เสียงกระซิบจากตึกเก่า
เสียงรองเท้ากระทบพื้นกระเบื้องดังสะท้อนในโถงมืดของตึกเรียนร้าง “มึงแน่ใจนะว่าเขานัดที่นี่?” เสียงของฟางดังขึ้นในความเงียบ เหงื่อบนหน้าผากสะท้อนแสงไฟฉายจาง ๆ ของนพ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ก็ในไลน์นัดคืนนี้ ตึกเก่า ชั้นสาม ห้อง 331” นพตอบแต่สายตาไม่กล้าสบใคร “พวกเราแค่มาคุยกับอาจารย์กลุ่มวิจัยน่ะ จะกลัวอะไรกัน”
“แต่มันปิดมาสิบปีแล้ว…” เอิร์ธพึมพำ ขณะเดินตามหลัง มือขยี้สายคล้องกระเป๋าแน่น
บรรยากาศตีบตัน ตึกเรียนตั้งตระหง่านในเงาจันทร์ ไม่มีใครอยากทบทวนว่าทำไมตึกนี้ถึงถูกปิดตาย
“อย่าเสียงดังสิ เดี๋ยวคนข้างนอกได้ยิน” ฟางเตือนเสียงแผ่ว สายตาคอยเหลียวมองท้ายโถง
แสงไฟฉายไหลไปตามผนังสีลอก ซากโต๊ะเก้าอี้เรียงรายเหมือนเงาร่างคนในเงามืด ทุกย่างก้าวเหมือนมีสายตาจ้องมองจากที่ซ่อน
“ทำไมอาจารย์ไม่เลือกที่อื่น” เอิร์ธยังคงสั่น
“อาจารย์ธีรบอกตึกนี้สงบ ไม่มีใครรบกวน…” นพตอบ แต่เสียงปลายประโยคแผ่วลง
เสียงลมหายใจในหมู่เพื่อนกลายเป็นจังหวะกดดัน ทุกคนรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ไม่มีใครกล้าพูด
จนกระทั่ง… เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นใกล้หูฟาง “ออกไป…”
ฟางสะดุ้ง หันซ้ายขวา “พวกมึงได้ยินมั้ย?”
ทุกคนหยุดกึก “อะไร?” นพหันมา
“เมื่อกี้เหมือนมีคนกระซิบ…” ฟางเสียงสั่น
“อย่าเล่น…” เอิร์ธพูดตัดบท ฝืนหัวเราะกลบเกลื่อน
แต่แววตาทั้งสามจ้องกันนิ่ง ไม่มีใครขำจริง
แสงไฟฉายสาดไปพบประตูห้อง 331 ที่ปลายทางเดิน ประตูไม้เก่าสีซีดถูกลอกสีจนเห็นเนื้อไม้ ฟางเดินนำด้วยหัวใจเต้นแรง
มือฟางแตะลูกบิด มันเย็นเฉียบจนเธอสะดุ้ง
เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เหมือนมาจากในห้อง “อย่า…”
เงียบงัน ความหวาดกลัวไหลผ่านร่างทั้งสาม
“เปิดเลย จะได้รีบคุยรีบกลับ” เอิร์ธกระซิบ
ฟางเปิดประตู ทุกคนแทรกตัวเข้าไปในห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับและฝุ่นหนา โต๊ะเรียนเก่าสามตัววางเรียง มีเงามืดตรงมุมห้อง
“อาจารย์ธีร?” นพเอ่ยเสียงแผ่ว
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงลมหายใจของพวกเขาเองและเสียงจิ้งจกไต่ผนัง
ฟางมองไปรอบห้อง สายตาปะทะกับกระดานดำที่มีตัวหนังสือขีดข่วนเป็นรอยลึก “คืนความทรงจำให้ฉัน”
“ใครเขียน?” เอิร์ธกระซิบ
นพเดินเข้าไปใกล้กระดานดำ สะดุดกองเศษกระดาษแห้งฝุ่น เขาก้มลงหยิบซองจดหมายเก่า หยากไย่เกาะเต็ม
ข้างในมีจดหมายลายมือสั่น “ถึง…ใครก็ตามที่ยังอยู่”
