แด่ความจริงที่แสนสั้น
เสียงลมหายใจสั้น ๆ ของพลอยยังคงดังอยู่ข้างห้องประชุม ถึงแม้วันนี้จะเย็นลงแล้ว ชั้นยี่สิบห้าของอาคารสำนักงานกลางกรุงเทพฯ กลับร้อนอ้าวยิ่งกว่าเพราะข้อสรุปในที่ประชุมดูจะยังไม่พอใจใครสักคน เธอขยี้หน้าจอมือถือไปมาและกดส่งไฟล์งานรอบสุดท้ายแบบใจลอย
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“พลอย ไฟล์นี้ใช้ได้จริง ๆ หรือเปล่า”
เสียงของเอิร์ธดังขึ้น ไม่ดังแต่หนักแน่น เรียกสายตาทั้งแผนกให้หันมามองทุกครั้งที่เขาเอ่ยถึงงานใครสักคน พลอยเม้มปากไม่ตอบทันที เธอคุ้นกับน้ำเสียงค่อนข้างทิ่มแทงของเขาดี
“ใช้งานได้ค่ะ ถ้าไม่มั่นใจเอิร์ธก็คงต้องลองเอง…” พลอยตอบแบบก้ำกึ่งรำคาญกึ่งท้าทาย แววตาเอิร์ธเหมือนกำลังกลั้นรอยยิ้ม แต่นั้นแหละ เขามีท่าทีแบบนี้กับทุกคนโดยเฉพาะเธอ—เสมือนเป็นคู่กัดที่ไม่มีวันหาจุดลงรอยได้
“อย่าคิดว่าฉันกล้าไม่ลองนะ” เขาตอบพลางหยิบโน้ตบุ๊กของตัวเองมางัดหน้าจอขึ้นจนเสียงแป้นพิมพ์ดังตลอดซอกระหว่างพวกเขาในครึ่งวันหลัง
บรรยากาศออฟฟิศจางลงเมื่อเวลาผ่าน สายความคิดระหว่างงานกับความรู้สึกขุ่น ๆ ต่อเอิร์ธเหมือนจะตัดไม่ขาด แต่พลอยยังมั่นคงกับความฝันเดิม—เลื่อนตำแหน่งให้ได้ก่อนอายุสามสิบ ไม่ว่าทุกอย่างจะยากแค่ไหน
พลอยเดินผ่านโต๊ะเอิร์ธช่วงพักกลางวัน หยิบข้าวกล่องที่ซื้อไว้ขึ้นวางบนโต๊ะตัวเอง นิ้วโป้งสัมผัสฝาอาหารสั่นเล็กน้อย ตาแอบเหลือบไปเห็นว่าเอิร์ธยังจ้องอยู่ที่หน้าจอ ข้าง ๆ มีกาแฟดำอุ่น รอยละอองน้ำรินช้า ๆ
“ยังไม่กินข้าวเหรอ?” พลอยถามเสียงเรียบ เอิร์ธเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ก่อนจะยิ้มจาง ๆ ให้อย่างไม่ใส่ใจ
“งานยังไม่เสร็จ… จะแข่งกับเธอให้ทันไง”
“ไม่เห็นต้องแข่ง ฉันก็ยุ่งของฉัน นายก็ยุ่งของนาย”
“แต่เธอไม่เคยยุ่งแบบคนอื่น”
ทั้งคู่เงียบไป ไม่กล้าสบตากันเต็ม ๆ สักพัก เอิร์ธกลับไปขายาว ๆ ไปหยิบอาหาร พลอยแอบยิ้มบาง ๆ โดยไม่รู้ตัว ไม่บอกใครว่าจริง ๆ แล้วใจข้างในอุ่นแปลก ๆ ทุกครั้งเวลาเขาแวะมากวนหรือกลั่นแกล้งอะไรเล็ก ๆ แบบนี้
เลิกงานวันนั้น เอิร์ธเป็นคนสุดท้ายที่ยังอยู่ที่ออฟฟิศ พลอยกำลังจะเดินออกจากประตูแต่ชะงักมองย้อนกลับมา “รีบกลับสิ เดี๋ยวรถติด”
เขาไม่ตอบและก้มหน้าดูอะไรในโทรศัพท์ เงียบจนพลอยรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” เธอถามเสียงเบา
“เปล่า… เธอไปก่อนก็ได้” เอิร์ธตอบเสียงเบา ๆ
พลอยลังเล แต่เลือกกลับออกมา ถึงแม้ใจยังคิดวนว่าเรื่องอะไรกำลังทำให้เอิร์ธเงียบผิดปกติอย่างนี้
