แผนซ่อมหอ…ที่เกือบซ่อมใจ
“เฮ้ย! พวกนาย หอคนมีกำหนดรื้อจริงรึเปล่าวะ?”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงของนัทเพื่อนข้างห้องดังลั่น ห้องโถงหอพักเช้าวันจันทร์เลยวุ่นตั้งแต่ยังไม่เก้าโมง เด็กผู้ชายหลายสิบคนยังกอดหมอน นั่งหลับๆ ตื่นๆ นัดยืนถือใบประกาศหน้าประตู
“จริงดิ ไปดูเอง นาย มันติดอยู่ข้างประตูเลย!” อู๋ เด็กหนุ่มหน้าคม ผมกระเซิง เพิ่งขัดฟันเสร็จ รีบคว้ารองเท้าแตะแล้ววิ่งออกไปดู ขณะที่ปาย เพื่อนสนิทของอู๋ที่ใส่แว่นกลมหัวตั้ง นั่งจดขีดในสมุดตารางชีวิตเหมือนทุกวัน
“แบบนี้ฉันต้องย้ายหอใหม่เหรอ?” อู๋ถามเสียงหลง วุ่นวายชนส้นเท้าเพื่อนที่กำลังถอดรองเท้า
ปายไล่สายตาอ่านข้อความในใบแจ้งว่า “หอ 4 จะต้องปรับปรุงโครงสร้าง ไม่งั้นปีหน้าโดนปิด ใครอยากอยู่ต่อต้องช่วยดูแลและร่วมซ่อมหอ”
“ถ้าเราซ่อมทัน เทอมหน้าก็ได้อยู่ต่อ!” อู๋ตาเป็นประกาย ขณะที่เพื่อนๆ ทำหน้าเหมือนถูกตบด้วยผ้าขี้ริ้วเปียก
ทันใดนั้น อู๋ก็ประกาศ “ฉันจะเป็นหัวหน้าทีมซ่อมหอเอง!” เสียงเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ ปายเหลือบตามองก่อนส่ายหัวช้าๆ “ถ้านายเป็นหัวหน้า โปรเจกต์นี้ไม่จบแน่…”
เพียงชั่วโมงเดียว แผนงานก็เริ่มต้น แต่ไม่ได้เหมือนในฝัน อู๋ชอบมอบหมายงานด้วยภาษาหลวม ๆ “ใครว่างช่วยหาค้อนมาที!” ปายกลับแจกใบงาน ละเอียดทุกบรรทัด ทำให้เพื่อนแต่ละคนหามีดพร้าแต่ไม่มีใครหยิบค้อนซะอย่างนั้น
บทสนทนาเริ่มปะทะ “นายบอกให้หยิบอะไรกันแน่ฟะ” ต้น — เด็กข้างห้องมือไวแซวขึ้น
ปายขำแห้ง “ถ้าทุกคนอ่านแผนดีๆ จะเห็นว่าข้อแรกคือหาค้อน ไม่ใช่มีด…”
“แต่ลิงค์ที่นายแชร์ มันล่มปะวะ?” เพื่อนอีกคนเงยหน้าจากมือถือ อู๋ยิ้มแหย “ก็แผนฉันก็อยู่ในใจอะ ไม่ต้องลิงค์!”
ผ่านไปชั่วโมงแรก เครื่องมือหาบางชนิดยังไม่มีใครพบ ใครบางคนถือถ้วยบะหมี่มาด้วยซ้ำ แต่ปายก็แบ่งเวลาจดยิกลงตาราง “เวลา 09:37 หาไขควงไม่พบ อีก 3 นาที ถ้าไม่เจอ จะข้ามไปปิดรอยรั่วในห้องน้ำ”
ระหว่างที่สมหวัง — คนที่ไม่เคยตื่นเช้าสุดในหอ เดินโซซัดโซเซออกจากห้อง ผมยุ่งกะหรี่คล้ายเพิ่งโดนไฟฟ้าช็อต ก็มาถามด้วยเสียงง่วง “ตกลงซ่อมอะไรก่อนอะ?”
อู๋พยักหน้ามั่นใจ “ซ่อมทุกอย่าง!”
สมหวังมองปาย “แล้วมีงบกี่บาท?”
ปายหยิบสมุดขึ้นมา “ตามแผน มีเงินกลางหอ 2,358 บาท กับเศษเหรียญในกล่องยา…”
อู๋เสริม “ไม่เป็นไร เรื่องเงินเดี๋ยวหาได้!”
สมหวังกลอกตา “นายจะไปปล้นตู้โค้กเหรอ” ทุกคนหัวเราะกลบเกลื่อน ขณะที่อู๋ดูเหมือนจะไม่ติดใจ รับประกันว่าจริงจัง!