ทุกสายตาเงียบงัน ก่อนฟางจะอ่านต่อ
“…อย่าเชื่อเสียงในตึกนี้ มันจะเอาทุกอย่างไป แม้แต่ความทรงจำ…”
เอิร์ธขยับถอยหลัง “นี่มันอะไรกันแน่”
“ข้อความนี่…เหมือนเขียนเตือนเรา” นพเสียงแหบ
ขณะนั้น หน้าต่างบานหนึ่งเปิดเองโดยไม่มีลม เสียงประหลาดแว่วมา คล้ายลมหายใจหลายสิบสายพันกันในความมืด
ฟางใจเต้นแรง “กลับกันมั้ย”
นพพยายามกลืนกลัว “เดี๋ยวสิ ถ้าอาจารย์จะมา…”
เอิร์ธส่ายหน้า “เขาไม่นัดแน่ เราถูกหลอกให้มา”
เสียงกระซิบดังขึ้นอีก “พวกแก…ไม่ควรอยู่ที่นี่…”
เสียงนั้นชัดเจนขึ้น ทุกคนมองหน้ากัน สายตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
นพส่องไฟฉายไปที่มุมห้อง เห็นเงาร่างเลือนรางคล้ายใครนั่งพิงผนัง หายใจเบา ๆ
“ใครน่ะ!” ฟางตะโกน ทั้งห้องเงียบกริบ เงานั้นสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะจางหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่
เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดินด้านนอก ทุกคนขวัญผวา
“มีคนอยู่ข้างนอก…” เอิร์ธกระซิบ ฟังดูไม่มั่นใจนัก
นพเดินไปชิดประตู แง้มดูเล็กน้อย เห็นเงาผ่านหน้าประตูเร็ว ๆ
“อาจารย์ธีร?” นพเรียก ไม่มีเสียงตอบรับ
ประตูถูกผลักแรงจากด้านนอก ทุกคนสะดุ้ง ตัดสินใจดันโต๊ะไปขวางไว้
“เราติดอยู่ข้างใน!” ฟางเสียงแตก
เสียงกระซิบวนเวียนรอบห้อง “อยู่กับฉัน…อยู่กับความทรงจำ…”
เอิร์ธเริ่มร้องไห้ “จะออกยังไง”
นพพยายามเปิดหน้าต่าง แต่ไม้เก่าผุพังแค่ขยับนิดเดียวก็เสียงดังเอี๊ยด
ฟางเดินไปทางกระดานดำ เห็นข้อความเปลี่ยนเป็น “ฉันจำได้หมดแล้ว”
“ข้อความเปลี่ยน! มึงดูสิ!” ฟางชี้มือสั่น
นพกับเอิร์ธหันขวับ ข้อความเก่าโผล่ขึ้นมาใหม่ “เธอจะไม่ออกไปไหนถ้าไม่คืนมันให้ฉัน”
เอิร์ธตะโกน “มันต้องการอะไร!”
เสียงกระซิบดังรอบห้อง “คืนความทรงจำของฉัน…”
บรรยากาศในห้องกดดัน ทุกคนเงียบ ไม่มีใครกล้าขยับ
ฟางหอบหายใจพยายามนึก “ความทรงจำอะไร…”
จู่ ๆ กำแพงห้องเย็นยะเยือก ความมืดปกคลุมราวกับตึกทั้งหลังกลายเป็นอีกโลก
เอิร์ธเปิดไฟฉายส่องไปที่โต๊ะ พบชื่อ “อรวี” ขีดไว้ลึก ๆ พร้อมวันที่เก่ากว่า 20 ปี
“ใครคืออรวี” เอิร์ธพึมพำ
นพเดินสำรวจ พบสมุดจดเล่มเล็กใต้โต๊ะ เปิดดูเจอชื่อ “อรวี ศึกษา 6/1” กับข้อความ “อย่าไว้ใจใคร…”
ฟางรื้อของในห้อง พบกล่องไม้เก่า ๆ ซ่อนอยู่ในซอกผนัง เปิดออกมาเจอเทปเสียง
“ลองเปิดฟังไหม” นพเสนอ ฟางลังเลแต่เปิดเทป กลไกฝืด ๆ ส่งเสียงแหลม
เสียงเด็กสาวเปล่งออกมาในความเงียบ “ช่วยด้วย…พวกเขาจะเอาความทรงจำของฉันไป…”
