เพื่อนร่วมหอ…ขอแรงเฮี้ยน!
เสียงรถสองแถวเก่าหยุดติดพื้นลานหน้าหอพักชายปีหนึ่งมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง อิฐ—เด็กหนุ่มรูปร่างเพรียว สวมแว่นกรอบหนา แบกเป้แถมถือถุงพลาสติกด้วยท่าทางมั่นใจเกินเหตุ—โผล่หน้ามาในวันเปิดเทอมด้วยประกายสายตาฮึกเหิม เห็นป้ายไม้ซีดแปะหน้าหอพักว่า “ห้ามส่งเสียงหลังสามทุ่ม” พลางยักไหล่ใส่ความเชื่อเก่า ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เด็กปีหนึ่งคนอื่น ๆ ทยอยขนของเข้าหอ โดยไม่มีใครอยากสบตากับป้าทิน เจ้าหน้าที่ดูแลหอพักวัยกลางคนซึ่งพูดน้อยแต่ตาดุมาก อิฐชำเลืองแล้วเดินเข้าหาป้าทินอย่างถือวิสาสะ “ขอโทษครับ ห้อง 204 อยู่ชั้นสองใช่มั้ยฮะ” ป้าทินจ้องเขาวูบหนึ่ง “เลี้ยวซ้ายขึ้นไป…อย่ายุ่งกับห้อง 210” แล้วเดินหายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อิฐหันมาทำหน้า ‘ฮะ อะไรของเขา?’ ตั้งใจเก็บเรื่องนี้ไว้ล้อกับเพื่อนในห้อง เรียวจอมขี้สงสัย—รูมเมตใหม่ที่ดูเงียบ ๆ รับงานออนไลน์ยันดึก—เดินมาทัก “ปีหนึ่งเหมือนกันเหรอ? ฉันชื่อเรียว ๆ” อิฐวางถุงมาม่าลงโต๊ะ “ใช่ ฉันชื่ออิฐ เรียวปีสองเหรอ หน้าแก่จัง” เรียวทำหน้าไม่รู้จะสวนยังไง ยังไม่ทันได้แนะนำตัวต่อ กิต—เพื่อนบ้านข้างห้อง เป็นเด็กสุพรรณพูดเร็วฟังแทบไม่ทัน—แวบเข้ามา เธอพูดปราด ๆ “สองคนนั่นได้ยินเสียงขูดข้างห้อง 210 ไหม? เมื่อคืนมีคนได้กลิ่นธูปด้วยนะเว้ย”
อิฐทำท่ากลอกตา เสียงขูด เสียงธูป หรือแค่อารมณ์คนคิดไปเอง? เขาสบตาเรียวเหมือนจะสื่อว่า ‘ไม่เชื่อใช่มั้ย’ แล้วพึมพำกึ่งลอยหน้าลอยตา “เหรอ สงสัยหนูวิ่งเล่น หรือไม่ก็แมว” เรียวไม่พูดอะไรแต่ยิ้มแปลก ๆ เหมือนจะบอกว่า ‘แอบกลัวอยู่นะ’
ค่ำแรก อิฐจ้องห้อง 210 ที่มีแต่ไฟสีเหลืองอ่อนลอดจากใต้ประตู กิตแกล้งเดินไปเคาะ เบา ๆ “เฮ้ย อย่าไปยุ่งดิ!” เรียวเตือน อิฐกลับสวน “กลัวอะไร ห้องก็แค่ห้อง…” กิตพูดทันที “เอ็งไปนอนห้องนั้นดูดิ!” เรื่องราวเริ่มจากการท้าทายของเด็กมหาวิทยาลัยที่ยังไม่รู้จักพอก
หลังสามทุ่ม ทุกคนเริ่มเข้านอน ยกเว้นอิฐที่นั่งจดแผน “ล่าท้าผี” ลงสมุดด้วยความมั่นใจจนเกือบจะจับกล้องซูมเอง เรียวตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะเสียงกระซิบ “คืนนี้จะล่าผี!” ของอิฐ แล้วส่ายหัวแรง ๆ แต่ไม่กล้าตะโกนกลัวป้าทินจะได้ยินไปอีก
วันต่อมา ข่าวลือผีหอ 210 เริ่มบานปลาย กิตจับผิดพฤติกรรมของเพื่อนห้องข้าง ๆ อย่างจริงจัง “เมื่อคืนได้ยินเสียงอะไรเหมือนน้ำไหล…แต่ไม่ใช่อ่างล้างหน้า” เรียวพึมพำ “อาจจะท่อน้ำรั่ว…” แต่กิตไม่ฟัง ยืนยันว่า “ผีแน่ ๆ” อิฐกลอกตา ถอดแว่นลงแล้วแกล้งทำเสียงหล่อ “ถ้ามีผีจริง ฉันจะ…” ยังไม่ทันจบประโยค เสียงฟ้าร้องเปรี้ยง! ทั้งสามคนสะดุ้ง กิตแต่งเรื่องต่อให้จบว่า “เป็นสัญญาณ!”
