เหนือเงาจันทร์
เสียงระฆังกลางหมู่บ้านดังกังวานกระทบผนังไม้เก่า ไอยรา กำลังเดินฝ่าหมอกบางในเช้ามืด เธอสวมเสื้อกันฝนสีซีดสะพายกระเป๋านักเรียน เกือบถึงทางโค้งจะขึ้นโรงเรียน เสียงฝีเท้าเร่งไล่หลังมาอย่างฉับพลัน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!"ไอ! รอด้วย!" เสียงตะโกนแฮก ๆ ของเจนจิราเพื่อนตัวผอม วิ่งตาม ลมหายใจรดท้ายใบหู ไอยราหยุด หันมามองในเงาหลัวของแสงไฟถนน
เจนยิ้มอาย ๆ "เมื่อคืน ฝันแปลกว่ะ ฝันว่าณิชายืนอยู่ใต้ต้นสน… แต่หน้าเหมือนเปื้อนดิน ผมเปียกโชก เล็บถลอก…" ไอยราขมวดคิ้ว หลบตา "อย่าพูดเรื่องนั้นเลย" เธอว่าเบา ๆ "แม่ฉันถึงกับไม่ยอมให้กลับดึก"
สองคนเดินต่อในความเงียบชั่วครู่ ลมหนาวพัดใบไม้สะบัดเกรียว ราธิชาซึ่งยืนรออยู่บนสะพานหิน โบกมือมาแต่ไกล "เดินช้า เดี๋ยวครูก็ปิดประตู"
ทั้งสามเดินเข้าหากัน จ้องตามกันเหมือนสื่อความหมายที่ไม่ต้องการเอ่ย เงาเล็ก ๆ คลุมใบหน้าพวกเธอ ตึกโรงเรียนยื่นสูงอยู่เบื้องหน้า ทันทีที่เสียงระฆังดังรอบสอง ทั้งหมู่บ้านเงียบสนิทอย่างผิดปกติ
ในห้องเรียน ไอยรานั่งข้างหน้าต่าง มองออกไปยังป่าสนซึ่งทอดยาวจนสุดขอบฟ้าหมอก ครูหญิงแต่งผ้าไหมเดินเข้ามาด้วยท่าทางขัดเคือง "ยังไม่มีใครมีข่าวของณิชาใช่ไหม" เสียงเงียบว่างเปล่า แววตาอาจารย์ส่องดูทุกคนในห้อง
ราธิชาเงยหน้า "เมื่อคืนเห็นรถตำรวจขึ้นดอยค่ะ เห็นบอกว่าพบรองเท้า…" เสียงขาดห้วง ไอยราหน้ามืดวูบ พยายามระงับน้ำตา
หลังเลิกเรียน สามสาวเดินซึมลงบันไดไม้ "พวกแก…เราควรบอกเรื่องนั้นกับแม่ไหม" เจนจิราเอ็ดอึง "ถ้าบอก พวกเขาต้องห้ามเรามาโรงเรียนแน่!"
ไอยราสบตาราธิชาเป็นเชิงถาม ราธิชาเม้มปากแน่น "เราเท่านั้นที่เห็นณิชาเดินเข้าไปในป่าคืนนั้น เราต้องหาความจริงเอง"
เจนตัวสั่น "ฉันกลัว…แต่ถ้าเป็นเพื่อนกันจริง ๆ ต้องช่วยกันใช่ไหม" ไอยราเอื้อมจับมือแน่น สามคนจ้องกลับด้วยแววกลัวปนแน่วแน่
กลางคืน ถนนดินเปียกชื้น แสงจันทร์เสี้ยวขับให้เงาร่างของเด็กหญิงทั้งสามทอดยาวไกลกว่าปกติ เสียงกบร้องแข่งกับสายลมราวกับลางร้าย
พวกเธอเดินเข้าป่าสน สายตาทุกคู่จับจ้องแสงไฟฉาย มองถุงเท้าสีฟ้าเก่า ๆ ถูกแขวนไว้ที่กิ่งหนึ่ง "ของณิชาแน่" ราธิชาก้มลง ถอนหญ้าแห้งดูใต้โคนต้น เจนจิราเบิกตากว้าง "นี่มัน…รูปสลักจิ๋ว?"
