ในวันที่ดอกไม้ร่วง
ร่มไม้ใหญ่ตัดแสงแดดยามสายที่ไหลผ่านสนามหญ้าหน้ามหาวิทยาลัย เสียงนักศึกษาพูดคุยแว่วไปทั่ว แต่หนึ่งในนั้นคือ “พีท” ใบหน้านิ่งขรึมตั้งใจฟังอาจารย์ ทั้งที่ดวงตาฝากความเศร้าไว้ในเงาไม้ มือแน่นอยู่กับสมุดและปากกาเหมือนจะบีบความคิดบางอย่างไว้ไม่ให้ไหลออก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ใกล้กันในห้องเรียน “แป้ง” สาวผมสั้นหัวเราะเบาเบากับเพื่อน ๆ เขียนลายบนหน้ากระดาษ ฉายชัดถึงความมีชีวิตชีวา แต่กลางเสียงหัวเราะ เธอสบสายตามาที่พีท เขาเหมือนเกาะอยู่บนเกาะโดดเดี่ยวที่เธอเองยังอยากจะข้ามไปหา
เสียงอาจารย์แจ้งงานโปรเจ็คจบ “ให้จับกลุ่มสองคนตามรายชื่อที่ผมจะประกาศ” ทุกสายตาหันมาอย่างลุ้นระทึกเมื่อชื่อ “พีท-แป้ง” โดนจับคู่กัน สายตาทุกคนแวบไปมาระหว่างคู่ที่ดูต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
หลังเลิกคลาส พีทเก็บของอย่างเงียบงัน ขณะที่แป้งหันมายิ้มให้อย่างไม่กลัวความเงียบ “เรา… ทำงานด้วยกันนะพีท นายโอเคไหม?” เธอเอ่ยเสียงเบา มีความเก้อเขินประปราย
“อืม” พีทรับคำสั้น ๆ โดยไม่สบตา แป้งหยุดนิ่งไปเสี้ยววินาทีก่อนกลั้นใจยิ้มกว้างเหมือนเดิม
วันถัดมาในห้องสมุด พีทเปิดโน้ตบุ๊คตั้งใจดูข้อมูล ขณะนั้นแป้งเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ ไม่พูดสักคำ เธอส่งโน้ตเล็ก ๆ ให้ “ถ้างานมันหนัก นายบอกเราได้เลยนะ” เขาเงยหน้ามองเธอชั่วแวบ ไม่พูดอะไรแต่เก็บโน้ตไว้อย่างแปลกใจในความใส่ใจ
ระหว่างการพูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อโปรเจ็ค แป้งพยายามโยนมุกตลก เธอหัวเราะของตัวเองแต่พีทแค่ยิ้มมุมปากบาง ๆ “นายไม่ชอบเรื่องตลกเหรอ?” เธอถามอย่างไม่แน่ใจ พีทส่ายหน้าเบา ๆ “ชอบ…บ้างนิดหน่อย” เสียงเขาแผ่วเบาเหมือนคำสารภาพที่ยากจะพูด
เวลาผ่านไปหลายวัน การทำงานร่วมกันทำให้ทั้งคู่ต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น แป้งชวนพีทออกไปร้านกาแฟใต้ตึก คำพูดเขายังคงสั้น แต่แววตาเริ่มมีความผ่อนคลาย “นายเป็นคนไม่ค่อยพูด” แป้งเอ่ย พีทเงียบ แอบเม้มริมฝีปากเหมือนกลัวจะเผลอเปิดเผยอะไรออกไป
แป้งเล่าเรื่องขำขันของเพื่อน พีทฟัง เธอเหลือบมองเขาเหมือนกดดันให้หัวเราะ สุดท้ายเขายิ้มจนแป้งหัวเราะออกมาดื้อ ๆ “ในที่สุด… นายก็ยิ้มเหมือนคนปกติแล้วนะ!”
