หอพักคนจริง เจอแต่เรื่องวุ่น
เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้นตอนตีสองครึ่ง เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของมนูอย่างไม่ทันตั้งตัว มนู นอนกลิ้งอยู่ปลายเตียงห้อง 304 ท่าทางเหมือนไม่ได้กะจะนอน แต่ภาพในหัวกลับวิ่งพล่านเมื่ออ่านข้อความ”ถึงเพื่อนข้างห้อง ฉันแอบชอบเธอมานาน…” บนเศษกระดาษที่สอดใต้ประตู
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!มนูเป็นคนขี้กังวล ชอบตีความคำพูดเสียจนเพื่อนเรียกว่า “นายอย่าคิดเยอะ” เขาค่อย ๆ ดึงกระดาษขึ้นมา “ใครมันเขียนล่ะเนี่ย?” โยนคำถามไปในอากาศ หวังว่าห้องจะตอบกลับ เขามองเพดานมืด ๆ พลางคิด “หรือจะเป็นเรื่องแกล้งของกร?”
ห้องของมนูอาศัยสามชีวิต กร แมน ๆ หน้าเข้ม แต่มักเชื่อว่าตัวเองเจ๋งกว่าใคร (แม้จะลืมบัตร ATM บ่อยกว่าคนอื่น) กับภู คนช่างเนียน หน้านิ่ง โลกส่วนตัวสูง ชอบมองเรื่องใหญ่เป็นเรื่องเล่น
เช้าวันใหม่ มนูเดินอุ้มกระดาษไปที่ห้องครัว หลังกรสวมกลิ่นกาแฟโรยบนเสื้อโดยไม่ตั้งใจ
“กร นายเขียนใช่ไหม?” มนูถามสีหน้าคาดคั้น
“ของอะไร?” กรจิบกาแฟหนึ่งอึก ดูไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาสุด ๆ
ภูเดินเข้ามาพร้อมขนมปังปิ้งสองแผ่น “ว่าแต่ รหัสไวไฟเปลี่ยนยัง?”
“ไม่ใช่ประเด็น!” มนูเริ่มเสียงดังขึ้น ท่าทางจริงจังเกินเหตุ
กรส่ายหัว “เฮ้ย ถ้าตูอยากบอกชอบขนาดนี้ นายคิดว่าตูจะเขียนใส่กระดาษเหรอ?”
มนูนิ่งไปแวบนึง กลับกังวลกว่าเดิม “แต่ข้อความมันแปลก ๆ เหมือนเขาเห็นเราทุกวัน…”
กรทำหน้าตลก “หรือพวกข้างห้องแกล้ง?”
ภูขมวดคิ้วบ้าง “ไม่น่าใช่ ปกติข้างห้องเพิ่งทะเลาะกันเรื่องเสียงดัง…ไม่น่ามีเวลามาโรแมนติก”
มนูถอนหายใจ ใจหนึ่งอยากให้มันเป็นเรื่องเล่น แต่ใจลึก ๆ แอบตื่นเต้น
กรหันมา “ถ้าอยากรู้จริง ๆ ก็สืบเลย!”
มนูประกาศตั้ง “ปฏิบัติการตามล่าคนเขียนจดหมาย” โดยที่ภูยังเคี้ยวขนมปังช้า ๆ เหมือนจะหลับ
ปฏิบัติการเริ่มต้นทันที กรเป็นคนเสนอแผนสุดมั่น “เราไปถามตรง ๆ เลยไหมล่ะ ใครเขียนบอกมา!”
มนูเบรก “เฮ้ย ประจานตัวเองเกินไปปะ แบบนั้นระวังจะโดนทุกคนหัวเราะ!”
ภูชูนิ้ว “หรือเราทำเหมือนในหนัง ล่อคนเขียนออกมา!”
กรตื่นเต้น “เออ ดี เอาอะไรเป็นเหยื่อดีล่ะ เบอร์เกอร์?”
มนูถอนใจ “ไม่ใช่เรื่องของกินนะ!”
ทุกคนตกลงว่าจะลอง “ดักจับ” ข้อความใหม่โดยแกล้งเปิดประตูห้องตลอดทั้งคืน แต่ผลคือโดนยามด่าหาว่าอยากเที่ยวยามดึก
คืนถัดมา พวกเขาวางกล่องล่อหน้าห้อง เขียนป้าย “ของสำคัญ ใครทราบโปรดแจ้งเจ้าของ” ทั้งฝั่งชายหญิงเริ่มสงสัย เกิดการพูดกันไปมาว่าห้องนี้ตื่นเต้นอะไรนัก
ภูเดินไปฟังหน้าห้องข้าง ๆ ได้ยินเสียง “กล่องอะไรหน้าห้อง 304 วะ”
กรกลับมากระซิบ “แผนเรางงปะวะ?”
แต่แทนที่จะได้เบาะแสใหม่ พวกเขาพบแค่ใบแสดงความห่วงใยจากห้องตัวเอง “เรียน ผู้อยู่อาศัย 304 โปรดเก็บกล่องให้เรียบร้อย” เขียนโดยป้าที่ดูแลหอ
มนูเริ่มเครียด “โอ๊ย ยิ่งแก้ยิ่งพังใช่ไหมเนี่ย?”
กรยังเชื่อมั่น “นี่คือแผนการลับต้องอดทน”
ในห้องครัวตอนค่ำ มนูตัดสินใจคุยกับน้ำหวาน หญิงสาวนิเทศข้างห้องที่มักทักทายเขาตลอด แต่กลายเป็นการสนทนาที่มึนงง
“หวาน…เอ่อ…เรา…เมื่อคืนเราได้ข้อความประหลาด ๆ ด้วยล่ะ”
น้ำหวานยิ้ม “ข้อความอะไร?”
“เอ่อ…มีใครฝากบอกอะไรผ่านเรารึเปล่า?”
“อ๋อ รหัสไวไฟใช่ปะ?”
“ไม่ใช่…” มนูเริ่มเก้อ เขาพยายามพูดแต่หวานแปลกใจนิดหน่อย
กรทำท่าทะเล้นใส่หวาน “อ้าว ไวไฟรักเหรอเพื่อน?”
น้ำหวานหัวเราะ “เออ เดี๋ยวถามเพื่อนไห้”
ในคืนนั้น สิ่งที่ควรสัญญาว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น กลับกลายเป็นทุกคนในหอเริ่มพูดถึง “ผู้ลึกลับ 304”
มุกคำถามซ้อนหลายตลบในแต่ละห้อง เช่น “จดหมายอะไร?” “ทำไมถึงวุ่น?” “หรือมีคนจีบนาย?” จนกลายเป็นเรื่องเมาท์มหาวิทยาลัย
ภูขำ “สุดท้าย เราอาจต้องออกแถลงการณ์เอง”
มนูส่ายหน้า หัวใจเต้นเร็วกว่าเดิม
วันต่อมา ข่าวลือแปลก ๆ วนเวียนในกลุ่มไลน์มหาวิทยาลัย “304 โดนบอกรัก!” ถึงขนาดมีคนเอาข้อความไปตั้งกระทู้ว่า “บอกรักสไตล์ลึกลับดีไหม?”
กรเริ่มชอบ “เออ ฮาดีนะเพื่อน เรากลายเป็นเซเล็บหอพักซะงั้น”
มนูเริ่มประสาท “ฉันแค่อยากรู้ ใครเขียน…ไม่ได้อยากเป็นข่าว!”
ภูยังนิ่ง “แล้วตกลงจะไปถามใคร? หอพักมีตั้งหลายสิบคน”
มนูเริ่มตั้งข้อสงสัยคนใหม่ “หรือ…จะเป็นป้าแม่บ้าน?”