รูปสลักเนื้อไม้สลักหน้าเด็กสาว ทว่าใบหน้าบิดเบี้ยวซ่อนรอยขีดข่วน แสงจันทร์เคลื่อนผ่านเมฆครู่หนึ่ง เงารูปสลักสะท้อนเงาแปลก ๆ ไอยราขนลุกซู่
เจนรีบหันหลัง "เราไม่ควรแตะมัน…ใครทำไว้ตรงนี้?" ราธิชาเสียงสั่น "บางที อาจเกี่ยวกับคำสาปนั่น"
"ป้าศรีเคยเล่า เวลามีใครหายไป จะมีรูปสลักนี้ปรากฎในป่าเสมอ" ไอยราพูดแผ่ว "แต่ไม่เคยมีใครกล้าตามหาจริง ๆ"
เจนกอดอกหลบมุม "ไม่กลับได้ไหม? ทำไมเราคิดว่าใครบางคนกำลังมองเราอยู่" เสียงลมหวนหมุนเกรียว ไอยราจ้องเข้าไปในป่า ม่านเมฆบดบังจันทร์ชั่วแล่น
เสียงผิดปกติเหมือนกิ่งไม้หักจากที่ลึกเข้ามา "กลับกันก่อนเถอะ" ราธิชาเอ่ย ไอยราลังเลแต่พยักหน้า สามสาวรีบวิ่งกลับบ้าน หัวใจเต้นระรัวไม่รู้อะไรจริงอะไรฝัน
เช้าวันถัดมา หมอกหนาปกคลุมหมู่บ้านอีกครั้ง ไอยราตื่นขึ้นมาเห็นรูปสลักถูกวางไว้หน้าประตู พ่อแม่ของเธอไม่พูดถึง แต่แววตาดูหวาดหวั่น
ไอยราเดินออกมามองฟ้า หมอกหนาปิดท้องฟ้าทั้งหมด ราธิชาและเจนแอบมารอท้ายซอย "เมื่อคืนใครเอารูปสลักมาวางหน้าบ้านฉัน" ไอยราถามเสียงแข็ง
ราธิชาหลบตา "เปล่า…ฉันก็ได้รับเหมือนกัน เจนก็ด้วย" ความกลัวปะปนความสงสัย "ถ้าอย่างนั้น ใครกันแน่เป็นคนทำ?"
กลางวัน โรงเรียนแน่นขนัดด้วยเสียงกระซิบถึงคดีการหายตัว ณิชายังไร้วี่แวว ภาพโปสเตอร์สีซีดถูกปักทุกต้นไม้ริมถนน
เลิกเรียน ราธิชาชวนทั้งสองไปบ้านป้าศรี ป้าศรีเป็นหญิงชราที่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับป่า แกงกะหรี่บนเตาครัวอบอวลกลิ่นเครื่องเทศ
"รูปสลักน่ะ เด็กในหมู่บ้านโดนกันทุกคน" ป้าศรีเอ่ยนิ่ง ๆ ด้วยแววตาลึก "ถ้าค้นไม่เจอความลับของป่า จะไม่มีวันพบตัว คนที่หายไปก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของมัน"
ราธิชาถาม "ต้องทำอย่างไรถึงจะแก้คำสาป?" ป้าศรีเงียบอยู่นาน "ต้องกล้าเผชิญความกลัวของตัวเอง ถึงจะผ่านด่านของเจ้าป่าเจ้าดอย"
เจนเริ่มร้องไห้ "ฉันกลัว ฉันอ่อนแอเสมอ ไอยรา เรากลับไปหาความจริงไหม" แต่ไอยรากลืนลมหายใจ ลังเลคิดถึงตอนที่เธอทะเลาะกับณิชาก่อนเพื่อนหายตัวไป
ค่ำวันนั้น สามสาวรวมตัวกันที่ข้างน้ำตกกลางป่า ที่ที่ณิชาเคยไปซ่อนเวลาทะเลาะกับพวกเธอ เหม่อมองกระแสสายน้ำ ไอยราตัดสินใจเล่าเรื่องราวในคืนนั้น
"ฉันผิดเอง ฉันพูดแรงไป ณิชาเลยร้องไห้ วิ่งเข้าป่า ฉันไม่กล้าตาม…" น้ำตาไหลออกในที่สุด ราธิชาและเจนจับมือไอยรา เงียบนานเหมือนหยุดหายใจ
เจนกระซิบ "หากณิชายังคงอยู่ เราต้องขอโทษเธอด้วยตัวเอง ไม่มีใครหนีอดีตไปได้ตลอด"
