ห้อง 124 ไม่ว่าง (จริง ๆ นะ)
เสียงโทรศัพท์ดังแจ้วข้ามห้อง เช้าแรกของฤดูร้อน ต้นคว้ามือถือมากดรับทั้งที่ตายังปิดอยู่ ลมหายใจหนักอึ้งและเสียงกรนจากเตียงข้าง ๆ ย้ำว่าชิ เพื่อนร่วมทุกข์ทุกสุขยังไม่ลุกขึ้นมาเผชิญโลกใบนี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ชิ ห้องที่จะยึดวันนี้นะ ยังว่างอยู่ปะวะ?” เสียงตัน ๆ ของต้นเอ่ยถามพร้อมหมุนตัวกลิ้งออกจากเตียง พลางเหลียวมองตารางห้องพักในโพสต์ของกลุ่มไลน์หอพักนิสิตปีหนึ่ง ซึ่งขึ้นแถบสีแดงจาง ๆ ตรงห้อง 124 — “มีคนเข้าอยู่”
“หมอนั่นมันตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วห้องนั้น! หัวหน้าหอพูดว่ามีคนเข้าอยู่ เขารู้เหรอว่าอยู่ยังไง? รุ่นพี่บอกไม่มีใครเห็นเลยนะเว้ย!” ชิพูดพลางขยี้หัว ตัวโยกบนเตียงอย่างหมดแรง
ต้นสะกิด เพื่อนจนอีกฝ่ายเริ่มลุกขึ้นโดยแรงสะท้อนกลับ “แต่เราจะลองผลักประตูดูอีกรอบ ไม่เห็นเคยมีใครตอบเลย จะมีใครอยู่มั้ย? ป้ายชื่อก็ไม่มี! ถ้าเจออะไรหลอน ๆ ก็วิ่ง”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ลอยมากลบความง่วง ชิยังทำท่าคิดมาก “ลองดูก็ลอง แต่ถ้าผีหลอก ฉันไม่ช่วยนะ โอเค๊?”
ทั้งคู่เดินลงบันไดด้วยความหวังว่าจะได้ห้องสำหรับปีการศึกษาใหม่ — ห้องที่ได้ข่าวว่ามีระเบียงสวย วิวดี แต่ป้ายบอกว่า ‘งดรบกวน มีคนอยู่’ แปะมาเป็นปี
ต้นพยักหน้าอย่างมั่นใจ มองชิด้วยสายตาที่วูบไหวไปมา “เรื่องแค่นี้ ชิล! เดี๋ยวนายดูแผนที่ฉันเตรียมไว้!”
กลิ่นน้ำยาทำความสะอาดจาง ๆ กับแสงจากหน้าต่างทางเดิน พาให้ชินึกว่าตัวเองอยู่ในซีรีส์สืบสวนเล็ก ๆ ทั้งคู่หยุดหน้าห้อง 124 ท่ามกลางความเงียบงัน
ต้นเคาะประตูเบา ๆ สองจังหวะ ชิลังเลแล้วกระซิบข้างหู “นี่ เราแน่ใจนะว่าจะไม่โป๊ะแตก หรือเข้าใจผิดอีกนะ?”
ขณะที่ไม่มีเสียงตอบ ต้นเหล่มองรูกุญแจ ผลักลูกบิดแผ่ว ๆ — ประตูขยับเล็กน้อย แต่ไม่เปิดสุด
เสียงเอี๊ยดยาวกับเงามืดด้านใน ทำเอาทั้งคู่กลืนน้ำลาย ชิล้วงมือไปจับแขนต้นแน่น
จู่ ๆ มีเสียงแหบแห้งจากด้านใน “ขอโทษครับ… ไม่สะดวกครับ” เสียงผู้ชาย ลากยาวช้า สะกดต้นกับชิให้นิ่งงัน
ต้นเบิกตากว้าง ชิผงะถอย ต้นรีบหันมากระซิบ “เขาท่องบทหรือเปล่าวะ? หรือมันเป็นเทป? ฉันว่ามันเป็นเทป เปิดวนลูป!”
