เวลาในเงาสะท้อน
เมฆหนาทึบลอยต่ำเหนือมหานครเวคัส ยามค่ำคืนหนึ่งที่ฝนโปรยบาง ๆ ชะล้างฝุ่นปกคลุมอาคารกระจกเรียงราย เสียงยางรถยนต์ฝ่าสายน้ำสาดกระทบพื้นคอนกรีตหน้าสถาบันวิจัยเวลา แว่วสะท้อนก้องในความเงียบสากของถนนร้าง อะธิษฐ์ นักสืบวัยสามสิบสี่ปีในชุดกันฝนสีกรมท่า สีหน้าคร่ำเคร่งเหมือนไม่เคยนอนหลับเต็มตา เขาก้าวพรวดเข้าไปใต้หลอดไฟนีออนหน้าทางเข้าและสูดลมหายใจลึกเสมือนหอบเอาความกลัวและความทรงจำติดตัวเข้าอาคาร
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!โถงกลางสูงโปร่ง เสียงฝีเท้าสะท้อนในอากาศเย็นจัด ไฟสลัวทอดเงายาวระเกะระกะตามผนังกระจก ผอ.จรูญ รอเขาอยู่กับรอยยิ้มที่ไม่อบอุ่น “หวังว่าคุณจะช่วยเราได้นะ นักสืบ” จรูญพูดเสียงต่ำ ดวงตากะพริบไม่สนิทเหมือนซ่อนอะไรไว้ อะธิษฐ์สบตาโดยไม่พูดอะไรนอกจากรับแฟ้มสำนวนคดี
เขาละสายตาไปตามแผ่นกระจกขนาดยักษ์ซึ่งเป็นหัวใจของสถาบัน “ตรงนี้คือที่เกิดเหตุ?” เขาถามเสียงแผ่ว จรูญพยักหน้า “ในห้องสะท้อน อาจารย์วิเชียร นักทดลองเวลาของเรา เสียชีวิตเมื่อคืนนี้” ทั้งสองมองเข้าห้องผ่านกระจก ผนังด้านในสะท้อนภาพพวกเขาซ้อนทับลาง ๆ กับร่างชายสูงวัยที่นอนแน่นิ่งอยู่กลางห้อง มันเป็นภาพจริงหรือเพียงสะท้อนของอดีต – ไม่มีใครกล้ายืนยัน
อะธิษฐ์จดบันทึกเงียบ ๆ ระหว่างเดินผ่านเจ้าหน้าที่ นักวิจัยแต่ละคนหน้าซีดเซียวหลบสายตา เหมือนยังถูกหลอกหลอนด้วยเหตุคืนนั้น ศศิน หญิงสาวผู้ควบคุมเครื่องจักรทดลองเวลา ยืนอ้อมหลังเสาซ่อนตัวอย่างระวัง ร่างผอ.จรูญเดินหายไป ทิ้งเขาไว้คนเดียวกับบรรยากาศหยุ่นเย็น อะธิษฐ์ชำเลืองมองรอบตัวแล้วตัดสินใจเดินเข้าหาศศิน เธอสวมเสื้อกาวน์ขาวตาแดงก่ำ “ขอโทษค่ะ…” เธอกระซิบเสียงแผ่ว พบสายตาเศร้าแฝงความหวาดระแวงอยู่ข้างหลัง
“คุณทำงานตรงนี้หรือ?” อะธิษฐ์ถามโดยใช้เสียงอบอุ่นที่สุดที่เขาให้ได้ ศศินพยักหน้า เลียริมฝีปากแห้ง เธอก้มหน้า “เมื่อคืนฉันเวรดึก…ฉันเป็นคนล็อกทุกอย่างหลังจากอาจารย์วิเชียรเข้าไป ฉันไม่ได้เห็นอะไรผิดปกติ…แต่”
“แต่?”
เธอเงียบไปนานพอที่จะรู้ว่าอึดอัด “แต่ที่ห้องนั้น…บางที…เหมือนเวลาไม่ตรง มันมี…เสียง ใครบางคน กระซิบจากข้างใน ทั้งที่ควรจะไม่มีใครเข้า” ศศินมองมือของตนเองสั่นเล็กน้อย
อะธิษฐ์มองเธอนิ่ง ๆ “เสียงของใคร?”
“ไม่รู้ค่ะ ฟังดู…คล้ายเสียงตัวเอง แต่ก็เหมือนไม่ใช่”
เขาล้วงกระเป๋ากางเกงหาสมุดจดเล็ก ๆ “เมื่อคืน คุณเคยเข้าไปใกล้ห้องไหม?”
“เปล่าค่ะ ฉันกลัว…” ศศินยิ้มเศร้าเหมือนคนขาดใจในความผิดร้ายที่ไม่ได้ก่อ เธอกะพริบตาถี่เหมือนจะร้องไห้อีก
อะธิษฐ์นิ่งเงียบ ทิ้งจังหวะไว้พักใหญ่ “ถ้าคุณคิดอะไรออก ช่วยบอกผม…ไม่ต้องกลัว ผมจะอยู่ตรงนี้”
สายตาศศินวูบไหวระคนหวังเล็ก ๆ เธอกัดริมฝีปากแทบไม่พูดอะไรอีกในตอนนี้ แต่ก็พยักหน้า
กระแสไฟฟ้าในอาคารดูเหมือนจะสั่นไหวทุกครั้งที่เขาก้าวผ่าน ความเงียบในสถาบันวิจัยเวลาคล้ายกับอากาศที่หนาหนัก ประตูห้องสะท้อนล็อกด้วยระบบชั้นสูง อะธิษฐ์เดินวนรอบห้อง เช็กกล้องวงจรปิดซึ่งจู่ ๆ กลับดับหายไปในช่วงเวลาสำคัญ เขาจดช่วงเวลานั้นลงสมุด ไร้เบาะแสแน่ชัด มันเหมือนใครบางคนตั้งใจลบอดีตให้สาบสูญหน้าเขา
คืนแรกผ่านไปในความตึงเครียด เขาเปิดแฟ้มดูรายละเอียดศพอาจารย์วิเชียร—