เงาใต้บ้านป่าช้า
เสียงกิ่งไม้เสียดสีกับหลังคาสังกะสีเก่าแก่ดังก้องไปทั่วเมื่อรถกระบะเคลื่อนมาหยุดตรงหน้าบ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่ง โครงสร้างบ้านบิดเบี้ยวเหมือนกำลังทรุดตัว กลิ่นอับชื้นคละคลุ้ง ผสมกับกลิ่นดินและกลิ่นใบไม้แห้งที่ปลิวระเกะระกะใต้ถุนบ้าน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ถึงแล้วหรือ” เสียงของจิน สถาปนิกหนุ่มวัยสามสิบเศษดังขึ้นในความเงียบ เขากวาดตามองบ้านตรงหน้าอย่างลังเล รอยยิ้มฝืดฝืนปรากฏเพียงชั่วคราว ก่อนเหงื่อจะซึมที่ขมับเมื่อสบตากับรอยมืดที่หน้าต่างห้องชั้นบน เขาหยิบแผนที่โครงการมาถือไว้แน่น
ฉัตร วิศวกรหญิงใจเด็ดในทีม มองจินผ่านกระจก “แน่ใจนะว่าจะเอาบ้านนี้? ฉันไม่เห็นมีใครในหมู่บ้านอยากช่วยเลย”
จินกลืนน้ำลาย “ไม่มีทางเลือก…งบมันจำกัด ที่ดินตรงนี้ก็ได้ราคาที่สุดแล้ว”
“แต่ที่นี่มันติดป่าช้านะ” เสียงอาท ทีมช่างหนุ่มผิวคล้ำดังออกมาจากหลังรถ “ชาวบ้านพูดกันทั้งตำบล ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ พวกเขาว่ามี…”
“อย่าเพิ่งพูดมาก” จินปัดบทสนทนา เขาเดินนำทุกคนลงจากรถ พวกเขาต่างหยิบอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ อย่างเชื่องช้า ความอึดอัดแปลกประหลาดกระจายทั่วบรรยากาศ
ประตูบ้านไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทันทีที่ถูกเปิด เศษฝุ่นปลิวว่อนแสบจมูก แสงแดดตกกระทบฝุ่นละอองจนเหมือนควันจางๆ ฉัตรเดินสำรวจรอบห้องรับแขก เธอหยุดตรงรูปถ่ายเก่าๆ บนผนัง — ภาพครอบครัวที่ไม่มีใครยิ้ม รอยขีดข่วนบนใบหน้าเด็กหญิงในภาพทำให้เธอขนลุก
“ใครทำรอยขีดนี่?” เธอถามเบาๆ
“อย่าไปใส่ใจเลย” จินตอบดื้อๆ แต่สายตาเขากลับจับจ้องรูปถ่ายนั้นนานผิดปกติ
เสียงหวีดเบาๆ ลอยมาตามลม เย็นยะเยือกจนทุกคนชะงัก อาทกลืนน้ำลาย “พี่… ได้ยินไหม?”
จินฝืนยิ้ม “ลมมั้ง ลม…”
ขณะที่ทีมงานทยอยสำรวจแต่ละห้อง จินเดินไปยังห้องใต้บันได ประตูไม้บานเล็กต้องเปิดออกอย่างฝืน เศษผ้าเก่าร่วงหล่นลงพื้น ทันทีที่เขาเดินเข้าไปข้างใน กลิ่นเหม็นเปรี้ยวและความมืดแน่นขนัดทำให้จินหยุดชะงัก เขาเห็นเงาเลือนรางขยับอยู่ในมุมห้อง หัวใจเต้นรัวแต่ฝืนเดินเข้าไปสำรวจ
“จิน! มาดูทางนี้สิ” ฉัตรเรียก เขาวางมือบนฝาผนัง ก่อนถอนหายใจแล้วเดินออกมาสมทบ เหงื่อซึมเต็มแผ่นหลัง
ในห้องนั่งเล่น ฉัตรชี้ให้ดูรอยเท้าฝุ่นจางที่ลากยาวไปยังหลังบ้าน “ทีมก่อสร้างคนเก่าไม่ได้ทำความสะอาดดีหรือเปล่า?”