พีทหน้าแดงนิด ๆ เอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟหลบสายตา “ก็… ขำจริง ๆ นั่นแหละ” บรรยากาศระหว่างคนสองคนเปลี่ยนไปนิด ๆ อย่างที่ไม่มีใครรู้ตัวยกเว้นหัวใจตัวเอง
แต่วันหนึ่งตอนค่ำ ขณะที่ทั้งคู่ปรึกษาโปรเจ็คกัน แป้งนั่งมองหน้าพีทอย่างตั้งใจ “นายมีอะไรในใจรึเปล่า? ช่วงนี้เหมือนนายหายใจไม่ทั่วท้อง”
“ไม่มีอะไร” พีทตอบ หลีกตา เขาสูดหายใจลึก เงียบงันครู่หนึ่ง “บางที… เราอาจไม่เหมาะจะทำงานคู่กับใคร”
แป้งนิ่ง มือกุมแก้วน้ำแน่นขึ้น “นายไม่อยากคู่กับเราเหรอ?”
“มันไม่เกี่ยวกับเธอ… ที่ผ่านมานายเคยเสียคนที่ไว้ใจเพราะ… เพราะนายไม่พอ” เสียงพีทสั่นเหมือนฝืนดึงอดีตออกมา แป้งไม่ได้พูด แค่จับมือพีทแน่นขึ้นเล็กน้อย
วันต่อมา บรรยากาศอึมครึม พีทมาถึงช้ากว่าทุกวัน เขาเลือกนั่งไกลห่างแป้งเป็นพิเศษ แป้งมองดูเขาด้วยความสับสนแต่ไม่ได้เข้าไปหา
ในกลุ่มเพื่อนสนิท แป้งระบาย “นายว่า… คนเราถ้ากลัวอดีต จะเดินไปข้างหน้าได้ยังไง” เพื่อนเงียบก่อนบอก “ก็แค่กล้าปล่อยบ้าง” คำพูดที่วนเวียนอยู่ในหัวเธอทั้งคืน
ค่ำวันหนึ่ง แป้งเขียนข้อความถึงพีท “เราคงแก้ไขอดีตนายไม่ได้ แต่เดินไปข้างหน้านายคนเดียวมันเหนื่อยนะ ถ้าอยากเจอก็รอที่สนามบอลหลังเลิกเรียน” แล้วเธอก็เงียบไป วันนั้นพีทไม่ได้ตอบสิ่งใด
หลายวันต่อมา บรรยากาศระหว่างสองคนเงียบงัน งานโปรเจ็คหยุดชะงัก ไม่ออกความเห็นทั้งสองฝ่าย ทุกอย่างเหมือนจะแตกหัก
แต่เมื่อถึงเวลานำเสนอโปรเจ็ค พีทยืนบนเวที เหงื่อซึมที่มุมหน้าผาก เขามองแป้งด้านล่างแวบหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเล่าว่า “เราเคยกลัวที่จะเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ เพราะกลัวจะสูญเสีย… แต่คน ๆ หนึ่งทำให้เรากล้า ให้เราอยากพยายามอีกครั้ง” เสียงแผ่วแต่ชัดในหัวใจ
หลังการนำเสนอจบ ทั้งคณะปรบมือแต่สายตาของพีทมีเพียงแป้งที่ยืนอยู่ตรงนั้น แป้งเดินเข้าหา ใจเต้นแรงเหมือนจังหวะชีวิตใหม่ที่ต้องตัดสินใจด้วยกัน
“เราขอโทษ” พีทเอ่ยเสียงสั่น “ที่ปล่อยให้เธอยืนรอข้างเดียว…”
แป้งหัวเราะเบา ๆ น้ำตาคลอ “เราก็กลัวจะไปยืนข้างใครเหมือนกันน่ะ” ทั้งคู่สบตากันเงียบงัน รอยยิ้มไม่ต้องมีคำพูดใดต่อเติม
ฤดูดอกไม้ร่วงปีนั้น ผ่านไปด้วยจิตใจเบิกบานกว่าเดิม แต่ไม่ได้หมายความว่าความกลัวจะหมดไป และก็ไม่จำเป็นต้องหมดไปเช่นกัน ขอแค่กล้าที่จะเดินข้ามอดีตด้วยกัน
เสียงหัวเราะของแป้งและเสียงขานรับเบา ๆ ของพีท แว่วกลางสนามหญ้าข้างร่มไม้ใหญ่ สองเงาเดินออกไปพร้อมกัน ไม่มีใครพูดคำว่ารัก… แต่สายตาและความเงียบก็เพียงพอแล้วสำหรับสองหัวใจที่พร้อมเดินไปข้างหน้าด้วยกัน