วันต่อมา พลอยเปิดคอมแต่เช้าเพื่อลงมือแก้งานที่โดนติ ซ้ำแล้วซ้ำอีก เอิร์ธเองก็เดินเข้ามาเงียบ ๆ วันนี้ดูเหนื่อยผิดปกติ ทั้งสองนั่งทำงานโดยไม่มีจังหวะเถียงกันเหมือนปกติ จนกระทั่งช่วงเย็นงานติดขัดอย่างหนัก พลอยแทบหลับกับจอแต่กลับโดนเอิร์ธแกล้งหย่อนลูกอมสีฟ้าไว้บนโต๊ะเมื่อเธอดูท่าจะหมดแรง
“กินอะไรหวาน ๆ จะได้ตื่น”
เสียงเอิร์ธง่าย ๆ แต่ประโยคนี้กลับจี้ใจ เธอคิดไม่ออกว่าต้องตอบอะไรดี นอกจากรับลูกอมมาแล้วอมไว้เงียบ ๆ
หลังเลิกงาน เอิร์ธเดินสวนกับพลอยที่หน้าลิฟต์ ต่างคนต่างจ้องหน้ากันอย่างเงียบงัน กดทีละชั้นจนในลิฟต์มีแค่สองคน เอิร์ธพยายามพูดขึ้นมาด้วยเสียงติดลังเล “พลอย… คืนวันศุกร์นี้ ว่างหรือเปล่า”
พลอยทำท่าจะปฎิเสธทันที “เอ่อ… มีนัดกับเพื่อนแล้วมั้ง”
แววตาเขาดูผิดหวังนิดหนึ่ง “อืม งั้นไม่เป็นไร”
ความเงียบเกือบสิบวินาทีในลิฟต์เหมือนยาวนานกว่าที่เคย พลอยเหลือบตามองเอิร์ธที่ทำทีเฉย แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
วันศุกร์นั้น งานที่ออฟฟิศวุ่นวาย พลอยได้รับคำสั่งให้ไปคุมโปรเจกต์เร่งด่วนที่สาขาต่างจังหวัด ไม่ทันใจ เธอไม่มีเวลาแจ้งใคร วันเสาร์แล้วถึงจะได้หยิบมือถือมาเช็ค พบว่ามีข้อความสั้น ๆ จากเอิร์ธ—“ถ้างานยุ่ง ดูแลตัวเองด้วย” พลอยยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะหลับกลางโรงแรมต่างถิ่น โดยไม่ทันรู้ตัวว่ามีใครบางคนกำลังรอคุยอย่างสำคัญที่กรุงเทพฯ
เช้าวันจันทร์ เอิร์ธเงียบขรึมเป็นพิเศษ ท่าทีแข็งกร้าวกว่าทุกวันทั้งสัปดาห์ต่อมา พลอยเองก็จดจ่อกับงาน ไม่ทันสังเกตว่าน้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป ความตื่นเต้นทุกทีที่ได้เถียงกันหายวับไป วันหนึ่งหลังเลิกงาน เอิร์ธลุกออกไปก่อนโดยไม่บอกลา พลอยจู่ ๆ ก็รู้สึกเหงาขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผล
เวลาเริ่มผ่านไปช้า ๆ ออฟฟิศดูนิ่งขึ้น พวกเพื่อนร่วมงานล้อมแซวว่าทำไมวันนี้ไม่มี “ซีนสู้รบประจำวัน” ของพวกเขา พลอยแกล้งหัวเราะกลบเกลื่อน พยายามไม่ให้ใครรู้ว่าหัวใจมันโหวง ๆ เหมือนกับขาดอะไรไปจริง ๆ
วันหนึ่งแผนกนัดกินข้าวนอกออฟฟิศ เอิร์ธมาช้า พลอยเห็นเขาเดินมาพร้อมแฟ้มเอกสารใบหนาใส่มือ ใบหน้าดูเศร้ากว่าทุกครั้ง
“นายมาหรือไง คิดว่าไม่สนใจซะแล้ว” เพื่อนในแผนกแซว
“ไม่ได้ไม่สน แค่ยุ่งนิดหน่อย” เอิร์ธตอบเบา ๆ แล้วหย่อนตัวนั่งข้าง ๆ พลอยโดยอัตโนมัติ
พลอยถามเสียงกดต่ำ “งานที่เจ้านายสั่งแก้ถึงไหนแล้ว”
“ไม่เรียบร้อยหรอก ยังต้องแก้อีกเยอะ”
“ไม่ชอบงานนี้มานานแล้วใช่ไหม?”