จินขมวดคิ้ว “ไม่มีใครใช้บ้านนี้มาหลายปี”
“งั้น…ใครเดินเมื่อเช้า?”
บรรยากาศเริ่มกดดัน ทีมงานสามคนแยกย้ายกันสำรวจจนพลบค่ำ พวกเขาตั้งโต๊ะสนามทำงานหน้าบ้าน เสียงจิ้งหรีดดังแผ่ว…
“คืนนี้จะนอนที่นี่จริงๆ เหรอ?” อาทถามเสียงเบา
จินพยักหน้า “ถ้าไม่เริ่มคืนนี้จะเสร็จเมื่อไหร่”
ฉัตรถอนหายใจ “เออ…งั้นคืนนี้ขอห้องเดียวกับนาย ไม่เอาคนเดียวเด็ดขาด”
เมื่อค่ำคืนมาเยือน บ้านทั้งหลังเงียบสนิท มีเพียงเสียงลมหวีดกับเสียงฝีเท้าเบาๆ อยู่ไกลๆ ทุกคนหลับตาลงด้วยความหวาดระแวง
เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังขึ้นกลางดึก ทุกคนดีดตัวลุกพรวดพร้อมกัน อาทตกใจกลิ้งตกจากเตียง ฉัตรคว้าผ้าห่มแน่น
“อะไรน่ะ…จิน นายได้ยินไหม?”
จินเงียบงัน เขากำลังฟังอยู่ หัวใจเต้นแรง เสียงนั้นยังดังต่อเนื่อง พอเงียบลง มีแต่เสียงหายใจหนักของตัวเอง
“ไปดูข้างนอกไหม?” อาทถามเสียงสั่น
“ไม่!” จินปฏิเสธทันที “อยู่ในนี้แหละ”
ทั้งสามนอนนิ่งในความเงียบ สิ่งที่ไม่รู้จักทำให้เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า รุ่งเช้าทุกคนดูอิดโรย
“เมื่อคืน…เห็นเงาที่หน้าต่างไหม?” ฉัตรถามเบาๆ
อาทพยักหน้า “ไม่ใช่พวกเรานะ”
จินไม่ตอบ เขาเดินไปยังหน้าต่างห้องรับแขก มองไปที่ป่าช้าที่อยู่ถัดรั้วออกไป เงาดำเคลื่อนไหวระหว่างต้นไม้ เขาขยี้ตาตัวเอง แต่มันยังคงอยู่
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังแว่วเข้ามา ไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนสูดหายใจลึก แล้วออกไปเริ่มงานด้วยความอึดอัด
ระหว่างรื้อฝ้าเพดาน อาทเจอชั้นไม้แปลกๆ ขนาดเล็กเหมือนกล่องซ่อน “นี่มันอะไร?”
จินปีนขึ้นไปดู ในนั้นมีผ้าขาวเก่าๆ มัดเป็นปมแน่นและผงคล้ายขี้เถ้า อาทหยิบออกมาแล้วรีบปล่อยลง “เหม็นมาก!”
ฉัตรพลิกผ้า พบว่าภายในมีรูปถ่ายเด็กหญิงคนเดียวกับในกรอบรูป แต่ดวงตาโดนขีดจนดำมืด
“ใครเอารูปแบบนี้มาเก็บไว้?”
จินหน้าซีด เขาสั่นนิดๆ “เอาไปฝังใต้ต้นไม้ข้างบ้านเถอะ”
ระหว่างเดินออกไปฝัง จินสะดุดกับรอยเท้าปริศนาในโคลน มันพาเขาไปจนถึงต้นโพธิ์ใหญ่หน้าป่าช้า เงาดำใต้ต้นไม้ปรากฏเพียงวูบเดียวก่อนหายไป
คืนนั้น ฝนตกหนัก เสียงฝีเท้าดังวนเวียนอยู่รอบบ้าน ทั้งสามคนหวาดระแวงจนแทบไม่กล้าหลับตา
“ฉัน…คิดถึงบ้าน” อาทกระซิบ
“อย่าเพิ่งพูดแบบนี้” ฉัตรปรามเบาๆ เธอมือเย็นเฉียบ จินเอื้อมมาจับไว้แน่น
ระหว่างที่ทั้งสามกำลังจะเคลิ้มหลับ เสียงกระซิบเบาๆ ดังแทรกเข้ามาเหมือนอยู่ในหู “กลับไป…อย่าอยู่ที่นี่…” เสียงนั้นฟังดูเหมือนเด็กผู้หญิง
อาทสะดุ้ง “ใคร? ใครพูด?”
