คืนหนึ่งใต้เงาจันทร์หิมะ
ไอหิมะเบาบางลอยละล่องกระทบหน้าต่างห้องพัก นักศึกษาหอ SARA Hall แห่งเมืองนิววินเทอร์พอร์ตกำลังขดตัวในผ้าห่ม อาเทน นั่งกอดเข่าอยู่ตรงมุมห้อง จ้องแสงไฟสีส้มเหนือโต๊ะวาด พลางมองภาพในสมุดสเก็ตช์ หน้ากระดาษเป็นภาพคฤหาสน์ริมทะเลสาบที่ยังวาดไม่เสร็จ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงถอนหายใจของเขาแทบจะกลืนไปกับลมหนาวนอกหน้าต่าง ประตูห้องเปิดเงียบ ๆ เร็น เพื่อนร่วมหอรูมเมตผู้มีผมดำขลับ เดินเข้ามาด้วยท่าทางทื่อ ๆ มือหนึ่งถือถุงขนม อีกมือขยี้เสื้อกันหนาวตัวใหญ่
“ยังวาดอยู่เลยเหรอคืนนี้” เสียงเร็นเบา อาเทนไม่เงยหน้า
“คืนนี้เหมือนเมื่อคืนก่อน… ก็ติดภาพนี้” อาเทนตอบโดยไม่สบตา ลมหายใจกลายเป็นไอจาง ๆ
เร็นหย่อนตัวลงบนเตียงข้าง ๆ ยื่นขนมซองหนึ่ง “ลองอันนี้ไหม—แกนั่งวาดตรงหน้าต่างตลอด เดี๋ยวไม่สบายอีก”
อาเทนยักคิ้ว “จะให้ฉันวาดอะไรที่ ‘อุ่นใจ’ กว่านี้หรือเปล่า?”
เร็นนิ่งไปครู่ ใบหน้าเหมือนมีเงาอะไรบางอย่าง ทันใดก็มีเสียงหวีดดังแว่วไกล ๆ จากชั้นล่าง เหมือนเสียงใครบางคนกรีดร้องแล้วดับหายไป
ทั้งสองนิ่งงัน อาเทนเสียวสันหลังวูบ เขาค่อย ๆ วางสมุดสีดำลง แล้วลุกเดินไปเปิดประตู เร็นรีบตามหลัง ทั้งคู่ก้าวเข้าโถงทางเดินยาวที่โปร่งสลัว แสงไฟกะพริบจาง ๆ
ข้างล่างมีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งยืนร้องไห้ น้ำตาอาบแก้ม เสียงสะอื้นขาดห้วง “ฮาว่า… หายไป… เธอหายไปในห้อง!”
ฝีเท้านักศึกษาจากห้องใกล้ ๆ แตกตื่น ทุกคนมองหน้ากันอย่างตื่นตระหนก อาเทนและเร็นแลกสายตากันโดยไม่พูด
“เธอหมายถึงฮาว่าหรือ?” เร็นเอ่ยถามเสียงตะกุกตะกัก นักศึกษาหญิงพยักหน้ารัว ดวงตาเหลือกด้วยความกลัว
“เค้า… เหมือนจะพูดกับอะไรในเงามืด แล้ว… แล้วก็ไม่มีแล้ว!”
เสียงลมหายใจอาเทนหนักขึ้น เขาเหลือบดูหน้าต่างบานเล็ก แสงจันทร์สะท้อนบนพื้นหิมะนอกคฤหาสน์ ทั้งโถงหอคอยหนาวจัดขึ้นทันที
จังหวะนั้นเอง เสียงผู้ดูแลหอพักหญิงวัยกลางคนเดินเร็ว ๆ มาตามทางเดิน ใบหน้าตึงเครียด “ทุกคนกลับห้อง—ตันโจว โทรหาตำรวจด่วน!” เธอเหลือบมามองอาเทนและเร็นเป็นพิเศษ
อาเทนกับเร็นสบตากัน อาเทนกระซิบเบา ๆ “แกคิดว่า… มีอะไรมากกว่านี้ไหม?”
เร็นทำท่าจะตอบ แต่กลับเงียบ พลางมองลึกเข้าไปในทางเดินมืด “ฉันว่ามันเริ่มตรงที่ภาพวาดของแกหรือเปล่า…?”
