มายาปรารถนาแห่งโค้งวิเศษ
เกล็ดหิมะสีขาวโปรยปรายปกคลุมหมู่บ้านโค้งวิเศษเงียบสงัดดุจโลกอีกใบ แม่น้ำวิเศษทอดตัวคดโค้งผ่านกลางหมู่บ้าน มวลหมอกจางซึมเขาไม้โบราณ แสงแดดยามเช้าตกกระทบหลังคาหิมะสองสามหลังปากทางเข้า คืนนั้นอากาศเย็นจนแทรกเข้าเส้นเลือดและพร่าให้สรรพเสียงทั้งหมดถูกขับออกไป เหลือเพียงเสียงเท้าเดินเบา ๆ ของกราลิน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!กราลิน เด็กชายวัยสิบหก ใบหน้าหมองเศร้า สวมเสื้อนวมขาด ๆ หายใจฟูมฟายหลังซุ้มวงกบไม้ไผ่ เขาจ้องแม่น้ำวิเศษที่เย็นเฉียบเวียนผ่านหมู่บ้าน เหมือนมีบางอย่างในสายน้ำสะท้อนตนเอง เขาเอื้อมมือไปแตะน้ำ กลิ่นน้ำเย็นเจือกลิ่นสน ความรู้สึกแปล่งปร่าเหมือนต้องมนต์ เขาถอนมือและถอยหลัง สายตาเจือความสงสัยปนกลัว
“ถ้ายังไม่ไปโรงเรียน จะโดนแม่ตามอีก” เสียงนตยาสาวร่างเล็กผมสั้นผู้เป็นเพื่อนสนิทดังขึ้นจากด้านหลัง
กราลินเงียบ ไม่ตอบในทันที เขาค่อย ๆ ผินหน้ามา สายตากังวลและเหนื่อยล้า “เรา…แค่ฝันเมื่อคืนฝันประหลาดเหมือนแม่จะหายตัวไปกับน้ำนี้”
นตยาขมวดคิ้ว ปกติกราลินไม่พูดถึงแม่ เขามักเงียบและหลบตาทุกคำถาม “อืม…แม่เธอเคยบอกมั้ยว่าน้ำนี้มีอะไรแปลก ๆ?”
กราลินนิ่ง ชั่วครู่เขากลืนน้ำลายอย่างลำบาก “แม่พูดว่าถ้าใจคิดอะไรตอนเงาสะท้อน มันจะเป็นจริง…แต่มันแค่เรื่องเล่า”
ขณะทั้งคู่อยู่ที่ริมแม่น้ำ สมชายนักเรียนต่างจังหวัดร่างใหญ่เดินเบียดเข้ามา เขาจ้องตามองกราลินราวกับท้าแข่ง “กลัวน้ำอะไรนัก กราลิน หรือน้ำมันแค่ในหัวนี่?”
