
แพรวมาหา “ถ้าหมาไม่ปรากฎตัวคราวนี้ ฉันต้องหักคะแนนความนิยมในซอยนะ!” เธอพูดหน้าจริงจัง
ภูผาตอบเสียงแผ่ว “ถ้าไม่มีหมาจริง ๆ ล่ะ…”
แพรวยักไหล่ “ก็ไปหยิบตุ๊กตามาแทน เซฟหน้าคนใหม่เดี๋ยวนี้ ยิ่งทำอะไรประหลาด ๆ คนยิ่งรัก”
ภูผาใจแป้วแต่พยักหน้ารับ ถอนหายใจยาว
ถึงเวลาเฉลิมฉลอง เด็ก ๆ แห่มาเต็ม ภูผาอุ้มตุ๊กตาหมาออกมา ทุกคนร้องตะโกนดีใจ “หมาใหญ่ใจดี๊ดี!”
พี่ชินเจ้าของมอเตอร์ไซค์หายตัวไปนานโผล่มาพร้อมขนมหวาน “ถึงหมาไม่ใช่ของจริง แต่ก็ดีที่ซอยเราได้เจอกัน ขอปิดตำนานหมายักษ์ซะที!” ทุกคนหัวเราะ
ภูผาอดขำไม่ได้ กลายเป็นว่าความเข้าใจผิดกลายเป็นเรื่องสนุกที่ทำให้เขารู้สึกมีบ้านหลังใหม่อย่างแท้จริง
แพรวกระซิบเบา ๆ “จะซื้อตู้เย็นใหม่มั้ย เดี๋ยวไปช่วยหามือสองให้ฟรี!” ภูผาตอบด้วยเสียงหัวเราะ “แต่ต้องสัญญาว่าคราวนี้จะไม่มีข่าวลือเรื่องสัตว์เลี้ยงอะไรเพิ่มนะ!”
ทุกคนฮาพร้อมกัน เป็นอันจบวันวุ่น ๆ ด้วยรอยยิ้มและตั้งคำถามว่าคราวหน้าซอยจะป่วนกันเรื่องอะไรอีก