ทั้งสองเดินกลับห้องโดยไม่พูดกันอีก คืนทั้งคืนเต็มไปด้วยความเงียบอึดอัด เสียงลมหิมะปะทะกระจกเบา ๆ อาเทนจ้องภาพคฤหาสน์ที่ยังไม่เสร็จ น้ำมือค้างอยู่กลางอากาศ หัวใจเต็มไปด้วยคำถามและความกลัว
รุ่งเช้าฟ้าโปร่งนอกหน้าต่างซ้อนทับหิมะขาวโพลน อาเทนตื่นก่อนเร็น เขาปล่อยให้แสงกระทบใบหน้า ก่อนเช็ดตาแล้วเดินไปล้างหน้าที่ห้องน้ำรวมระหว่างทางเจอหญิงสาวผมยาวชื่อไมนด์ หญิงสาวนั่งกอดเข่าเงียบ ๆ ใต้บันได อาเทนชะงัก หยุดมอง สายตาไมนด์ว่างเปล่า
“เมื่อคืนน่ากลัวเนอะ” อาเทนทัก ไมนด์เอาแต่ก้มหน้า ไม่ตอบซ้ำ เงียบอยู่นานจนคนเดินผ่านไปหมด
“ฮาว่า… เคยเล่าให้ฟังไหม ว่าเธอเชื่อเรื่องคำสาป” ไมนด์พูดเสียงเบาแทบเป็นกระซิบ อาเทนขมวดคิ้ว พยักหน้าช้า ๆ
“จริงเหรอ—คำสาปจากอะไร”
ไมนด์ร้องไห้โดยไม่มีเสียงน้ำตา “คำสาปคฤหาสน์นี้… เค้าว่า ถ้าซ่อนความจริงไว้นาน ๆ คนคนนั้นจะถูกพาไปใต้เงาจันทร์”
อาเทนนิ่งอึ้ง ไม่รู้จะถามอะไรอีก ครู่หนึ่งก่อนเขาจะเดินต่อ หัวใจยังจมกับเรื่องเมื่อคืน ภาพในหัวหมุนวนไม่หยุด
ห้องศิลปะของมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยภาพวาดหลากสี นักศึกษาเดินไปมาเยอะกว่าปกติ อาเทนฝืนใจวาดรูปต่อ ทั้งมือที่วาดและสายตาเต็มไปด้วยคำถาม
อาจารย์ประจำวิชาชมผลงานอาเทน “ช่วงนี้ตกใจสินะ ดูจิตใจว้าวุ่น ฝีมือแกสั่นกว่าปกติ”
“ผมแค่…ไม่เคยเห็นใครหายไปตรงหน้าต่างห้องอย่างนั้น ตั้งแต่เด็กผมกลัวความว่างเปล่า” อาเทนพูดสวน
“ความว่างเปล่าเปลี่ยนทุกความกลัวเป็นภาพใหม่ ชีวิตแกต้องกล้าวาดมัน อย่าแค่ซ่อน—มันไม่หายไปไหน” อาจารย์เอ่ยเบา ๆ
เสียงเลิกเรียนดังขึ้น อาเทนเก็บของ หันไปเห็นเร็นยืนรอที่ประตู “ไปเดินเล่น ริมทะเลสาบกันไหม”
ริมทะเลสาบถูกหิมะปกคลุม อาเทนและเร็นเดินด้วยกันโดยไม่มีบทสนทนาอยู่นานจนเร็นเริ่มเอ่ย “แก…กล้าพูดถึงพ่อไหม ฉันรู้ดีว่าเคยหยุดวาดรูปไปเพราะเขาคนนั้น”
อาเทนหยุดกะทันหัน “ฉัน…กลัวความผิดซ้ำอีก ฉัน…ไม่กล้าให้อภัยตัวเองเรื่องนั้น” หิมะละลายปลายรองเท้าทั้งสอง
“ถ้าแกให้อภัยตัวเองไม่ได้—แล้วจะวาดอนาคตได้ยังไง…” เร็นพูดบางเบาแต่แทงใจ
ถึงเย็น ทั้งสองกลับหอ ข้างทางพบตำรวจมาสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อคืน หลายคนแอบซุบซิบ ฤดูหนาวยิ่งดูหนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ ทุกคนในหอดูหวาดผวา
คืนนั้นอาเทนนอนไม่หลับ สมุดสเก็ตช์วางอยู่ข้างหมอน เขาลุกมานั่งกรังกลางดึก เพ่งมองคฤหาสน์ในกระดาษแล้วเห็นเงาดำคล้ายรูปเงาคนซ้อนอยู่ตรงหน้าต่างในภาพ สะท้อนบนกระจกจริงพอดี
เสียงเคาะประตูเบา ๆ อาเทนเปิดประตูเห็นไมนด์ยืนร้องไห้ “ขอเข้าไปหน่อย…”
อาเทนพยักหน้าอย่างระแวง ไมนด์หย่อนตัวลงบนเก้าอี้ เธอมองไปรอบห้อง “เมื่อคืนฉัน…เห็นเงาอะไรบางอย่างเงาลากยาวบนผนัง มันคล้ายรูปฮาว่าแต่กลับไม่ใช่ เธอยืนใต้แสงจันทร์หิมะ แล้ว…หายไปในกำแพง”
“แกคิดว่ามีอะไรอยู่ในภาพของฉัน?” อาเทนหันไปถามเร็นซึ่งนอนฟังเงียบ ๆ
เร็นพลิกตัว “แกเคยกลัวอะไรที่สร้างด้วยมือแกเองไหม?”