นตยากำลังจะตอบ สมชายยิ้มเย้ย คำพูดติดค้างกลางอากาศในขณะที่กราลินเดินจากไปเงียบ ๆ ชมชนวิถีชีวิตในหมู่บ้านยังดำเนินต่อ แต่สายตาของทุกคนกลับลากความคิดไปที่เงาน้ำเหมือนถูกคลื่นบางอย่างกระเพื่อมเบา ๆ
ค่ำวันนั้น กราลินนั่งอยู่กับแม่ในบ้านไม้เก่า ชั้นวางของมีพระรูปและหนังสือเก่า ๆ แม่ถักผ้าพันคออยู่
“วันนี้เจออะไรมั้ยลูก?” เสียงแม่แผ่วเบา แววตาอบอุ่น แต่แฝงความเศร้า
กราลินลังเล เหลือบมองมือแม่ที่ถักอยู่ตลอดเวลา “ผมนึกถึงที่แม่บอก…เรื่องแม่น้ำ”
แม่สบตา ฟังในความเงียบ ก่อนเอ่ย “คนเราต้องเลือกเสมอ ว่าจะเชื่อเรื่องราวหรือสร้างเรื่องราวใหม่เอง” มือที่ถักค้างกลางอากาศ
ขณะนั้นเอง แม่น้ำวิเศษส่งเสียงกระเพื่อมร้ายแรงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เกล็ดน้ำแข็งเล็ก ๆ กระเด็น ข้อความแปลกปรากฏอยู่ปลายสายตา: “แม่น้ำสะท้อนหัวใจที่แท้จริง”
รุ่งเช้า ข่าวลือแพร่สะพัดในหมู่บ้านว่ามีเงาร่างลึกลับโผล่กลางแม่น้ำ ทั้งหมู่บ้านกลายเป็นศูนย์กลางความสงสัยและความกลัว หนุ่มสาวแต่ละคนเริ่มเล่าเหตุการณ์ประหลาดในฝันเมื่อคืน ลำแม่น้ำเริ่มส่องแสงสีฟ้าในยามค่ำคืน เหมือนกำลังเชื้อเชิญอะไรสักอย่างจากใจกลางป่า
จารุวรรณ เด็กสาวต่างถิ่นผู้เปลี่ยนโรงเรียนมาใหม่ นั่งอยู่ริมหน้าต่างห้องพักนักเรียนสายตาคล้ายไม่เป็นมิตร เธอยังไม่เข้ากับใครนัก เป้าหมายของจารุวรรณคือหนีจากอดีตในเมืองใหญ่ เธอหวังชีวิตใหม่ในหมู่บ้าน เธอหลีกเลี่ยงคำถามจากครู เพื่อนใหม่ หลีกหนีจากความรู้สึกผิดที่ไม่มีใครรู้
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ชลันท์ เพื่อนร่วมห้องผู้ร่าเริงแต่แฝงความเปราะบางสอดหัวเข้ามา
“จารุจะออกไปลานหิมะมั้ย คืนนี้พระจันทร์สีเลือด เห็นว่าทุกคนจะไปขอพรแม่น้ำ”
จารุวรรณลังเลใจ ดวงตาแข็งกร้าวแต่แฝงความโดดเดี่ยว “ขอโทษ ฉันไม่เชื่ออะไรพวกนี้”
ชลันท์ยิ้มกลบเกลื่อนความอึดอัด “ไม่ต้องเชื่อก็ได้ อย่างน้อยมาดูคนขอพรเสียใจผิดหวังบ้าง สนุกดี”
จารุวรรณหัวเราะเบา ๆ เป็นครั้งแรก เธอส่ายหัวแต่ก็ตามชลันท์ออกไป เสียงรองเท้าย่ำหิมะแผ่วหายไปกับเสียงหัวเราะ
กลางลานหิมะ ทุกครอบครัวมารวมตัวท่ามกลางไฟกองกลาง การขอพรแม่น้ำเป็นเหมือนพิธีกรรมประจำปี เด็ก ๆ วางเทียนลอยในน้ำ ผู้ใหญ่กระซิบบางอย่างกับกระแสน้ำ
กราลินเดินวนปลายแม่น้ำ ใบหน้าครุ่นคิด คำพูดแม่ฝังลึก ทุกสายตามองเขา ชั่วขณะหนึ่งราวกับเห็นเงาแม่ซ้อนอยู่ที่ผิวน้ำ
นตยาหยิบเทียนแล้วเดินมาหา “ขอโทษเมื่อเช้า…กลัวเหมือนกันใช่มั้ย?”
กราลินตอบแผ่วเบา “กลัวทั้งแม่น้ำ กลัวใจเราเองมากกว่า”
เสียงเพลงร้องประสานของชาวบ้านดังก้อง ตัดกับเสียงหิมะแตกลั่นใต้เท้า คืนเย็นยะเยือกเคลื่อนไป เงาน้ำประกายสะท้อนภาพผู้คนหมู่มากที่ล้วนมีความลับเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ทุกคืนวันนั้น