เงาราตรีแห่งดาวเมทริน
เสียงรถรับส่งพลังงานแม่เหล็กสะท้อนก้องในชั้นโลกใต้ดินของนครน็อกซ์ บนดาวเมทริน ไฟนีออนสีน้ำเงินฉายเงาคนพลุกพล่าน กลิ่นโลหะผสมกับกลิ่นอับของเมืองที่ไม่เห็นแดดมาหลายร้อยปี
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ลียา เด็กสาวผมดำตัดสั้น นั่งพิงหน้าต่างรถ เธอมองดูภาพสะท้อนตัวเองบนกระจก มือขวากำกำไลข้อมือเก่า ๆ ที่แม่เคยมอบให้ก่อนหายตัวไป พลั่วมือและเครื่องอ่านรหัสติดตัวไว้ เธอถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะขยับตัวเมื่อรถหยุดกึก
“คนลุกย้ายแล้วลียา!” เสียงอาเทน เพื่อนสนิท เรียก เธอลุกขึ้น เดินก้มหน้าเบียดผู้คนลงรถ สายตาของลียากวาดผ่านกำแพงกราฟฟิตี้ที่ปนรอยสนิม เมืองนี้เต็มไปด้วยเรื่องเล่าประหลาด ทุกคืนมีเด็กบางคนไม่กลับบ้าน ทุกคืนข่าวการหายตัวถูกกลบด้วยเสียงประกาศของรัฐบาล
ลียาเดินเบี่ยงหลบคนคลั่งเทคโนโลยี เธอเจาะจงไปยังห้องเรียนที่ใต้ดินชั้นสี่ ห้องเรียนสว่างจ้า ต่างจากถนนด้านนอกที่อับเฉา อาจารย์เอ็คเทียนชายวัยกลางคน อดีตวิศวกรเคยสูญเสียครอบครัวในการทดลองผิดพลาด กำลังอธิบายเรื่องวงจรจิตในมนุษย์ “ถ้าได้ยินเสียงในหัว…อย่าเพิ่งกลัว เสียงนั้นอาจเป็นส่วนหนึ่งของเรา” เขาจงใจสบตาลียา brief เวลาเธอเหม่อลอย
เมื่อพัก ลียานั่งทานซุปเย็นข้างๆ อาเทน “เมื่อคืนพ่อฉันบอกเห็นเงาชั้นสิบ หญิงสาวโดนดึงเข้าเงา…แต่พ่อกลัวเลยไม่เข้าไปดู” อาเทนเสียงสั่น ลียาหัวเราะจืด “คนในเมืองนี้ก็ชอบแต่งเรื่อง แต่…บางทีฉันก็รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ”
เสียงเตือนจากเครื่องอ่านรหัสบอกเวลาปิดประตูเมืองใกล้จะมาถึง ลียารีบเดินกลับห้อง แต่เมื่อผ่านซอกอาคารร้าง เธอได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ และเห็นเงาเลื้อยบนผนัง ความกลัวกรายเข้าข้างในโดยไม่ทันตั้งตัว เฮือกหนึ่งคล้ายเงานั้นหันมาจ้อง เธอเร่งฝีเท้าแต่สะดุดล้ม มีมือหนึ่งคว้าข้อแขน เธอสะบัดจนกระทั่งแสงไฟสลัวสว่างเผยให้เห็นหน้าวัยรุ่นชายผมยุ่ง ใบหน้าสีซีดและขอบตาคล้ำ
“นึกว่าตัวไหน—ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ตกใจ!” เด็กหนุ่มยกมือ “ฉันแค่…รอเงาเหมือนกัน”
ลียานิ่ง มองชายแปลกหน้า มือขวายังจับกำไลแน่น “คุณเป็นใคร?” น้ำเสียงเย็น
“นาดิล” เขาตอบสั้น ๆ “ฉันอยู่ในอาคารนี้ ไม่ใช่คนใหม่ ฉันไม่ได้ทำอะไรเธอ”
ลียาเพ่งมอง จำได้ว่ามีข่าวเด็กจรจัดที่ผันตัวมาขอทานแถวนี้ แต่หน้าของชายคนนี้แปลกตากว่าเพราะดวงตาคมวาว ลียาถอยระวัง “ถ้าคุณเจอเงา…คุณเห็นอะไร?”
นาดิลนิ่ง ริมฝีปากสั่นเป็นระยะ “มันเร็ว มัน…รู้จักชื่อฉัน พ่อฉันหายไปกับเงานั่น” เสียงเขาเต็มไปด้วยความขมขื่น
บรรยากาศระหว่างทั้งสองขึงตึง ลียารู้สึกถึงความเป็นมนุษย์ที่แหว่งวิ่นในดวงตาของนาดิล ส่วนลึกเธอกำลังกลัวมากกว่าที่ยอมรับ
เสียงดังคล้ายประตูเหล็กกระแทก พวกเขาสองคนชะงัก เงาเริ่มฉายเป็นรูปคนยาว ๆ ลอยตามพื้นผนัง เสียงเด็กหัวเราะแว่วเบาแต่ไร้ต้นตอ ลียามองตานาดิล ต่างคนต่างสื่อสารทางสายตา ‘อยู่หรือไป?’