ช่วงค่ำ พฤติกรรมของอิฐที่พยายามพิสูจน์ความกล้าของตัวเอง เริ่มสร้างความวุ่นวาย เจอกล้องวงจรปิดติดใหม่หน้าหอ เขาแหย่เรียว “คืนนี้ล่าผีหน้า CCTV!” เรียวที่จริง ๆ ก็กลัวแต่ปากแข็ง พูดแผ่ว ๆ “ถ้าติดคุกก็อย่ากริ๊งเรียกฉันนะ”
ขณะเดียวกัน ป้าทินเข้าตรวจความเรียบร้อยต่อหน้าทุกคน ทุกเสียงซุบซิบเงียบสนิท ต่างคนต่างหลบตา อิฐพูดลอย ๆ “ถ้าผีมา ขอให้แสดงตัวคืนนี้เลยแล้วกัน” ป้าทินปรายตามอง อิฐยิ้มอย่างคนไม่คิดอะไร แต่เรียวเริ่มรู้ว่าเพื่อนใหม่นี่แปลกจริง
คืนถัดไป อิฐเริ่มแผนลวงผีกลางฟ้ามืดจนน่าขนลุก แต่แทนที่จะกลัว กลับสร้างเสียงหัวเราะ กิตแอบเดินตามเพราะอยากเห็นด้วยตา แต่ดันเหยียบถุงมาม่าของอิฐที่ตกข้างประตูจนเสียงดัง เปรี้ยง! ทุกคนตกใจ กิตพึมพำ “ขอโทษนะบะหมี่…ไม่ได้ตั้งใจ”
ซูมเข้าใบหน้าคาใจ ทุกคนรอลุ้นจะเจออะไรเพี้ยน ๆ หรือเปล่า ทว่า…มีแค่กลิ่นมาม่าควันโชย สร้างเสียงฉงนชวนงง บางคนแอบหัวเราะ อิฐขำกลบเกลื่อน “นี่แหละหลักฐานความเฮี้ยนของห้อง…มาม่า!”
ความวุ่นวายยังไม่จบ เมื่อเพื่อนห้องตรงข้ามได้ยินเสียงแปลกจากทางเดินทุกคืนก็เริ่มลือผิด ๆ ว่าห้อง 210 มีผีเดินไปมา ทั้งชายและหญิง บ้างก็โพสต์ Note ในกลุ่มไลน์ ตั้งแต่ “ใครเขี่ยข้าวเหนียวหน้าห้อง” ถึง “โปรดระวัง พระจันทร์แดงคืนนี้” คนเริ่มเฝ้าระวังตัวเองหนักขึ้น เกิดการเข้าใจผิดในทุกคืน
วันถัดมา ป้าทินเห็นเศษข้าวเหนียวหน้าห้อง 210 ค้นไปค้นมา จับได้ว่าคือกิตแอบกินข้าวเหนียวแล้วลืมเก็บ แต่ยังไม่มีใครยอมรับ กิตกลบเกลื่อน “บางทีมันอาจจะมาจาก…แรงผี!” อิฐกระซิบเรียว “บางคนก็ไม่กลัวอะไรเลย ยกเว้นโดนสอบสวนโดยป้า…” ทั้งคู่แอบหัวเราะกันอย่างรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย
แผนสุดท้ายของอิฐคือ แกล้งปล่อยข่าวว่า “ผีในห้อง 210 ชอบคนมั่นใจ” เพื่อพิสูจน์ว่าถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ ก็จะได้แก้ข่าวลือซะที แต่เรื่องกลับบานปลาย มีคนเอาดอกไม้จันทน์วางหน้าห้อง 210 ทำให้บรรยากาศทั้งหอชวนหลอนได้ประหลาดขึ้นอีก
ขณะที่อิฐกับเรียวคุยกันในห้อง อิฐวางแผนจะดักจับ “ผีปลอม” ให้ได้ ก็มีเสียงปริศนาโผล่มากลางดึก ทั้งสองนั่งนิ่ง ไม่กล้าขยับ เรียวหันไปหากิตที่แอบฟังอยู่หน้าประตู “ถ้านายกลัวก็ลากขาฉันไปด้วยสิ” กิตเคร่งขรึมหัวเราะ “ไม่ต้องห่วง ฉันยังไม่กลัว…ยกเว้นป้าทิน”