ไม่มีใครตอบกลับมา มีเพียงความเงียบและความกลัวที่แน่นขนัด
เช้าวันใหม่ อากาศเย็นผิดปกติ จินรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองตลอดเวลา เขาเดินสำรวจรอบบ้านอีกครั้ง พบว่ารูปถ่ายทั้งหมดในบ้านถูกขูดรอยที่ใบหน้าเด็กหญิงจนหมด
“เมื่อคืนนี้…มีคนเข้ามาในบ้านหรือเปล่า?” ฉัตรกระซิบถามอาท
“ไม่เห็นใคร…แต่มันต้องมีอะไรแน่ๆ”
ความหวาดระแวงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนเริ่มพูดน้อยลง ทำงานด้วยความเงียบงันและกดดัน ฉัตรสังเกตว่าจินกลายเป็นคนเหม่อลอย มักมองไปที่ป่าช้าและใต้ถุนบ้านบ่อยครั้ง
วันต่อมา ขณะรื้อผนังห้องนอน จินเจอช่องเล็กๆ ที่มีสมุดบันทึกเก่าซ่อนอยู่ หน้ากระดาษเปรอะเลอะหมึกและคราบน้ำตา “วันนี้แม่ลงโทษหนูอีกแล้ว หนูกลัว… หนูไม่อยากอยู่ที่นี่” ข้อความนั้นหม่นหมองและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ฉัตรอ่านสมุดแล้วถอนหายใจ “นี่มัน…”
จินสะบัดมือ “อย่าไปสนใจ…อาจเป็นของเจ้าของเก่า”
แต่ในคืนนั้น เสียงร้องไห้เบาๆ ดังมาจากใต้บ้าน ฉัตรนอนไม่หลับ เธอลุกไปดูนอกหน้าต่าง เห็นเงาเล็กๆ นั่งกอดเข่าใต้ต้นโพธิ์ในสายฝน
“จิน…ดูนั่นสิ”
จินมองตาม เห็นเพียงเงาดำวูบเดียวก่อนหายไป
ในวันต่อมา ทีมงานเริ่มทะเลาะกันด้วยความเครียด อาทเสนอให้หยุดงานทันที “นายเห็นแล้วใช่ไหม มันไม่ปกติ ที่นี่…มีบางอย่างผิด—”
จินตะโกนกลับ “พอ! ถ้าใครจะกลับก็เชิญ ฉันจะอยู่ต่อ!”
ฉัตรสบตาอาทด้วยความลังเล ก่อนถอนใจ “ฉันจะอยู่กับนาย แต่อย่าปิดบังอะไรอีก”
ความรู้สึกผิดเกาะกินใจจิน เขาเริ่มฝันร้ายซ้ำๆ เห็นเงาเด็กหญิงเรียกหา “ช่วยหนูด้วย…” แต่เขาตื่นขึ้นในน้ำตาและเหงื่อเย็น
กลางดึก ฉัตรแอบได้ยินเสียงคนพูดคุยกันใต้ถุนบ้าน เธอค่อยๆ เดินลงไป พบว่าจินนั่งอยู่ในความมืดเหมือนคุยกับใครบางคน
“นายทำอะไรอยู่?” ฉัตรถามเบาๆ
จินสะดุ้ง “เปล่า…ไม่มีอะไร”
ฉัตรเพ่งมองในเงามืด — เห็นเงาขยับเหมือนใครนั่งอยู่ข้างจินจริงๆ เธอรีบวิ่งกลับขึ้นไปชั้นบน
เช้าวันต่อมา อาทหายตัวไป เหลือเพียงรอยเท้าเปียกน้ำโคลนลากออกไปทางป่าช้า
“เขาไปไหน!” ฉัตรสั่นเทา จินเงียบไม่พูดอะไร เพียงแต่น้ำตาคลอเบ้า
ทั้งสองออกตามหาอาท พบเพียงเสื้อคลุมแขวนอยู่ที่กิ่งโพธิ์ ไม่มีร่องรอยของคน
ฉัตรเริ่มสงสัยจิน “นายรู้ไหมว่าทำไมอาทหายไป?”
จินสั่นศีรษะ “เปล่า… ไม่รู้จริงๆ”
คืนนั้น ฉัตรฝันเห็นอาทยืนอยู่ใต้ต้นโพธิ์ เขาพยายามพูดแต่ไม่มีเสียง เงาเด็กหญิงยืนข้างๆ เขา เธอยิ้มเศร้าสร้อย
เมื่อฉัตรตื่น เธอพบว่าภายในบ้านมีกลิ่นเหม็นเน่าแรงขึ้นเรื่อยๆ รอยขีดข่วนปรากฏทั่วผนังบ้านเหมือนมีใครพยายามปีนออกมา
ระหว่างที่ฉัตรค้นหาสาเหตุ เธอพบช่องใต้ถุนบ้านที่มีผ้าเก่าห่อบางอย่างอยู่ ข้างในมีสร้อยข้อมือเด็กและกระดูกเล็กๆ
“นี่มัน…เด็ก?” ฉัตรน้ำตาไหล จินเห็นเข้าก็ทรุดลงกับพื้น
“ฉัน… ฉันเคยมาที่นี่มาก่อน…” จินสารภาพ ร่างกายสั่นเทา “ตอนเด็ก ฉันเป็นเพื่อนกับเด็กหญิงคนนั้น เราอยู่ด้วยกันจนวันที่เธอ…หายไป”
ฉัตรซัก “แล้วนายไม่บอกใคร?”
“ไม่มีใครเชื่อฉัน ทุกคนคิดว่าเธอหนีไป แต่ฉันเห็น…ฉันเห็นแม่ของเธอลากร่างเธอ…ไปฝังใต้ต้นโพธิ์”
ความจริงเริ่มเปิดเผย — เด็กหญิงคนนั้นถูกแม่แท้ๆ ทำร้ายจนตาย แล้วฝังไว้ใต้บ้านและใต้ต้นโพธิ์ วิญญาณของเธอไม่เคยไปไหน
คืนนั้น เงาดำของเด็กหญิงปรากฏขึ้นตรงปลายเตียง ฉัตรร้องไห้ “ขอโทษ…ขอโทษที่เราปล่อยให้นายอยู่คนเดียว”
เสียงเด็กหญิงกระซิบ “ช่วยหนูด้วย…”
จินตัดสินใจเดินออกไปที่ต้นโพธิ์กลางดึก เขานำผ้าเก่าและกระดูกไปฝังใหม่อย่างถูกต้อง จุดธูปขอขมาทั้งน้ำตา
เงาดำวูบออกมาจากใต้ต้นไม้ เสียงเด็กหญิงร้องไห้เบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เงียบลง สายลมเย็นสงบ
รุ่งเช้า บรรยากาศรอบบ้านเปลี่ยนไป ความอึดอัดหายไป แต่จินและฉัตรไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
“เราจะเอายังไงต่อ?” ฉัตรถามเสียงเบา
จินมองไปที่บ้าน “ฉันไม่เคยหนีอดีตได้…แต่วันนี้ ฉันขอรับมันไว้เอง”
เงาเด็กหญิงยังคงลอยวนใต้ต้นโพธิ์ เธอยิ้มเศร้า ก่อนจะจางหายไปพร้อมกับสายลม
ใครบางคนในหมู่บ้านยังคงพูดถึงเสียงร้องไห้ในคืนฝนตก แต่บ้านหลังนั้นไม่มีใครกล้าเข้าใกล้อีกเลย