เอิร์ธเว้นจังหวะเงียบ จู่ ๆ ก็พูดเบา ๆ กว่าเดิม “บางทีฉันกำลังคิดจะลาออก”
ประโยคนี้เหมือนมีอะไรหนัก ๆ หล่นลงในอกพลอย ใจเธอสั่นแต่ปั้นหน้าขรึม “อ๋อ ก็แล้วแต่”
ทั้งโต๊ะกินข้าวเงียบงันคล้ายต่างคนต่างนึกถึงอนาคตของตัวเอง เอิร์ธเหลือบมองพลอย สายตาค้างอยู่ที่นิ้วมือเล็ก ๆ ของเธอที่บีบช้อนไว้แน่น พลอยจ้องกลับใส่เบา ๆ ไม่พูดอะไร ภายในใจมีแต่เสียงตะโกน
คืนวันนั้น พลอยเดินออกมาส่งเอิร์ธขึ้นแท็กซี่ สายลมเย็นปะทะแก้มระเรื่อ “นายจะลาออกจริง ๆ เหรอ” เธอถามในที่สุด
เอิร์ธลังเล มองไฟถนนวูบวาบ “ฉันไม่แน่ใจ… แต่ที่แน่ ๆ คือ อยู่ตรงนี้ ฉันไม่เห็นภาพตัวเองในอนาคตเหมือนแต่ก่อนแล้ว”
“งั้นนายจะไปตามฝันอะไรล่ะ”
“อยากเปิดร้านกาแฟ… หรือไม่ก็ล่องใต้ ไปอยู่ที่ไหนสักแห่งให้ไกลจากคนเยอะ ๆ”
“แล้วความรับผิดชอบนายล่ะ ทุกอย่างที่ทำอยู่…”
เอิร์ธเงียบ แล้วพึมพำเหมือนพูดกับตัวเอง “บางทีฉันแค่เบื่อการแข่งขัน เบื่อที่พยายามวิ่งให้เร็วกว่าใคร”
พลอยนิ่งไปนาน ก่อนจะพูดเสียงเบา “นายต้องกล้าเลือกสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีความสุขนะ” เธอฝืนยิ้ม
เอิร์ธหัวเราะแผ่ว “แต่ถ้ามีใครบางคนอยู่ข้าง ๆ ฉันก็กลัวจะทำร้ายเขาโดยไม่ตั้งใจ”
“ถ้าใครคนนั้นรู้สึกว่างานกับความฝันสำคัญกว่าความรู้สึก… เธอจะเลือกมั้ย”
ไม่มีคำตอบ รถแท็กซี่พาเอิร์ธจากไป ทิ้งพลอยไว้ท่ามกลางความคิดพรั่งพรูในใจ
เช้าวันต่อมา พลอยทำงานด้วยใจหม่นหมอง ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย ทุกอย่างแปรปรวนไปหมด เพื่อน ๆ ในแผนกเริ่มพูดถึงข่าวลือว่าเอิร์ธเตรียมลาออกจริง ๆ
วันท้ายที่สุดของเอิร์ธมาถึงเร็วกว่าที่คิด บรรยากาศในออฟฟิศหนักอึ้ง พลอยไม่กล้ามองหน้าใคร ได้แต่จ้องหน้าจอด้วยมือที่สั่นเทา เอิร์ธเดินเข้ามาก่อนออกประตู ทิ้งซองจดหมายไว้บนโต๊ะ โค้งหัวกับเจ้านาย พลอยกลืนน้ำลายแทบไม่ลง
เย็นวันนั้นฝนตกหนัก พลอยยืนคุยโทรศัพท์กับแม่ที่บ้าน แม่เอ่ยเตือนเรื่องอย่าอยู่ลำบาก อย่าเครียดเรื่องงานมากเกินไป น้ำเสียงแม่ทำให้พลอยน้ำตารื้น เพราะเธอค้นพบว่าความฝันที่เคยแน่ชัดเริ่มสั่นคลอนเพราะอะไรบางอย่าง—บางอย่างที่เกี่ยวกับเขา