กลางป่าในคืนไร้จันทร์ สามสาวจุดตะเกียงน้ำมัน สวมผ้าป้องกันลม เดินอย่างระแวดระวังตามร่องรอยในป่าเงียบสนิท เสียงทุกฝีเท้าแทรกเสียงหวีดหวิว ทันใดนั้น ร่างหนึ่งโผล่พรวดออกจากพุ่มไม้ เจนร้องกรี๊ด ไอยราชะงักมือสั่นกลัวที่สุดในชีวิต
แต่ร่างนั้นคือคุณครูหนุ่มประจำบ้าน เขายิ้มแหย "นี่พวกเธอมาทำอะไรกันกลางดึก"
ราธิชายืนอึ้ง "มาตามหาเพื่อนค่ะ ครูเห็นรอยอะไรแปลกไหม"
ครูก้มดูพื้นใบไม้ "มีรอยลากผ่าน ลึกเข้าไปทางต้นสนด้านหลัง ระวังตัวกันด้วยนะ" เขาเหลียวมองไอยราเป็นพิเศษ
สินทรัพย์ที่หายไประหว่างหาเพื่อนคือความเชื่อใจ ภายใต้เงาป่าสน สามสาวเผชิญกับความกลัวซ้อนสลับ ฉากกลางป่า ท่ามกลางความเย็นยะเยือก ราธิชาหันไปสารภาพความลับ "ฉันเห็นณิชากลางป่าเมื่อสองวันก่อน แต่เธอกลับมีใบหน้าบิดเบี้ยวราวกับรูปสลัก ฉันกลัวจึงปิดบัง"
เจนตะลึง น้ำตาคลอเบ้า "ทำไมไม่บอก! เราสัญญาว่าจะไม่ทิ้งกัน"
ไอยรากำหมัดแน่น หันไปกอดเพื่อน "เราทุกคนมีความกลัว ฉันเองก็ปกปิดตัวเองว่าไม่ได้ผิด ถือว่าเราให้อภัยกันได้ไหม"
ราธิชาร้องไห้โฮ สามคนกอดกันแน่นกลางป่า ก่อนตัดสินใจเดินเข้าไปลึกกว่าเดิม
เสียงกิ่งไม้หักรุนแรงมากขึ้น ดวงตาสีขาววาวโรจน์จ้องมาจากมุมมืด หนึ่งในสามเคราะห์ร้ายสะดุดล้ม พบช่องใต้ต้นสน เจนหยิบรูปสลักขนาดใหญ่กว่าอีกชิ้น ใต้รูปนั้นมีจดหมายเปื้อนน้ำตาม้วนซุกไว้
"ขอโทษที่เป็นภาระ ขอโทษที่ทุกคนไม่อยากรับฉันไว้" ตัวหนังสือคือของณิชา ไอยราตัวสั่นอ่านในใจ เจนร้องไห้ออกมา
ราธิชากระซิบ "ณิชายังอยู่แถวนี้ เราต้องหาให้พบ"
เสียงฝีเท้าลึกลับกระทบผืนป่า แสงจันทร์พาดเงาดำสด ใต้ต้นสนสูง ราวกับเวลาหยุดเดิน โลกทั้งใบถูกความเงียบกลืนกิน
สามสาวแยกย้ายกันหา ไอยราเดินด้วยใจหวิวปักลึก เธอรวบรวมความกล้าเรียกชื่อเพื่อนเสียงสั่น "ณิชา อยู่ไหน"
เสียงสะอื้นบางอย่างดังจากพุ่มไม้ข้าง ๆ ไอยราเดินเข้าไป พบร่างเด็กหญิงผมเปียกเลอะโคลน นั่งกอดเข่าตัวเองใต้รากไม้ใหญ่
"ณิชา!" ไอยราวิ่งเข้าไปนั่งข้าง ๆ ณิชามองมา แววตาว่างเปล่า แต่ค่อย ๆ มีน้ำตาซึม
ไอยราสัมผัสไหล่เพื่อน "ขอโทษนะ ฉันผิดเอง ที่กลัว เลยไม่กล้าพูดกับเธอวันนั้น"
ณิชาเสียงแผ่ว "ฉันเองก็กลัว กลัวว่าไม่มีใครรัก อยากให้มีคนหาว่าฉันสำคัญบ้าง"
ไอยราหลั่งน้ำตา ราธิชา เจนโผล่มากอด ทุกคนกอดกันทั้งน้ำตา ใต้แสงจันทร์สลัว รูปสลักที่ถือสั่นเทิ้มแล้วแตกเป็นผงธุลี เงาดำทาบคลายหายไปในอากาศ
เด็กสาวสี่คนเดินออกจากป่าด้วยกัน หมู่บ้านต้อนรับเสียงระฆังยามเช้าอีกครั้ง แสงตะวันส่องลอดหน้าต่างไม้ ไอยรานั่งมองเพื่อนทั้งสาม คำสาปถูกถอนแต่ความสัมพันธ์กลับแน่นแฟ้นกว่าเดิม เงาจันทร์บนภูเขาไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไป