มหกรรมจับผิดหอ: วุ่นรักข้างห้อง
เสียงจามดังมาจากห้องข้างๆ ต่อเนื่องเป็นครั้งที่สิบในยี่สิบนาที ใบหน้าของแคทนิ่งขึงอย่างนักสืบมือใหม่สุดมั่นใจ เธอวางหนังสือเรียนลง ปิดโน้ตบุ๊กด้วยท่าทีเด็ดขาด หันไปมองปัญญ์ เพื่อนร่วมหอที่นั่งอยู่ปลายเตียง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แก! ข้างห้องเราต้องไม่ปกติแน่ ๆ สองวันละ เสียงโครมคราม เสียงพูดคนเดียว แล้วก็จามเป็นนาฬิกาแบบนี้ ไม่มีใครธรรมดาทำกัน!” แคทมั่นใจในสมมติฐาน ถึงขั้นดึงดันว่าต้องสืบหาความจริง
ปัญญ์ถอนหายใจลึก เท้าคางบนหมอนข้าง “แก เพียงเพราะเค้าจาม ไม่ได้หมายความว่าเค้าเป็นเอเลี่ยน”
“ยัง! ยังไม่ได้ตรวจสอบ!” แคทชูนิ้ว ทำตาโต “คืนนี้เราต้องสืบ หอเรา อาจกลายเป็นสนามลับทดลองอะไรก็ได้!”
ปัญญ์ไม่อยากยุ่ง แต่อีกใจก็กลัวแคทโวยวายหนักกว่านี้ และกลัวห้องจะวุ่นวายไปมากกว่านี้หากปฏิเสธเต็มเสียง
กลางคืนตกดึก สองเพื่อนซี้แอบย่องจากห้องของตัวเอง กอดกล่องพิซซ่าราวกับเป็นเครื่องตรวจจับความลับ ทั้งซุ่ม ทั้งชะโงก ทั้งสะดุดขากันเอง เสียงขำของปัญญ์กับเสียง “ชู่!” ของแคทสลับกันรัว ๆ
แล้วประตูก็เปิด โดยที่ทั้งคู่ล้มโครมหน้าห้องข้าง ๆ ชายหนุ่มข้างห้องยืนอึ้ง ถือลูกแบดมินตันในมือ “มีอะไรให้ช่วยมั้ยครับ”
แคทหน้าเชิด แถไปแบบมั่นใจ “เรามาทดลองกลิ่นยาแก้หวัดสูตรใหม่ค่ะ! ผ่านห้องนี้ก็ดีมากค่ะ เหมือนคุณจะใช้เสียงจามทดสอบดีที่สุด”
ชายหนุ่มทำหน้าเหวอไปอึดใจ ก่อนหัวเราะเบา ๆ “อ๋อ ผมนั่งดูสปอร์ตก็เลยเชียร์ดังกับจามจากฝุ่นภายในห้องน่ะครับ จริง ๆ ไม่มีอะไร”
แคทยังไม่ยอมแพ้ เมื่อปัญญ์ทำท่าจะลากเพื่อนไป แคทกระซิบถามเบา ๆ “พี่ครับ มีขวดยาสีฟ้าน่ากลัวในห้องมั้ย ซ่อนอะไรไว้บ้างหรือเปล่า”
ระหว่างเดินกลับ ปัญญ์เหลืออด หันมามองหน้า “ขอร้อง แคท แค่ฝุ่นกับกีฬาเอง หยุดแหกกฎหอได้ยัง”
วันถัดมา แคทยังไม่เลิกคิดเองคนเดียว เธอสังเกตเห็นชายข้างห้องกำลังขนกล่องปริศนา แทนที่จะเริ่มสนทนา เธอกลับแอบจดบันทึก “ปริศนากล่องสีขาว เครื่องไม้เครื่องมือปลอมตัว หน้าตาเฉย ๆ ไม่สื่ออะไรแต่แปลก”
ปัญญ์แอบอ่านข้อความในสมุด เงยหน้าขึ้น “แคท แกบันทึกอย่างกับเป็นสายลับนาซี กะจับผิดเอเย่นต์รัสเซียรึไงกัน”
ถึงอย่างไร แคทยังลากปัญญ์ไปแอบส่องกล่องปริศนาอีกจนได้ เธอลุยเปิดดูเจอแค่ถุงเท้าม้วน ๆ กับลูกกุญแจเสียบผิดดอก แล้วก็เจอเครื่องบดกาแฟที่แตกครึ่ง
แคทหายใจหอบ ราวกับค้นคว้าเจอความลับสำคัญที่สุดในจักรวาล ปัญญ์ยักไหล่ “แกนะ ถ้าภารกิจชีวิตแกคือทำตัวให้โดนขับไล่ออกจากหอ ฉันว่าวันนี้แกได้คะแนนเต็ม”
คราวนี้ข่าวลือเริ่มเดินทางในหอ มีรุ่นพี่หลุยส์เดินชนแคทแล้วถาม “นี่ ๆ ได้ยินรึยัง ข้างห้องมีคนขโมยรองเท้าเหรอ” แคทรีบขยิบตาให้อย่างนักสืบ “แน่นอน ฉันอยู่ทีมสืบคดีนี้ด้วย!”
ปัญญ์กลอกตา เดินหนีไปก่อนเพราะไม่อยากเอี่ยว แต่กลับโดนรุ่นพี่หลุยส์ลากไปด้วยอีกคน “น้อง ๆ เล่าเลย ซูมใหญ่! ใครขโมยอะไรกันแน่?”
แคทบรรยายสถานการณ์แบบเกินจริงทันที “ข้างห้องตรงนั้นมีอะไรมากกว่าที่คิด! ทุกคืนมีเสียงปริศนา รอยเท้าสีดำจาง ๆ แล้วเขาก็สะสมกล่อง! อาจเกี่ยวกับกลุ่มรองเท้าหายทั่วมหาวิทยาลัย!”
ปัญญ์จ้องเหวอ ร้องในใจ โอย…
ความวุ่นวายเกิดขึ้นแบบไม่หยุด ข่าวลือเริ่มแพร่ไปทั่วทั้งชั้นในคืนเดียว แคทยิ่งเติมแต่งเรื่องว่าเห็นคนข้างห้องเดินวนคุยโทรศัพท์รอบหอ (จริง ๆ คือเขาออกไปคุยกับแม่) ปัญญ์พยายามจะชี้แจง แต่ไม่มีใครฟังเลย ทุกคนเริ่มจับตาดูข้างห้องมากขึ้นไปอีก
เช้าวันใหม่ แคทถูกเพื่อน ๆ รุมถาม “เมื่อคืนแกเจออะไรอีก จะอัปเดตมั้ย?” แคทหน้าบานเป็นจานดาวเทียม “เมื่อคืนมีขยับกล่องอีก แถมเห็นเขาจามใส่กล่องด้วย! ฉันตีความได้หลายทาง…”
ขณะที่แคทคุยเครียดกับปัญญ์ คำพูดที่พูดข้ามไปข้ามมาเริ่มกระตุ้นให้ปัญญ์เริ่มสงสัยจริง ๆ “หรือเขาเป็นคนขี้เก็บ ไม่อยากให้ใครรู้ว่าชอบสะสมกล่องเปล่า?”
ในขณะที่แคทกำลังอินกับ “คดี” ปัญญ์กลับอยากแก้ปัญหาอย่างสงบเพราะกลัวโดนทำโทษตามกฎหอ จึงแอบเอากล่องขนม (กล่องเปล่าของแคทเอง) ไปวางหน้าห้องข้าง ๆ เผื่อจะช่วยกลบข่าวลือ แต่อยู่ดี ๆ รุ่นพี่หลุยส์ก็โผล่มาหลังประตู “เฮ้ย! นั่นใช่กล่องลับของทีมขโมยรึเปล่า?”
ปัญญ์รีบปฏิเสธ “มันไม่มีอะไรเลยพี่!”
แต่ทุกคนเริ่มสงสัยว่าในกล่องเปล่าอาจมีอะไรซุกซ่อน ข่าวลือบานปลายกว่าครั้งไหน ๆ
เช้าวันถัดมาตำรวจที่มหาวิทยาลัยโผล่มาขอคุยด้วย ทำเอาแคทและปัญญ์ตกใจสุดขีด ตำรวจเพียงมาหาเจ้าของกล่องขนมที่ถูกวางทิ้งเพราะฝ่ายหอพักแจ้งว่าทิ้งขยะไม่ถูกที่
แคทพยายามปกปิดซ่อนความลับแต่ยิ่งพูดยิ่งผิด ตอบไม่ตรงคำถามไปมา ตำรวจถึงกับขำหอบ “น้องสองคนเงอะงะดีจัง ไม่ต้องห่วง ไม่มีอะไรผิดกฎหมายหรอก แต่อย่าเดินวางกล่องแปลก ๆ ซุ่มซ่ามอีกนะ”
หลังจากผ่านเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน แคทหน้าแดงด้วยความอาย ปัญญ์แอบขำ “ถ้าเป็นแผนสนุก แกชนะแล้วล่ะ”
ตลอดทั้งอาทิตย์ มีหลายคนเดินถามข่าวสารสดใหม่จากแคท ทุกเรื่องซับซ้อนสุดพิสดาร ปัญญ์แอบบ่น “รู้ไหม ทุกคนกลัวโดนแคทจับผิด ถึงขั้นวางรองเท้าไว้ในห้องนอนเลยนะ”
สุดท้าย ชายข้างห้องเดินมาขอบคุณสองคนที่ทำให้กล่องของเขาไม่หายสักที เพราะทุกคนจับตามองอย่างใจจดใจจ่อจนขโมยจริงไม่กล้าเดินผ่านอีกเลย!
แคทยิ้มรับข้อกล่าวหาอย่างภูมิใจ จากนั้นแคทหันไปกระซิบกับปัญญ์ “ต่อไปเรามาตั้งทีมสืบสวนหอพักกัน แกช่วยฉันนะ!”
ปัญญ์ส่ายหน้ากับตัวเอง “ขอเป็นแค่ทีมเงียบ ๆ ได้มั้ย”
แคทยิ้มกว้าง “ไม่ได้! ทีมสืบต้องลุย!”
ขณะที่เดินกลับห้อง ทั้งคู่หัวเราะให้กับความวุ่นวายที่ตัวเองสร้างขึ้นจนอบอุ่นใจ ก่อนที่รุ่นพี่หลุยส์จะเดินมาทัก “เอ้า พรุ่งนี้จะมีคดีใหม่แล้วนะ!”
เสียงหัวเราะและบรรยากาศขำขันปกคลุมทั้งชั้นหอพัก ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง (หรืออาจจะปกติในแบบแคทก็ได้…)