กรทำหน้าผู้เชี่ยวชาญ “ถ้าป้าจีบนาย เดี๋ยวกรอยู่กินข้าวคนเดียว”
หลังจากอินเตอร์แวะเวียนอยู่หลายคืน กรเสนอทฤษฎีใหม่ “หรือมันไม่มีใคร…แล้วเป็นคนเขียนเองตอนละเมอ”
มนูหน้าเสีย “ฉันไม่ได้เป็นถึงขนาดนั้น!”
ภูเสริมเสียงเรียบ “แต่เมื่อคืนผมนอนกับสมุดแล็ป นายก็วางไอ้กระดาษนั่นบนโต๊ะ”
มนูชะงัก ก้มดูรอยพับบนกระดาษขีด ๆ เข้ากับสมุดแล็ปพอดี “ไม่นะ!”
ระหว่างที่มนูติดอยู่กับการตามหาคำตอบ เพื่อนในหอสาวน้อยขี้เล่นชื่อพิมเอาไปโพสต์สตอรี่ “ขออนุญาตเรือบรรทุกดราม่า 304 บอกรัก?!?”
มนูเครียดจับหัว กรแกล้งถาม “แล้วแชร์ไปถึงคณะอาจารย์มั้ย?”
ภูตอบแบบไม่ใส่ใจ “ขอให้ไม่มีอาจารย์สืบพฤติกรรม…”
พอหัวค่ำ เพื่อนจากคณะอื่นเริ่มแวะมาทักที่ห้อง “เฮ้ย 304 คือใครโดนจีบวะ?”
มนูเริ่มพร่ำเพ้อ “ชีวิตเรียบง่ายข้าพเจ้าหายไปไหนแล้ว…”
กรปรบไหล่ “เอาน่า คิดซะว่าได้ฝึกความกล้า!”
ภูพูดขำ ๆ “ชีวิตในหอเพื่อเรื่องแบบนี้แหละ”
อยู่ดี ๆ มีข้อความใหม่ใต้ประตู “ถ้าอยากรู้ ใครเขียน แวะสนามบาสคืนนี้”
กรโบกมือ “นายนี่แน่ะ! ได้เวลาเผชิญหน้าความจริง!”
แต่มนูยังลังเล “มันดูเหมือนกับ…การ์ตูนวาย”
ภูยักไหล่ “ถ้าวันนี้ถึงสนามบาสแล้วเจอรายการประกวดความกล้า นายก็ไปสมัครซะเลยดีไหม?”
ในที่สุดสามคนไปสนามบาสตอนสองทุ่ม ไม่มีใครโผล่มา เจอแต่เด็กปีหนึ่งซ้อมหลบลูกบาส พวกเขาหัวเราะ “คิดไปเองทั้งนั้น!”
ทันใดนั้น ป้าแม่บ้านเดินมา “หนุ่ม ๆ มาทำอะไรดึก ๆ ล่ะ?”
มนูเขิน “มาสูดอากาศครับ…”
กรเหน็บ “หนีข่าวซะมากกว่า”
ภูพูดเนิบ ๆ “หรือโชคชะตานำเรา”
พอกลับถึงห้อง กลับพบกระดาษเขียนลายมือหวัด “แค่หยอกเล่น ๆ อย่าเครียดกันนะลูก ๆ – จากป้าลำไย”
ทั้งสามมองหน้ากันอึ้ง
กรหัวเราะตัวสั่น “ป้านี่ฮากว่าตัวจริงอีก!”
มนูถอนใจแล้วหัวเราะขึ้นมา “อย่างน้อยใหญ่โตมาเพื่อคำว่า อย่าเครียด!”
ภูควงกุญแจห้อง “คืนนี้นอนได้สักที…รึเปล่า?”
มนูยิ้มอ่อน สะบัดหัวอย่างโล่งใจ “ชีวิตในหอ ทำไมซับซ้อนขนาดนี้!”
และในเช้าวันถัดไป พวกเขาพร้อมรับเรื่องใหม่ ๆ แบบเฮฮาในหอพักแห่งนี้
เพราะถ้าไม่มีความวุ่นวายพวกนี้… ชีวิตก็คงขาดสีสันนั่นแหละ!