เวลาผ่านไป ข่าวลือผีเริ่มสร้างความปั่นป่วนในกิจวัตรประจำวัน เด็กบางคนทำสมาธิก่อนนอน เด็กบางคนเดินเป็นกลุ่มไปห้องน้ำดึก ๆ อิฐกลายเป็นบุคคลต้องสงสัยว่า “เป็นสาเหตุข่าวลือ” แต่ตอนนั้นเขากลับหลงคิดว่านี่คือแก๊งสืบลับฝ่ายความมั่นคง
วันหนึ่ง ป้าทินเชิญผู้ต้องสงสัยตัวฉกาจทั้งสาม—อิฐ กิต เรียว—เข้าไปที่ห้องพักเจ้าหน้าที่ “ใครกันแน่เป็นคนสร้างข่าวลือ?” ทุกคนเงียบ อิฐจะตอบแต่เรียวพูดแทรก “จริง ๆ คือ…ผมเป็นคนเริ่มพูดขำ ๆ แต่ดันลือกันใหญ่” กิตรีบบอก “ฉันชอบกินข้าวเหนียว ไม่ได้เอาไว้เรียกผีจริง ๆ นะ” ส่วนอิฐพูดต่อ “ผมแค่มั่นใจเกินเรื่อง ไม่ได้ตั้งใจ” ป้าทินพยักหน้าเงียบ ๆ เหมือนจะเข้าใจ แล้วบอกปนหงุดหงิด “แบ่งกันรับผิดชอบ…ช่วยกันล้างโถขยะหน้าหอไปทั้งเทอม”
บทเรียนแรกในรั้วมหาวิทยาลัยจึงไม่ใช่เรื่องผี แต่เป็น “มิตรภาพกับความซวย” ที่ค่อย ๆ ใกล้ชิดขึ้นทุกวัน
วันที่อากาศดี อิฐกำลังสะสมความกล้าอีกชุด—วางแผนจัดกิจกรรม “สยองขำ ฮาในหอ” เพื่อให้เพื่อน ๆ ระบายความกลัวด้วยเสียงหัวเราะจริง ๆ ทุกคนช่วยกันจัด ถึงแม้ในใจจะยังกลัวงู ๆ ปลา ๆ อยู่บ้าง ระหว่างนั้น อิฐกับเรียวและกิตแอบเฝ้าอยู่หลังม่านฟังเสียงหัวเราะ แอบอมยิ้มเห็นเพื่อน ๆ เล่นละครผีปลอมกันอย่างสนุกสนาน
ในงาน อิฐแกล้งทำตัวเป็นผีแบบมั่ว ๆ เพื่อนบางคนตกใจแต่หัวเราะทันที กิตสรรหาชุดผีมะม่วงมาใส่ ทุกคนถึงกับงง ตอนจบเรียวกอดคอเพื่อน “ปีนี้หอเราไม่กลัวผีหรอก…กลัวนายมากกว่า!” อิฐหัวเราะ “กลัวป้าทินให้ทันจะดีกว่า”
เสียงหัวเราะผสมความระทึกค่อย ๆ จางหาย ในค่ำคืนหนึ่งหน้าหอพักที่แสนธรรมดา ซึ่งไม่ต้องมีใครกลัวอีกต่อไป ทุกคนรับมือกับผีคนละแบบ—แต่เรียนรู่ว่ามิตรภาพจริง ๆ มีพลังมากกว่าข่าวลือ พวกเขาสัญญาจะไม่กลัวอะไรอีกนอกจากลิมิตไฟฟ้าในหอแตก…
ท้ายสุด ก่อนนอน อิฐกระซิบถามเรียว “นายว่าป้าทินกลัวผีไหม?” เรียวส่ายหน้า “คงไม่…แต่เราใจบางกว่าวะ” อิฐยิ้ม ปิดไฟ แล้วทั้งสองหัวเราะเบา ๆ พร้อมเสียงลมเย็น ๆ ที่พาให้ผ่อนคลาย พรุ่งนี้จะมีข่าวลือใหม่รึเปล่า? ไม่มีใครรู้ รู้แต่ว่า “คืนนี้…ฝันดีแต่ห้ามเสียงดัง เดี๋ยวป้าทินดุ”