เสียงขาด ๆ หาย ๆ ตามด้วยเสียงกระซิบ “อย่าไว้ใจพวกเขา…”
ฟางเงียบทันที ใจเต้นแรงมาก “เกี่ยวกับคนในตึกนี้แน่”
นพนั่งลงข้างโต๊ะ สังเกตเห็นช่องลับเล็ก ๆ ตรงขาโต๊ะ เขาใช้นิ้วแซะออก พบจี้เงินรูปดาว
ฟางจับจี้นั้น รู้สึกเย็นชืดเหมือนถูกดึงเข้าสู่ความมืดในห้วงความคิด
ทันใดนั้น เสียงกระซิบชัดเจน “เธอเอาของฉันไป คืนมา…”
ทุกคนมองหน้ากันด้วยความสับสน
เอิร์ธเดินไปที่หน้าต่างพยายามงัดออก “มันเหมือนห้องนี้ล็อกเราไว้”
เสียงกรอบแกรบดังจากเพดาน ฝุ่นร่วงเหมือนมีบางอย่างขยับอยู่ข้างบน
นพกระซิบ “ต้องมีอะไรอยู่เหนือหัวเรา…”
ฟางตัดสินใจปีนขึ้นไปบนเก้าอี้ ส่องไฟขึ้นไปเห็นฝ้าเพดานมีรอยร้าวเป็นทางยาว
เสียงกระซิบข้างหู “มันฝังอยู่ข้างบน…”
เอิร์ธสั่นเทา “อย่าขึ้นไป…”
ฟางลงจากเก้าอี้ หันไปหาเพื่อน “อรวีคือใครกันแน่…”
นพพลิกสมุด เจอหน้ากระดาษลับที่เขียนว่า “อรวีถูกขังที่นี่ พวกเขาไม่ให้เธอออก…”
บรรยากาศยิ่งหนักอึ้ง เหมือนมีเงาดำแผ่เข้ามาปกคลุม
เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาจากทางเดิน หนักแน่นและช้า ทุกคนกลั้นหายใจ
ประตูถูกเคาะสามครั้ง เสียงกระซิบ “เหตุผลที่เธออยู่ที่นี่ เธอทำผิด…”
เอิร์ธพึมพำ “พวกเขาขังเธอไว้…”
เสียงในเทปลั่นอีกครั้ง “อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว…”
ฟางรู้สึกหนาวเย็นสั่น สายตาย้อนกลับไปที่จี้เงิน เธอจ้องมันเหมือนมีอะไรซ่อนอยู่ข้างใน
เสียงกระซิบดังขึ้นแบบชัดเจน “เธอจำได้ไหม…”
ฟางสั่นเครือ น้ำตาซึม “ฉันไม่รู้เธอคือใคร แต่…ฉันขอโทษ”
นพกับเอิร์ธเงียบ ต่างคนต่างงุนงง
กระดานดำเปลี่ยนข้อความ “แค่คืนมันมา…”
เอิร์ธหยิบจี้เงินไปวางตรงโต๊ะที่มีชื่ออรวีทันที
เสียงลมแรงดังวูบผ่านห้อง ผนังเริ่มสั่น ทุกอย่างคล้ายจะพังทลาย
เสียงกรีดร้องของเด็กสาวแว่วมา แล้วเงียบลงทันที
ประตูเปิดออกเอง เสียงกระซิบหายไป ทุกคนมองหน้ากัน ไม่เชื่อสายตา
นพเดินไปข้างนอกก่อน สายตาเหลียวมองไปยังเงาที่ยังไหวอยู่ในมุมตึก
“ออกไปกันเถอะ” ฟางพูดเสียงสั่น
เอิร์ธยังลังเล “เราทำถูกแล้วใช่ไหม”
ขณะที่พวกเขาเดินออกจากตึก ตึกทั้งหลังกลับเงียบสนิท ไม่มีเสียงใด ๆ
เมื่อพวกเขาหันกลับไปมอง เห็นหน้าต่างห้อง 331 เงาของเด็กสาวนั่งกอดเข่า จ้องมองลงมาอย่างเงียบงัน
เสียงกระซิบแผ่วเบาดังลอดออกมา “ขอบคุณที่คืนให้…แต่ความลับของเธอ…ยังไม่จบ”
กลุ่มเพื่อนรีบเดินห่างออกไป ไม่มีใครกล้าพูดเรื่องคืนนี้อีกเลย
แต่ในใจของฟาง เสียงกระซิบยังคงวนเวียนอยู่ตลอดไป