ชินิ่งไปนาน ก่อนจะค่อย ๆ เอ่ย “แล้วถ้ามีคนจริงล่ะ? เขาไม่ออกจากห้องเป็นปีเหรอ?”
ต้นกระซิบตอบอย่างมั่น ๆ “อาจจะนักวิทยาศาสตร์บ้า หรือไม่ก็…คนที่ไม่ได้อาบน้ำมาสามเดือน!”
ทั้งสองมองหน้ากันอย่างเครียดแต่ต้องกลั้นขำไว้ สุดท้ายถอยออกมาแกล้งเดินไปอีกทาง แต่หูยังเฝ้าฟังว่าข้างหลังจะมีเสียงเปิดประตูหรือไม่
ตกกลางคืน ทั้งคู่รวมตัวกันที่ลานใต้หอ ชูแผนหาวิธีพิสูจน์ต่อหน้าวงเพื่อนสีสัน แต่พอทุกคนยกข้อสังเกตมาแทรก — บ้างว่าที่หัวหน้าหอบอก ‘มีคนอยู่’ คือกลยุทธ์กันเด็กดื้อลอบยึดห้อง บ้างว่าห้องนี้คือห้องลับสำหรับเด็กทุน บ้างก็ลือกันไปไกลว่า มีคนเคยเห็นผีผู้ชายผมยาวอยู่ในนั้น
ชิถอนหายใจเบา ๆ “นายว่า…ถ้ามันมีผีจริง ฉันควรยกข้าวไปไหว้มั้ย?”
ต้นทำท่าคิด “ผีชอบกินอะไรนะ — ขนมปัง? หรือว่ามาม่า? แล้วผีจะกินกับน้ำร้อนรึเย็น?”
กลุ่มเพื่อนระเบิดเสียงหัวเราะจนลืมคำลือไปชั่วขณะ ยกเว้นเจน เพื่อนสาวเจ้าระเบียบที่พลันถามขึ้น “แล้วถ้าเป็นคนทุกข์ใจอยู่ข้างในล่ะ จะทำยังไง”
ต้นนิ่งไปแล้วตอบจริงจังอย่างน่าแปลก “งั้นฉันต้องเข้าไปปลอบใจเขา… หรือแค่เคาะประตูแล้วบอกสู้ ๆ ดี?”
คืนต่อมา ต้นกับชิแอบไปหน้าห้อง 124 อีกหน ครั้งนี้ชิมีไม้บรรทัดติดมือ ทำทีว่าจะสอดจดหมายซองจิ๋วประชดเข้าใต้ประตู
ต้นกระซิบ “ไหน ลองดูว่าคนข้างในเขาตอบกลับไหม… ชิ ระวังล่ะ อย่าให้ข้างในดึงนายเข้าไปได้!”
ชิหัวเราะเบา ๆ “ฉันไม่อยากผอมลงสามสิบกิโลเพราะโดนผีสูบวิญญาณอะ…”
ยามเดินผ่านมาแวะถามว่า “หาอะไรกันเหรอครับ? ห้องนี้มีคนอยู่ ตอนกลางวันก็ออกจากห้องบ้างแหละน้อง ๆ ไม่ต้องกังวล”
ต้นตาโต “แต่ไม่เคยเห็นเลยนะครับ!”
