แผนซวยชวนเปลี่ยนชื่อ
เสียงนาฬิกาปลุกกระชากความสงบในเช้าวันจันทร์ คณินกระเด้งจากเตียง พลางควานหาโทรศัพท์ เสียงแม่ตะโกนเรียกว่าข้าวเช้าเย็นหมดแล้ว ด้วยหน้าตาสะลึมสะลือเขาหยิบเสื้อกลับด้านมาใส่แล้วเดินออกจากห้อง แต่ทันทีที่ก้าวเหยียบประตูห้องน้ำ เท้าก็ลื่นไปติดของเล่นแมว เหวี่ยงตัวเองพิงประตูอย่างงุนงง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“มันเป็นลางอีกละ…” คณินสบถกับตัวเอง พึมพำเบาๆ ก่อนเดินลงไปตรงโต๊ะอาหาร นักรบรออยู่ก่อนแล้ว กำลังตักแกงจืดพลางเหลือบตามามอง
“หน้ามึงเหมือนแมวข่วนเมื่อคืน หรือยังไม่ได้ล้างหน้า?” นักรบถามด้วยเสียงนิ่งแต่ดูมีแววขำลึกๆ
“กู… เอ่อ กูว่าชีวิตมันซวยเพราะชื่อกูแหละ เปลี่ยนชื่อดีมั้ย?” คณินพูดจริงจังเกินกว่าเรื่องชีวิตประจำวัน
นักรบวางช้อนจ้อง “เปลี่ยนชื่อ? ชื่อคณินนี่ซวยขนาดนั้นเหรอ?”
คณินถอนหายใจ “มึงไม่เห็นเหรอ ตั้งแต่ตอนม.2 โดนหวัดใหญ่จนพลาดแข่งขัน ตั้งแต่นั้นมีแต่เรื่อง กล่องนมระเบิดในกระเป๋า โดนเรียกผิดชื่ออีก จนวันนี้เท้าก็เหยียบของแมว!”
นักรบสะบัดหน้าเบาๆ “งั้นมึงว่าเปลี่ยนชื่อปุ๊บบุญมาแบบร่างทรงเลยเหรอ?”
“เออ! หรือมึงมีแผนอื่น!”
ทั้งสองสบตากัน นักรบจำใจพยักหน้า ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าเหตุผลของคณินฟังดูสมเหตุสมผลแค่ไหน
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คณินรีบรับ สายจากจอม เพื่อนอีกคนที่ชอบตั้งคำถามแบบมาเร็วไปเร็ว “คณิน มึงจะไปโรงเรียนมั้ย วันนี้ครูฮวดบอกจะสุ่มเรียกไปตอบหน้าห้องนะเว้ย!”
คณินกัดฟัน “นี่ชีวิตยังคิดจะซวยกูอีกเหรอ!”
หลังจบมื้อเช้า ทั้งคณินและนักรบบึ่งรถจักรยานยนต์ออกจากบ้าน ถนนหน้าบ้านเต็มไปด้วยหมา แมว และคุณยายที่กวาดใบไม้ นักรบต้องหยุดรถกะทันหันเพราะแมวดำวิ่งตัดหน้า คณินเบะปาก “ลางอีกแล้ว!”
ณ ห้องเรียน ครูฮวดเดินเข้ามาพร้อมสมุดเล่มใหญ่ “คณิน! ตอบโจทย์ข้อนี้หน่อย”
คณินลุก แต่ดินสอหล่นพลุงพลัง กระดาษชีทปลิวว่อน นักรบกระซิบเบาๆ “นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ประกาศชื่อคณินบนกระดาน” จอมขำแห้งๆ
หลังเลิกเรียน คณินวางแผนเด็ด “เราไปขอพระตั้งชื่อใหม่ดีไหม?”
“ต้องวันนี้เลย?” นักรบคราง
“มึงจะยื้อดวงกูอีกนานมั้ย?”
นักรบยอมแพ้ ทั้งสามออกเดินทางไปวัดประจำชุมชน ขณะที่ด้านในพระอาจารย์ทีมงานกำลังเตรียมงานบวช ทำให้คนแน่นวิหาร
“หลวงพี่ครับ ผมอยากเปลี่ยนชื่อใหม่ครับ เพราะชื่อเดิมนี่ซวยจนไม่ไหวแล้ว” คณินพูดอย่างจริงจัง หลวงพี่ช้อนตามองนิดหนึ่ง
“อืม เอ็งแน่ใจนะ อย่าให้ชื่อพาซวยกว่าเดิมเด้อ”
“ขอชื่อที่ขึ้นต้นด้วย ณ. ได้มั้ยครับ หรือชื่อที่มีเลขห้าตัว”
นักรบพยายามกลั้นขำ คณินหน้าตาเอาจริงมาก หลวงพี่ก้มคิดอยู่นาน ก่อนจะยื่นกระดาษให้ชื่อ “ณัฐการัญจน์”
คณินอ้าปากค้าง จอมแซว “นี่มึงจะเปลี่ยนชื่อหรือสอบซ่อมภาษาไทย?”
กระบวนการขอเปลี่ยนชื่อเริ่มต้น แต่คณินต้องวิ่งไปอำเภอ นักรบต้องแจ้งผู้ปกครอง เมื่อแม่คณินรู้เรื่อง กลับพูดทันทีว่า “เปลี่ยนนามสกุลด้วยไหมลูก จะได้โชคดีสองเท่า”
คณินหันไปสบตานักรบและจอมอย่างสิ้นหวัง “แล้วมึงสองคนจะช่วยกูมั้ยเนี่ย?”