อาเทนกลืนน้ำลาย “ฉันเคยกลัว…แต่ฉันก็ยังวาดมัน”
เช้าวันถัดมา อาเทนกับเร็นเดินสำรวจรอบคฤหาสน์ริมทะเลสาบ หิมะสูงเกือบถึงหัวเข่า อาเทนวาดภาพใหม่ขึ้นมาเรื่อย ๆ ภาพหนึ่งเป็นหน้าต่างบานเดียวกับในเหตุการณ์คืนหายตัว
เร็นชี้ไปที่ขอบหน้าต่างซึ่งมีรอยดำคล้ำ “ตรงนั้น…เหมือนรอยมือเก่า ๆ”
อาเทนเพ่งดูพบเศษผ้าขาดขยุ้มหนึ่งติดอยู่ตรงซอกไม้ เขาหยิบขึ้นมาช้า ๆ ได้กลิ่นแปลกประหลาดเหมือนกลิ่นฝุ่นผสมกลิ่นเลือด
เร็นถอนหายใจ “เราจะเอายังไงต่อ?”
“แกเชื่อคำสาปในคฤหาสน์มั้ย?” อาเทนถามเสียงเบา
เร็นนิ่ง “ฉันเชื่อว่าทุกคนมีความลับ…”
คืนนั้น ไมนด์หายตัวไปอีกคน ทั้งหอแตกตื่น ตำรวจมาเพิ่ม ทุกห้องถูกตรวจค้น อาเทนรู้สึกผิดอย่างไม่มีเหตุผลเหมือนเป็นความรับผิดชอบของตนเอง
เร็นปลอบ อาเทนปิดไฟทั้งห้อง “ฉันอยากรู้อะไร…เฮ้ย เร็น แกกลัวอะไรที่สุด”
เร็นเงียบชั่วขณะ ก่อนตอบ “กลัวว่าเรา…จะไม่เหลืออะไรกันเลยในใจ”
กลางดึกอาเทนฝันร้าย ถึงคฤหาสน์ที่พังทลาย ตัวเองวิ่งหนีเงาดำและหิมะที่บางเบาจนเย็นเยียบ เขาตื่นขึ้นพร้อมเสียงน้ำตาของเร็นที่นั่งร้องไห้เบา ๆ ริมหน้าต่าง
“ฉันกลัว…ว่าฉันจะเป็นรายต่อไป” เร็นพึมพำขณะมองท้องฟ้ากลางคืน
วันรุ่งขึ้น นักศึกษาทั้งหอถูกเรียกรวมที่โถงกลาง ตำรวจสอบถามถึงเบาะแส ไมนด์กับฮาว่ายังคงหายสาบสูญ
อาเทนสังเกตเห็นในแผงรูปภาพประกาศตามหาคนหาย มีภาพถ่ายเก่าขอบเหลืองภาพหนึ่งติดอยู่ เลขประจำตัวตรงกับรหัสที่ติดบนสมุดไมนด์—เขาหันไปกระซิบถามตำรวจ
“รูปนี้…มันคืออะไร?”