เมื่อการแบ่งทีมเริ่ม พวกเขาตัดสินใจทำความสะอาดก่อน แต่ละคนเดินถือไม้กวาดกับถุงขยะ บางคนลากเครื่องดูดฝุ่นเก่าที่มีเสียงดังคล้ายรถไฟ ควันลอยฟุ้งจนเพื่อนตึกข้างๆ ต้องปิดหน้าต่างหนี
อู๋เริ่มแจกหน้าที่ “นายเช็ดกระจก นายกวาดพื้น ฉัน…นั่งคุมแผนงาน!” ปายพึมพำ “นั่งดูมือถือจริงสิ…”
ไม่นาน เสียงร้องก็มา “โอ๊ย! ใครเอาผงซักฟอกใส่ถังปูน!” เพื่อนคนหนึ่งตะโกนเหม็นฟุ้ง ปายเดินมาตรวจ “ใครไม่นับจังหวะ เทน้ำออกแล้วล้างใหม่ก่อนเนอะ” แต่กลับเจอเพื่อนอีกคนออกไอเดีย“ใส่น้ำหอมแทนได้ป่ะ?”
ขณะที่อู๋พยายามสั่งงานอย่างเป็นทางการ ทว่าเจอแต่คนตั้งคำถาม “ใครนัดทีมตรวจรอยรั่วห้องน้ำ?” ไม่มีใครเงยหน้าขาน อู๋เลยเดินเองไปเช็ค เลยได้เห็นภาพใหม่ ก๊อกน้ำแตกเทน้ำไหลล้นห้อง สมหวังหันมาโบกมือ “ขอผ้าซับน้ำหน่อย!”
เวลาล่วงเลยจนใกล้เที่ยง เด็กหอเริ่มหิวแต่ทีมซ่อมหอยังงงกับรายการซ่อม และเมื่ออู๋เอาข้าวมากิน เกิดซีนคลาสสิกผิดคาด ข้าวหมดชามแต่ไม่เจอช้อนจริง สุดท้ายใช้ไขควงขุดข้าวเข้าปาก เพื่อนๆ พากันถ่ายรูปกลายเป็นมุกฮิตประจำหอทันที
ระหว่างมื้อเที่ยง ทีมมีแรงฮึกเหิมมากขึ้น แต่ความวุ่นวายก็ไม่ลด อู๋เสนอ “บ่ายนี้ซ่อมห้องน้ำ!” แน่นว่าไม่มีใครอยากเสี่ยงกับท่อที่ขึ้นชื่อว่าผีดุ
เพื่อนข้างห้องชื่อหวาง สุภาพแต่ขี้กลัว ลังเล “ถ้าผีโผล่มาจะทำไง?”
อู๋ทำเสียงตลก “บอกมันช่วยถือไฟฉาย!”
แต่เมื่อเข้าไปในห้อง อากาศชื้นกลิ่นสกปรกกับเสียงดัง พวกเขาผลัดกันงัดลูกบิด เจอถุงขยะเก่า สมุดสอบรร. คราวั้นทีมซ่อมเกิดวงแตกเพราะเห็นเงาแปลกๆ จนสุดท้ายค้นพบว่าเป็นลูกฟุตบอลของนัทที่หายไปตั้งแต่ตึกเก่า!
ปายที่เครียดกับปัญหาเรื่องเวลา ซุกตัวในห้องนั่งเล่น คำรามเบาๆ “ฉันว่าทุกอย่างจะไม่ทันแน่” แต่ทันใดนั้น ส้ม — เพื่อนข้างห้องผู้หญิงข้างล่างเดินขึ้นมาเสนอช่วย “ขอกันลื่นชั้นบนหน่อยค่ะ หนูจะซักผ้า ทำไมถึงมีเศษปูนเต็มห้องน้ำ!”
อู๋ตอบแทนเสียงอ้อมแอ้ม “เรากำลังปรับปรุงระบบ…แบบสายอาชีพนะ”
ส้มส่ายหน้ายิ้มขำ “ปรับแน่ ถ้ายังแยกผงซักฟอกกับปูนไม่ได้!”
ช่วงบ่ายงานซ่อมเริ่มจริงจังมากขึ้น แต่อู๋เริ่มออกคำสั่งมั่วขึ้นเรื่อยๆ “เอาท่อใหญ่มาเชื่อมกับสายไฟนี่!” ปายสวน “เดี๋ยว เดี๋ยว…ไม่ใช่งานประดิษฐ์อะไหล่รถแข่ง!”
เสียงหัวเราะดังลั่น ขณะเพื่อนคนหนึ่งถือท่อน้ำแปะกับสายชาร์จมือถือ อู๋ยักไหล่ “เป็นนวัตกรรมใหม่ — สายฝนชาร์จได้!”