หลังจากเอิร์ธจากไป ออฟฟิศเหมือนจะไร้อารมณ์ขันมากขึ้น พลอยไม่อยากยอมรับว่าความเครียดทั้งหมดมันไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันคือความว่างเปล่าช่วงเที่ยง ๆ ที่ไม่มีใครเอาลูกอมมาแกล้ง ไม่มีเสียงแซวเวลาทำงานผิดพลาด
คืนหนึ่งพลอยเหลือบดูมือถือ พบข้อความจากเอิร์ธ “ถ้าว่าง… แวะมาดูร้านกาแฟที่สุขุมวิทสิ”
จังหวะใจเต้นแรงถึงกับต้องวางมือถือลง เดินวนอยู่ในห้องพยายามทำใจนิ่งเช้า วันรุ่งขึ้นพลอยตัดสินใจเดินไปหาที่ร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่เอิร์ธบอกไว้ ร้านตกแต่งเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยต้นไม้และแสงธรรมชาติ เอิร์ธอยู่หลังเคาน์เตอร์ รวบผมหลวม ๆ ใส่เสื้อยืด เหมือนเป็นอีกคนหนึ่ง
“กล้าหลุดกรอบบริษัทใหญ่ ๆ มาตั้งร้านเองได้ยังไงเนี่ย?” พลอยแซว เอิร์ธหัวเราะ
“ค้นพบตัวเองช้า แต่มันดีกว่าฝืนอยู่ที่เก่า ๆ”
“ฉันก็ยังทำแบบเดิม รู้สึกเหมือนกำลังติดในเขาวงกตเลย นายว่ามันแปลกไหม”
“ไม่แปลกหรอก ทุกคนมีจังหวะและฝันของตัวเอง ฉันแค่อยากให้เธอไม่หลงทาง”
พลอยนั่งจิบกาแฟแล้วมองหน้าเอิร์ธ กระพริบตาเร็ว ๆ เพราะอยู่ ๆ ก็อยากร้องไห้
“เท่าไหร่ก็ยังแพงสำหรับคนอยากหนีการแข่ง… แต่สุดท้ายฉันหนีอะไรของตัวเองไม่ได้” พลอยพูดเสียงแผ่ว
เอิร์ธวางแก้วกาแฟ เดินมานั่งตรงข้ามสายตาจริงจัง “เพราะเธอกล้าพูดแบบนี้กับฉันไง ฉันถึงคิดถึงมาก อยากให้มีเธอในแต่ละวัน ถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอด แต่มัน…สำคัญมาก”
สายตาทั้งสองโคจรมาบรรจบกัน ไม่มีใครพูดอะไรต่อ แต่ต่างรับรู้ว่าความรู้สึกที่ซ่อนอยู่มาเนิ่นนานกำลังส่องแสงในสถานที่เล็ก ๆ
หลายเดือนผ่านไป พลอยยังคงทำงานในออฟฟิศที่วุ่นวาย เอิร์ธก็สร้างเนื้อสร้างตัวกับร้านกาแฟเล็ก ๆ ต่างคนต่างมีเส้นทางที่ชัดเจนขึ้น แม้ความสัมพันธ์ของพวกเขายังไม่มีคำตอบสรรพนามชัดเจน แต่ทุกเช้าของวันหยุด พลอยจะมานั่งจิบกาแฟ เงียบ ๆ ตรงร้านของเขา นั่งข้างกัน พูดคุยเรื่องไร้สาระ หัวเราะและเงียบในจังหวะเดียวกัน ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าความจริงที่แสนสั้นแต่งดงามนี้