ปฏิบัติการระดับโลก: เซฟซ์ ซุปไก่บนดาดฟ้า
เสียงหวีดร้องแปลก ๆ ดังขึ้นกลางดึกบนดาดฟ้าหอพักหญิงนักศึกษาอย่างกะหนังสืบสวน “เอ้า! ให้ตายเถอะตอง มันไม่ใช่แมวแน่นอน!” น้ำขิงพูดพลางเงยหน้ามองยอดตึก ในมือถือกระติกน้ำร้อนเตรียมลุยโครงการกู้โลกซุปไก่โดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แก…บอกชั้นทีว่านี่มันไม่ใช่วิญญาณซุปไก่นะ” ตองเพื่อนร่วมห้องหน้านิ่งพูดเสียงสั่น เชื่อว่าความซวยทั้งหมดมาจากหม้อซุปไก่ที่อยู่ในกลิ่นลึกลับบนดาดฟ้ามาสองวันแล้ว ทั้งฮอลล์ไม่มีใครกล้ายกไปไหน
“ก็ถ้าไม่ใช่…แล้วแกคิดว่าควรทิ้งไว้มะ ขิง”
“บ้า ใครวะจะกล้าทิ้งของของใครไม่รู้ คนเขียนป้ายว่า ‘ของสำคัญ ระวังห้ามเคลื่อนย้าย’ ด้วยลายมือดูจริงจังอะตอง!”
“จริง ๆ ถ้าของคนต่างชาติมันจะเป็นรหัสลับไหม? ป้ายมันมีภาษาจีน มือใหม่ขนาดนี้ไม่แน่ใจว่าคำว่า ‘ร้อน’ หรือ ‘อันตรายถึงชีวิต’ ไม่เข้าใจจริง ๆ ขิง…ชั้นเวียนหัว”
เสียงปริศนาดังขึ้นอีกครั้ง ขิงรีบวิ่งไปดู พบว่าซุปยังอุ่นแปลก ๆ “โว้ย หรือใครอุ่นซุปตอนตีหนึ่งวะ? หอตรงข้ามจะขำไหมเนี่ยถ้าเราทำแตก!”
ไม่ทันจบ ไฟชั้นใต้ดาดฟ้าดับวูบ เหลือแต่แสงไฟฉุกเฉินกับสองเงาขาวที่ยืนจังงังอยู่ข้างถังขยะ
“นี่ ๆ ขิง ทำไมแกต้องลากชั้นไว้พ่วงกับแผนนี้ตลอด…ขนาดงานกลุ่มชั้นยังได้ทำแต่พาวเวอร์พ้อยท์”
“ก็เพราะแก มีฟีลนักเจรจาสุดล้ำยังไงล่ะ งานนี้ชัวร์ ได้ประชาสัมพันธ์ว่าเราคือหอเปิดกว้าง ยินดีช่วยเหลือทุกเชื้อชาติ เอาเข้าไป กล้าดีซิ!” น้ำขิงพูดเสียงกร้าวพลางผลักตองไปยืนหน้าเตาไฟหน้าหม้อซุปไก่ที่กำลังเดือดปุด ๆ อย่างไร้คำอธิบาย
แต่ความเป็นจริง ตองแค่กลัวผี แต่ก็มีเป้าหมายลึก ๆ คือ “อยากแอบเด่น” ก่อนจะจบปีนี้ งานนี้มั่วต่อได้ถ้าไม่มีใครรู้ว่าเขา “ก็กลัวเหมือนกัน”
เช้าวันถัดมา หัวหน้าหอ น้าฮวย ท่าทางจริงจังเดินเชิดเข้ามาพร้อมผู้ช่วยประจำหอ “ได้กลิ่นอะไรกันหรือเปล่าน้อง ๆ มีของวางไว้บนดาดฟ้ามาหลายวันแล้ว ใครรับผิดชอบ?”
ขิงกับตองสบตากัน ในใจคิดว่าถ้าตอบ “ใช่ค่ะหนูทำหก” มีหวังโดนเชิญผู้ปกครองแน่ ตองรีบชิงตอบก่อน “อ๋อ…คือ…อันนี้เป็นโปรเจ็กต์รับน้องต่างชาติค่ะ!”
น้าฮวยขมวดคิ้ว “รับน้อง…อะไรกับหม้อซุป?”
น้ำขิงเสียงสูงทันที “ค่ะ! เพราะว่าวัฒนธรรมจีนเขาจะกินซุปไก่รับปีใหม่!…เราเลยจะมีเลี้ยงซุปไก่กันทั้งตึก อาจจะมี ‘เพื่อนชาวจีน’ เข้ามาดูงานด้วยค่ะ!”
แผนเพี้ยนสุด ๆ นี้กลายเป็นความรับผิดชอบโดยปริยาย น้าฮวยเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่ใจดี “งั้นเย็นนี้จัดโต๊ะที่ลานหอให้ด้วย เอาให้เหมือนงานวัฒนธรรมเลยนะ!”
พอเดินเข้าห้อง ตองแทบทิ้งตัวร้องไห้ “ขิง เอาแล้ว…งานเข้าชัวร์เลย งานเดิมโปรเจ็กต์มหาลัยยังไม่รอด จะเพิ่มโปรเจ็กต์หม้อซุปไปอีก!”