สารวัตรหนุ่มถอนหายใจ “เด็กในรูป…เคยหายตัวไปเมื่อสิบปีก่อน จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครเจอศพ—บนกระดาษเขียนว่า ใต้เงาจันทร์หิมะ”
ความเยือกเย็นแผ่ซ่านทั่วแผ่นหลังอาเทน เขารู้สึกเหมือนบางอย่างมองอยู่ผ่านหน้าต่างคฤหาสน์ในภาพวาดของตน
เย็นวันเดียวกัน อาเทนกลับห้อง เขาและเร็นนั่งข้างกันเงียบ ๆ เร็นเอานิ้ววนบนโต๊ะไม้เก่า
“ถ้าเราเอาทุกอย่างออกจากหัวใจแล้ว…จะมีที่ให้สิ่งใหม่ไหม” เร็นถามเบา
อาเทนฝืนยิ้ม “ฉันว่าใช่ ถ้าเรากล้ายอมรับอดีต”
ทั้งสองนั่งเงียบอยู่นานจนดาวในคืนหนาวเริ่มขยับ เสียงลมหิมะเบาจนแทบไม่ได้ยิน ถัดจากนั้นอาเทนตัดสินใจลงไปยังห้องใต้ดินของคฤหาสน์ ซึ่งเขาไม่เคยกล้าไป—แต่หัวใจเต้นเร็วด้วยความกลัวและความค้างคา
ในห้องใต้ดินเงียบว่างเปล่า แสงไฟฉายเป็นลำแคบ เขาเห็นรอยจางบนฝาผนัง—เหมือนภาพเงามนุษย์ฝังในปูนขาว อาเทนลูบผนัง มันเย็นเยียบ
ทันใดแสงไฟกระพริบ มีเสียงเรียกเบาจากเงามืด “วาดฉันออกไปจากตรงนี้สิ…”
นั่นคือเสียงผู้หญิง เขาจำเสียงฮาว่าได้ อาเทนมือสั่น รีบควักสมุดขึ้นมาวาดตามเสียง แสงไฟคล้ายสั่นตามจังหวะมือ เขาวาดเส้นของภาพเงาอย่างตั้งใจ เริ่มจากเงาดำ ใส่เส้นใหม่ลงผนัง เสียงกรีดร้องลอยแว่วมาอีกครั้ง แต่กลับเบาลง… เบาลง…
เร็นตามลงมาทัน “เกิดอะไรขึ้น!”
เสียงในเงามืดเงียบลง อาเทนวางดินสอ ก้มแก้มเปียกน้ำตา “ฉันกลัวมาตลอด กลัววาดอดีต กลัวเป็นสาเหตุให้ใครหายไป ฉัน…ฉันกลัวตัวเอง”
เร็นเข้าไปดึงอาเทนมากอดไว้แน่น “แกไม่ต้องรับผิดชอบอดีตเสมอไป บางอย่างมันอยู่นอกมือแก”
ใต้แสงจันทร์ในห้องใต้ดิน เงาดำละลายจากผนังช้า ๆ ลอยตัวขึ้นสู่เพดาน คล้ายภาพหิมะโปรยปราย ทันใดเงาในภาพกลายเป็นเส้นสีอ่อนจาง ลอยหายออกทางหน้าต่างบานเล็ก
รุ่งเช้า ฮาว่าและไมนด์กลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง ทั้งสองเหมือนจำอะไรไม่ได้ ยกเว้นความรู้สึกว่า “เหมือนฝัน มีเสียงใครสักคนลากเรากลับจากเงามืด” ฮาว่าเอ่ยอย่างสับสน
อาเทนกับเร็นสบตากัน เร็นยิ้มจาง ๆ “เห็นมั้ย แกก็วาดสิ่งดี ๆ ได้”
วันเวลาผ่าน อาเทนวาดภาพใหม่ เขาไม่มีร่องรอยความกลัวอีก ทั้งยังกล้าวาดภาพอนาคตของตัวเองข้าง ๆ เร็น—ใต้แสงจันทร์และหิมะที่ไม่เคยน่ากลัวอีกต่อไป
คืนสุดท้ายก่อนปิดเทอม ทั้งหอจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ ทุกคนหัวเราะ เสียงเพลงดัง อาเทนเดินออกมานั่งบนระเบียงเงียบ ๆ
เร็นเดินตามออกมานั่งเคียง “แกจะวาดรูปต่อไปใช่ไหม”
อาเทนพยักหน้า “และครั้งนี้ ฉันจะไม่กลัวตัวเองอีก”
เร็นหัวเราะเบา ๆ “ขอบใจที่พาฉันผ่านคืนมืด ๆ ตามเงาหิมะมาด้วยกัน”
อาเทนจับมือเร็นไว้ “ขอบใจที่ไม่ปล่อยให้เราต้องอยู่กับอดีตตลอดไป”
แสงจันทร์ทาบระเบียงขาวโพลนหิมะ เสียงหัวเราะและรอยยิ้มคลอเคลียเต็มพื้นที่คฤหาสน์ ทิ้งเงาจันทร์สุดท้ายบนหน้าต่างบานเก่าที่ครั้งหนึ่งเคยพรากใครไป—แต่คืนนี้คือการส่งใครกลับคืน