พอถึงบ่ายสอง ทุกอย่างยังจมปลัก ทีมแบ่งหน้าตามใจ ใครขยันไปซ่อมรูรั่ว ใครเบื่อก็ไปเล่นเกมมือถือ ต้นกับสมหวังพยายามยกประตูทั้งบาน สุดท้ายทำบานฮุบหล่นใส่เท้าตัวเองต้องนั่งพันผ้า
ในความวุ่นวาย ปายเริ่มเสียงอ่อน “นายคิดว่าจริงๆ เราจะซ่อมเสร็จจริงเหรอ?”
อู๋ไม่ตอบทันที ทำหน้าแน่วแน่ “เราอาจไม่ใช่ช่างเก่ง แต่เราเป็นเพื่อนกัน ขอแค่ช่วยกันก็พอ”
เสียงชื่นชมดังเบาๆ ก่อนต้นแซว “แล้วไขควงล่ะ?” สองคนตบหน้าผากตัวเองพร้อมกัน เพราะไขควงต้นเหตุยังไม่มีใครหาเจอ!
เย็นจนเกือบฟ้ามืด เหตุการณ์เริ่มพลิกผัน จู่ๆ มีคนเดินเข้ามาในหอ — เป็นลุงยามมาดเงียบที่ขี้เก๊ก อ้างว่าโอนเงินค่าซ่อมหอไว้แล้ว ตั้งใจช่วยเต็มที่แต่กลับเข้าผิดตึกมาครั้งที่สามในสัปดาห์นั้น!
ลุงยามเดินดูแผน ปายกำลังจะอธิบาย แต่ลุงไม่ฟัง “อันนี้ลุงก็เคยซ่อมมาแล้ว” ปายทำหน้ามึน “แต่ลุงครับ… นี่มันแผนเปลี่ยนกลอนประตู ไม่ใช่ซ่อมโรงเลี้ยงหมา”
สมหวังยักคิ้ว “ลุงเอาเหมือนหมดอ่ะ!”
ระหว่างความคืบหน้า ทีมแบ่งงานใหม่ อู๋ขออาสาเคลื่อนย้ายของหนัก ปายลงมือเคลียร์บัญชี เพื่อนๆ ช่วยกันดีขึ้น ทุกคนหัวเราะมากขึ้นกับมุกผิดแผนจนเหนื่อยแทบจะยอมแพ้กันหมด
กลางคืน ข่าวว่ามหาวิทยาลัยจะมาตรวจงานซ่อมหอเร็วขึ้นถึงยังหู อู๋นิ่งไป ปายหน้าเครียด “เราต้องทำงานดึก” ทุกคนจึงปิดไฟบางส่วน เอาไฟฉาย หาไขควงต่อ
ไม่นานข่าวเข้าใจผิดเริ่มเกิด นักข่าวชมรมควงกล้องมาถ่ายรูป แต่อู๋บอกปาย “นายยิ้มหน่อย นายดูเคร่งเครียดเกินไป!” ปายหัวเราะ “ก็ซ่อมหอ ไม่ได้ถ่ายแบบ!”
เวลาดำเนินมาถึงจุดเปลี่ยน คืนก่อนวันตรวจ อู๋กังวลจนแอบไปนั่งเหม่อที่บันได ปายเดินมา วิธีแก้เครียดของแต่ละคนแตกต่างกัน อู๋พูด “เราทำดีที่สุดแล้วใช่ไหม?” ปายพยักหน้า “ไม่รู้…แต่ไม่มีใครปล่อยให้ใครทำอยู่คนเดียว”
รุ่งเช้า วันตรวจมาถึง เสียงสุดท้ายจากต้น “ไขควง!” ทุกคนตะโกนขึ้นมาพร้อมกัน ปรากฏว่าซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงลุงยาม ตั้งแต่แรกแล้ว!
กรรมการมาตรวจ ได้เห็นหอเต็มไปด้วยร่องรอย DIY เสียงหัวเราะกับมุมแปะโปสเตอร์ “ขอโทษในความวุ่นวาย” กรรมการแอบอมยิ้ม แล้วประกาศ “ผ่าน…แต่คราวหน้าเบาเสียงหัวเราะด้วย”
ทุกคนเฮโลโล่งใจ ส้มเดินมาขอบคุณ บอกว่าพื้นห้องน้ำสะอาดจริงๆ ปายกับอู๋มองหน้ากัน ยิ้มเหนื่อยแต่เต็มใจ ความวุ่นวายผ่านไป แต่ความผูกพันอยู่ต่อ อู๋ยิ้มมุมปาก “ต่อไปนี้ ผมเป็นหัวหน้าทีมซ่อมข้าวที่หอแล้วนะ!” เพื่อนๆ หัวเราะ ขณะที่ไขควงตกลงพื้นดังแกร๊ก ส่งท้ายด้วยเสียงเฮแกมขำ