“เอาน่า…คิดซะว่าถ้าโป๊ะแตก เดี๋ยวค่อยไปเรียนเทอมใหม่ยังทัน!” ขิงประชดตัวเอง ขณะนั้นเองเสียงโทรศัพท์ของขิงดังขึ้น เพื่อนใหม่ชื่อจื่อเหวิ่น ทักมา “วันก่อนเห็นของสำคัญวางบนดาดฟ้า รบกวนช่วยดูหน่อยนะคะ รู้สึกลืมหยิบ”
“ใช่แล้ว! มันต้องเป็นของน้องจื่อเหวิ่นจริง ๆ” ตองพูดเสียงกระซิบพลางถอยหลังหนีปัญหา
เหตุการณ์ลุกลามต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อข่าวลือแปลก ๆ กระจายทั่วหอว่า “มีอะไรบางอย่างถูกทิ้งไว้…เผื่ออาถรรพ์” นักศึกษาชายหอข้าง ๆ เริ่มเข้ามาด้อม ๆ มอง ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ค่ำวันจัดงาน ป้ายเขียนว่า “WINTER WELCOME SOUP NIGHT” ติดไว้ หน้าลาน ซุปไก่หม้อเดียวตรงกลางลาน บนโต๊ะยาว ๆ สาว ๆ เพื่อนซี้หนักใจ “งานนี้ใครจะกล้ากินมั่งวะ…”
น้ำขิงเดินออกไปเปิดงาน เริ่มด้วยสำเนียงมั่นใจแบบสุดขีด “ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่งานวัฒนธรรมข้ามขอบฟ้า…กินซุปร้อนจากมิตรภาพใหม่ ๆ ค่ะ!” เสียงปรบมือเบา ๆ ตามมาพร้อมกับสายตางง ๆ ของทุกคน
ในขณะนั้นเอง นักกิจกรรมรุ่นพี่ชวน นักเรียนไทยสุดห่าม เสนอ “ขอแจมด้วยซุปกระดูกหมูนะ!” งานเริ่มรวนกว่าเดิม ในขณะที่ตองซึ่งเริ่มมีสมาชิกมาสนใจโต๊ะของตัวเอง ก็เกิดอาการลนเพราะไม่รู้จะเสิร์ฟใครก่อน
น้าฮวยเดินวนเข้ามาถาม “ไหนวะ เพื่อนชาวจีนแก? หน้าตาเป็นยังไง?” ตองรีบทำหน้าตาเรียบเฉยก่อนตอบไปมั่ว ๆ “เอ่อ…ขอเวลาอีกสักสิบนาทีค่ะ เขากำลังเลือกบะหมี่อยู่ที่เซเว่น”
กลุ่มเพื่อน ๆ คนอื่นเริ่มแซว “รับน้องแบบนี้ กินซุปแทนลูกอมเหรอ?” ขิงหันมาเค้นเสียงว่า “เงียบน่า! กว่าจะเนียนผ่าน หัวใจจะวาย”
จื่อเหวิ่น วิ่งเข้ามาดู “อ้าว ซุปไก่ของหนู!” เพื่อนตองปาดเหงื่อ พึมพำเบา ๆ “ในที่สุด…ตัวจริงก็มา…”
แต่แล้ว ฝรั่งนักเรียนแลกเปลี่ยนชื่อฮันส์ นึกว่าคำว่า “ไก่” หมายถึง “กิจกรรมลับ” เพราะมีคนชวนเข้ากลุ่มลับในแชท “Chicken Soup Club” เขาจึงทำหน้าเข้ม ๆ แล้วถามว่า “Do I need to bring a chicken costume?” สาว ๆ เพื่อนร่วมหอพยายามอธิบายกันจ้าละหวั่นจนความเข้าใจผิดยิ่งหนักขึ้นไปอีก
น้าฮวยเริ่มดุเสียงเข้ม “นี่…อย่าบอกนะ ว่าโปรเจ็กต์นี้แกกุขึ้นมาเอง!” แต่ตองไม่ได้ยิน อารามวิ่งไปช่วยขิงหาคำตอบใน Google แปลภาษาแบบลวก ๆ “Chicken Soup for the Friendship?”
จุดไคลแมกซ์มาถึงเมื่อหม้อซุปไก่โดนยกขึ้นมาพร้อมเสียงโหวกเหวกในทุกภาษา จื่อเหวิ่นอธิบายว่า “มันแค่ซุปที่ยายส่งมาจากบ้านค่ะ หนูวางลืมไปแค่จะรออุ่นกิน!” เพื่อน ๆ ทั้งตึกถึงกับเงียบไปสามวินาที ก่อนหัวเราะลั่น น้าฮวยถอนใจ “เท่านี้ก็โล่งใจ หม้อซุปถึงกับมีชื่อเสียงในหอแล้วนะเนี่ย!”
น้ำขิงสบตาตอง ต่างคนต่างหัวเราะออกมาอย่างปลดปล่อย “ซุปไก่วุ่นกลายเป็น ‘ตำนาน’ นี่ พวกแกเชื่อยังว่าชีวิตมหาลัยมันไม่มีอะไรธรรมดาเลย!”
ฮันส์ถามติดตลก “If next time there’s a Soup Festival, do I dress as a noodle?” ตองตอบเป็นภาษาอังกฤษผิด ๆ “If noodle is good luck, I can dress as egg!”
เพื่อน ๆ หัวเราะกันยกหอ เสียงเพลงเบา ๆ ดังขึ้น งานจบลงแบบฟีลกู๊ด ผ่านความวุ่นวายและเข้าใจผิด รวมถึงเอกลักษณ์ความคิดมากเกินเหตุ และเพื่อนซี้ที่ยิ่งแบกกัน ยิ่งฮา
น้าฮวยแซวส่งท้าย “ปีหน้าอย่าลืมซุปเป็ดนะลูก!” ทุกคนพร้อมใจกันซุปไก่ขึ้นแก้ว ทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มที่ไม่มีใครลืมได้