ยามยักไหล่อย่างคล้ายจะรู้ทัน “บางคนเขาก็มีโลกส่วนตัวสูง ขี้อายอยู่ได้ทั้งปีนะน้อง คนแบบนี้ก็มีเยอะ”
ชิพึมพำ “หรือนี่จะเป็นแผนลับปั่นสมองปีหนึ่ง…”
เวลาผ่านไป ต้นกับชิกลายเป็นจุดสนใจในหมู่เพื่อนด้วยวีรกรรม “นักล่าห้อง 124” ทุกคืนมีภารกิจพิสูจน์ — จากแปะแผ่นกระดาษ เจาะช่องมองแอบ ดูเงาที่สะท้อนกลอนประตู ถ่ายรูปส่งในกลุ่มไลน์แต่ก็เห็นแค่ความมืด แปะสติ๊กเกอร์ “เราเชียร์คนข้างในนะ”
การถามเรื่องห้อง 124 ในวงสนทนากลายเป็นมีมลับ ๆ ในหมู่เพื่อน ทั้งคู่โดนแซว มีคนถามตลอดว่า “คืนนี้จะไปเคาะไหม?”
วันหนึ่ง มีโพสต์ใหม่ขึ้นในกลุ่ม “ประกาศ จากหัวหน้าหอ ห้อง 124 พรุ่งนี้จะเปิดซ่อมไฟฟ้า ใครสงสัยให้มาทดลองเข้าได้เฉพาะพรุ่งนี้เท่านั้น”
ต้นกับชิเหมือนถูกหวย รีบเตรียมแผนตลกขบขัน ชิแต่งชุดขาวเหมือนรายการลี้ลับถือไมค์ปลอม ส่วนต้นถือสมุดจดหมายเหตุ เตรียมจะบันทึกประวัติศาสตร์การเปิดตำนาน
เมื่อถึงวันนัด ห้อง 124 เปิดออกมา… กลับเจอผู้ชายคนหนึ่งนั่งเล่นโน้ตบุ๊กอยู่บนเตียง พูดเสียงเนือย ๆ ว่า “มีอะไรครับ?”
ต้นกับชิอึ้งไป ทั้งเพื่อน ๆ ที่ตามมาดูด้วย พากันเงียบกริบ
คนในห้องปรายตามองแล้วพูด “ขอโทษนะครับ ผมแค่ไม่ค่อยออกไปไหนเฉย ๆ แล้วก็ไม่ชอบสุงสิง เลยไม่อยากให้ใครมารบกวน…จริง ๆ ห้องก็ว่างแหละ เอ้า น้องอยากเข้ามาดูก็ได้… ถ้าไม่รังเกียจความรกนะ”
ต้นกับชิงงๆ แต่ในที่สุดก็หัวเราะออกมาอย่างโล่งอก แล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปพูดคุยแบบเขิน ๆ
จากวันนั้น คนในห้อง 124 กลายเป็นคนในกลุ่มสนทนาเล็ก ๆ บางทีก็แซวกันเรื่องที่เคยกลัวผี บางทีก็มารวมวงกินบะหมี่
ต้นแอบกระซิบชิ “สรุป ไม่มีผี มีแต่คนแอบขี้เกียจตอบใครใช่มั้ยวะ!”
ชิขำอาย ๆ “แล้วนายอะ กล้าพูดแล้วนะว่าเราไม่ขยุ้มประตูผิดห้องอีกใช่มั้ย!”
เสียงหัวเราะม้วนตัวไปทั่วหอพัก พลังงานวุ่น ๆ กลายเป็นความผูกพันใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิด สุดท้ายต้นสรุปในใจ “ห้องที่ดีที่สุด คือห้องที่มีเพื่อน และความเข้าใจผิดแบบนี้แหละ”
คืนนั้น ก่อนนอน ต้นดึงสมุดโน้ตมาเขียนชื่อห้อง 124 พร้อมวาดหน้าเพื่อนทั้งสามคนในวงกลมใหญ่ มีข้อความเล็ก ๆ ว่า “ถ้าไม่มีความงง ชีวิตปีหนึ่งคงไม่สนุกแบบนี้”
จบเรื่องพร้อมเสียงหัวเราะในความทรงจำ และเสียงเคาะเบา ๆ จากประตูที่คงว่าง…จริง ๆ แล้ว?