“นาย…จะลองดูไหม?” ลียาถามเบา ๆ สองคนขยับไปข้างหน้า ต่างจับอุปกรณ์ติดตัวแน่น ลียาดึงมัลติทูลออกจากกระเป๋า นาดิลหยิบแท่งเหล็กขึ้น พวกเขาเดินช้า ๆ ผ่านตรอก เสียงแปลกประหลาดดังมืดลึกขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะที่ทั้งคู่เดินสวนกับทางตัน พวกเขาเห็นผนังถูกขูดรอยเป็นคลื่น ๆ ราวกับถูกดึงบางส่วนออก รอยข่วนรูปร่างมือคนแต่เรียวยาวผิดธรรมชาติ นาดิลสูดลมหายใจลึก “คืนนี้มันอยู่ใกล้กว่าที่คิด”
เสียงสว่านเก่าดังใกล้ ๆ ลียารู้สึกเย็นวาบที่ต้นคอ เธอเงยหน้ามอง ไฟในตรอกเริ่มดับทีละดวง “ถ้าเกิดอะไรขึ้น…เราต้องแยกกันนะ” เธอกำมือมั่น
นาดิลไม่ตอบ เขาจับแขนลียาแน่นขึ้น ไม่ปล่อยให้เธอวิ่งหนีคนเดียว เสียงฝีเท้าทับซ้อน แสงไฟกระพริบ เงามืดวาบพุ่งออกจากผนัง ฉับพลัน ลียาเห็นเด็กผู้หญิงตาเบิกโพลงพุ่งออกมาจากเงา ส่งเสียงกรี๊ด เงาเลื่อนตัวประกบหล่อนแน่นก่อนหายไปในอากาศ
ทั้งสองหยุดชะงัก หัวใจเต้นรัว ลมหายใจหนืด เหมือนเวลาหยุดชั่วขณะ ลียามองนาดิล พยายามกลั้นน้ำตา “เรา…ต้องหาคำตอบ ไม่อย่างนั้นเราจะไม่มีวันนอนหลับปกติอีก”
“และคนที่เรารักอาจเป็นรายต่อไป” นาดิลยืนขึ้นตรง ดวงตาแววละอองน้ำตา พวกเขาสะกดกลั้นความกลัว ก้าวไปข้างหน้าทีละน้อย
คืนถัดมา สองคนกลับมาที่ซอกอาคารอีกครั้ง เกลียวลมใต้ดินเย็นเฉียบ โรขยะถูกผลักกระจายคล้ายใครสักคนรื้อหาอะไร ลียาสังเกตรอยเท้าขนาดเล็กบนพื้น “นั่นใช่เด็กเมื่อคืนรึเปล่า?” เธอตั้งข้อสงสัย
นาดิลยกตาเขม็ง “เด็กคนนั้นเคยเห็นในชุมชนจรจัด เธอหายตัวไปสองสัปดาห์ก่อน พวกเราต้องสืบจากชั้นข้อมูลใจกลาง”
แม้จะกลัวขุมข้อมูลใจกลางขึ้นชื่อว่าเต็มไปด้วยกับดักเทคโน แต่ลียาเห็นด้วย สองคนวางแผนด้วยกันอย่างเงียบ ๆ นาดิลสอนเทคนิคการหลบกล้องวงจรที่เรียงกันแน่นหนา
พอเข้าสู่ลิฟต์เก่า เสียงเล็ก ๆ จากในเครื่องดังขึ้น “เตรียมใจไว้ ยังไงเค้าก็รู้ว่าเรามา” นาดิลกระซิบ ลียาเงียบ ดีดลิ้นด้วยความเครียด เธอพึมพำกับตัวเอง “ฉันไม่กลัว…ถ้าจะต้องรู้”
เสียงซ่าแห่งคลื่นข้อมูลทักทายเมื่อลิฟต์เปิดถึงศูนย์ประสานโดรน เคาน์เตอร์ไร้คนแต่เต็มไปด้วยแสงเงากระพริบ บนผนังมีรูปเด็กหลายสิบคนกับข้อความ ‘สูญหาย’ ดวงตาของลียาเบิกโพลง เธอหยุดมองภาพแม่ที่อยู่ข้างท้าย เหงื่อไหลซึมข้างขมับ
“นาย ฉันไม่เคยกล้าดูภาพนี้ใกล้ ๆ มาก่อน” ลียาเปล่งเสียงพร่า นาดิลแตะไหล่เบา ๆ แต่ไม่พูดอะไร
ขณะที่ทั้งสองค้นข้อมูลจากช่องป้อนรหัส สัญญาณเตือนดัง “ผู้บุกรุก…กรุณาระบุรหัส” ลียารีบเสียบรหัสเครื่องอ่าน เสียงประหลาดดังใกล้ทางเดิน ลมเย็นจัดตีวนเป็นเกลียว เงาดำพุ่งแทรกเข้าไปในห้อง ใต้แสงไฟ มันเปลี่ยนรูปร่างแว็บ ๆ ระหว่างมนุษย์กับสิ่งประหลาด ทั้งสองหลบเข้าสู่ช่องระบายอากาศข้างเคียง ชีพจรเต้นรัว
หลังเหตุการณ์หวุดหวิด ทั้งคู่ขดตัวเงียบ ๆ ใต้หว่างท่อ นาดิลกุมกล่องเหล็กเก่า ๆ “ฉันขโมยกล่องนี้ได้จากใต้เงา หวังว่าจะเป็นกุญแจไขอะไรบางอย่าง…”
ลียาเพ่งมอง ฝาเปิดเห็นไดอารี่อิเล็กทรอนิกส์บันทึกเรื่องราวในเมือง ‘ถ้าเงาเกิดจากการทดลองผิดพลาด…ใครคือคนที่เปิดประตูแรก?’ ลียาอ่านเสียงดัง
นาดิลกัดปาก “อาจารย์เอ็คเทียน เขาเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องวงจรจิต…”
ความคิดวนซ้อนในหัวลียา คล้ายประตูบางอย่างกำลังเปิด
(ฉากถัดไปยังมีต่อใน content…)