นักรบบ่น “งั้นมึงต้องบอกขอโทษแมวก่อน เผื่อมันจะยอมให้โชคดี” จอม “แล้วตอนนั้นมึงลื่นตกบันได มึงจะเปลี่ยนรหัสบ้านด้วยมั้ย”
แต่ไม่มีใครหยุดคณินได้ หลังผ่านกระบวนการวุ่นวายเอกสาร ทั้งสามต้องรอ 3 วันเพื่อเริ่มใช้ชื่อใหม่ ระหว่างรอ แม่ของคณินสั่งให้เขาซื้อของเข้าบ้านแต่กลับจดชื่อผิดให้ กลายเป็นวิกฤตใหม่ เมื่อคณินซื้อมาม่ารสชาติผิดมาเต็มถุง นักรบถามขำๆ “หรือชื่อใหม่จะเปลี่ยนรสชาติด้วยวะ”
วันเปิดเทอมด้วยชื่อใหม่ คณินในนาม “ณัฐการัญจน์” ขมวดคิ้วกังวล เดินเข้าห้องเรียน ทุกคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นนักเรียนใหม่ เพื่อนๆ มารุมถามกันว่ามาย้ายจากโรงเรียนไหน นักรบแอบขยิบตาให้ “เวอร์ชั่นอัพเกรด?”
ระหว่างนั้น หัวหน้าห้องดันส่งให้คณิน “ช่วยไปรับน้องใหม่แทนหน่อย ก็ชื่อใหม่เหมือนกัน”
ตั้งแต่วันนั้น เหตุการณ์ซวยเหมือนจะลดลง แต่ปัญหาใหม่เกิดขึ้น คนทั้งโรงเรียนเริ่มเรียกชื่อผิด บางคนเรียก ณัฐการันต์ บางทีเป็น ณัฐกฤษณะ คณินเริ่มเบลอ ทางบ้านได้รับจดหมายจ่าหน้าชื่อผิด แม่หัวเราะจนหยุดไม่ได้
ที่สำคัญ นักรบส่งข้อความหา “ณัฐการัญจน์” ตลอด บางครั้งกดลืมเบอร์เก่า โทรหาคณินที่ใช้ชื่อเก่าอีก ครูก็เข้าใจผิด จะเรียกคณินสอบซ่อมซะงั้น
ศูนย์ราชการโทรมาบอก “รายชื่อที่แจ้งเปลี่ยน ไม่ตรงกับเอกสาร เชิญแก้ไขด่วน” คณินเริ่มปวดหัว นักรบบอก “นี่คือโชคใหม่แบบมึงเอง”
ในที่สุด คณินทนไม่ไหว บ่นกับนักรบ “กูอาจไม่เคยซวยเพราะชื่อ แต่เพราะกูมั่นใจว่ามันซวยเลยซวยเองก็ได้มั้ง” นักรบเห็นด้วย “ส่วนมึงเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน ชื่อมึงก็เท่ากันหมดแหละถ้ามึงยังเหยียบของแมวทุกเช้า”
จอมขำ “ขนาดเปลี่ยนชื่อ แม่ยังลายมือเหมือนเดิม”
วันหนึ่ง มีน้องนักเรียนเดินมาหา “พี่คะ หนูชื่อเหมือนพี่เลยค่ะ หนูเลยจะเปลี่ยนชื่อบ้าง กลัวจะซวย!” คณินยิ้มงงๆ “อย่าเลยน้อง ซวยของแต่ละคนมันคนละเรื่อง”
นักรบสรุป “มึงมั่วแต่หาวิธีเปลี่ยนโชค เปลืองค่าธรรมเนียม แต่จริงๆ มึงควรเปลี่ยนวิธีคิดปะวะ?”
หลังวุ่นวายวนเวียน พวกเขากลับไปกินข้าวเย็นที่บ้าน แม่ยังเรียกชื่อเล่นแบบที่คณินเกลียด “ติ๋งต๋อง! ไปซื้อไข่มาให้แม่ที!” ทุกคนหยุดขำไม่ได้
คณินหายใจลึก “มึงว่า คนมันจะดีไม่ดี มันไม่เกี่ยวกับชื่อใช่มั้ยวะ?” นักรบยักคิ้ว “แต่เกี่ยวกับว่าใครลางดีกว่า ระหว่างมึงกับแมว”
จอมพูดแผ่วเบา “ถ้าแมวเปลี่ยนชื่อ ชีวิตมันจะโชคดีขึ้นมั้ย?” ทุกคนหัวเราะลั่น
ขณะที่วันใหม่เริ่มต้น เสียงแมวดังแว่วในบ้าน คณินยิ้ม เดินเหยียบของเล่นแมวอีกครั้ง แต่คราวนี้หัวเราะไปด้วยแทนที่จะบ่น เขาตะโกนบอกแม่ว่า “ติ๋งต๋องไปซื้อไข่แล้วครับ!” ในที่สุดความวุ่นวายเปลี่ยนเป็นอารมณ์อบอุ่นที่ทุกคนยิ้มตาม
บทสนทนาระหว่างเพื่อนกับชีวิตจริงดำเนินต่อไป ท่ามกลางเสียงหัวเราะ ถึงจะเปลี่ยนชื่อหรือไม่ คณินก็ยังคือคณินที่วุ่นวาย มีเพื่อนข้าง ๆ เสมอ