ภารกิจแปลงโฉมห้องเรียนสุดป่วน
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในเช้าวันจันทร์ “น็อต นายต้องมาโรงเรียนให้เช้านะ พี่สภานักเรียนบอก!” ข้อความจาก ‘ตะวัน’ เพื่อนซี้สุดมั่นส่งมากระวนกระวาย น็อตลุกขึ้นมากอดหัวตัวเอง พลางบ่น “นี่ขนาดแค่ต้นเทอม ชั้นก็ซวยแล้วเหรอ…”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เขารีบฝ่าเช้าแสนวุ่นวายมาถึงโรงเรียน แต่ยังไม่ทันเดินถึงห้องเรียนก็ได้ยินเสียง ‘มีน’ เพื่อนสาวปากไม่เคยตรงกับใจ ชะโงกมาทักจากระเบียง “น็อต! นายจะเดินช้ากว่านี้ได้อีกมั้ย เดี๋ยวเขาก็เอาตำแหน่งหัวหน้าห้องไปให้ตะวันหรอก!”
น็อตสะดุ้ง วิ่งมาหยุดตรงหน้าตะวันกับมีน ตะวันยิ้มแบบมั่นหน้ามาก “โชคดีของนายแล้ว เพื่อน! นายได้เป็นหัวหน้าห้องใหม่ ต้องคุมโปรเจคแปลงโฉมห้องเรียนของเรา!” น็อตอ้าปากพะงาบ “เอ่อ…ทำไมต้องเป็นชั้น?”
“ก็เพราะนายคิดเยอะ ไม่เหมือนฉัน คิดไรทำเลย มุ่งหน้าไปข้างหน้า!” ตะวันหัวเราะ มีนเองก็ประชด “ใช่สิ นายมันเป็นคนช่างคิด เราเลยต้องคิดแทนกันหมดเนี่ย!” น็อตถอนหายใจแรง ความยุ่งเหยิงค่อยๆ คืบคลานเข้ามาทันที
ครอส – เวลาในห้องเรียนเต็มไปด้วยกระดาษชาร์ต ไม้บรรทัด กระถางต้นไม้ประดิษฐ์ ตะวันเดินวนวางแผนเป็นผู้กำกับรายการ “โอเค ทุกคน เราจะทาสีห้องให้เป็นธีมทะเล! เอาหอย เอาปลา ติดบนผนัง!”
มีนสวนทันที “ไม่เอาห้องทะเล! ฉันชอบธีมป่า น้ำตกล้อมรอบ โต๊ะเรียนเป็นรูปใบไม้!” น็อตยืนมอง พลางคิดในใจ ‘นี่ฉันต้องบริหารคนบ้าๆ สองคนนี้เหรอ…’
“แล้วนายว่าไง น็อต?” มีนจ้องตา ทว่าน็อตติดหวาดกลัวความผิดหวังของเพื่อน คำตอบจึงกลายเป็น “เอ่อ…ถ้าเอาทีมงานแบ่งสองกลุ่มก็ได้มั้ง…” มีนกับตะวันหันขวับมองพร้อมกัน “หมายถึง…ทำสองธีมเหรอ?!” มีนเสียงแหลม ตะวันตาโต “เออ! คิดได้ไง! สุดยอด!” (แต่ไม่มีใครเข้าใจเหมือนกันว่าต้องออกมาแบบไหน)
ฉากลำดับต่อมา กลายเป็นช่องว่างในห้อง สองข้างคนละธีม ฝั่งหนึ่งทาสีฟ้าวาดคลื่นกับปลาประดับ ส่วนอีกฝั่งลูกบอลแฟนซีใบไม้ห้อย มีนควบคุม “อย่าให้สีทะเลล้ำมาถึงป่านะ!” ตะวันตะโกนกับกลุ่มตัวเอง “อย่าให้มีนขโมยต้นไม้ไปทำตะไคร่บนโขดหิน!”
น็อตถูกบังคับให้เดินคุมกลางห้อง จดงานปนงุนงง ช้ากว่านี้เดี๋ยวก็มีทะเลกับป่าปะทะกันจริงๆ
เสียงเอะอะ “เฮ้ย! สีฟ้าหยดฝั่งโน้น!” “ใบไม้ใครหล่นในทะเล!” เด็กๆ สองฝั่งขว้างกันไปมาแบบรำคาญกึ่งขำ ป้ายสีผิดผนังข้ามเส้นแบ่ง มีนกับตะวันหน้าบึ้งใส่กัน ยิ่งน็อตพยายามประสานยิ่งพัง
“มีน เดี๋ยว ฉันคิดว่าพวกเราอาจจะ—” มีนชิงพูด “อย่ามาเป็นกรรมการกลาง นายเข้าข้างตะวัน!” น็อตรีบปฏิเสธ “เปล่า ไม่ใช่ ฉันแค่…เราควรคุยกันก่อน…มั้ง”
ฉากต่อมา เด็กกลุ่มอื่นเริ่มเอาของมาตกแต่งมั่วขึ้นเรื่อย ๆ บ้างเอาโปสเตอร์ซูเปอร์ฮีโร่ (ที่เป็นผลงานวาดเอง) มาปะ บ้างเอาหมีเท็ดดี้แบร์มายืนในมุมสงบ ฝั่งตะวัน “ปลานีโอ – หมายถึงปลาเราน่ะ!” ฝั่งมีน “นกหวีด เอ๊ย นกเงือก…มันอยู่ในป่าดี!”
น็อตเริ่มเหนื่อยใจ แต่ตะวันยังมั่นใจ “เราจะต้องชนะประกวด เพราะแผนเจ๋งสุด!” มีนประชด “ชนะโดยไม่มีใครเข้าใจว่าธีมห้องคืออะไรไงล่ะ!” น็อตคิดในใจ ‘หรือเราจะสอบตกทั้งคู่’
กลางคืน น็อตคิดงานแปลงโฉมห้องไม่ออก โทรหามีน “มีน เธอคิดว่าสองธีมมันจะไปด้วยกันได้จริงเหรอ?” มีนเงียบไป ก่อนตอบเสียงเบา “ฉันแค่อยากให้ห้องดูไม่เหมือนใคร…นายไม่เชื่อตัวเองใช่มั้ย?”
“เปล่า…ฉันกลัวจะทำให้ทุกคนผิดหวัง” น็อตพูดจริงจังเป็นครั้งแรกในรอบวัน มีนถอนหายใจเบา “ก็บางที ห้องเราอาจจะดีแล้วที่วุ่นวาย เพราะมันเป็นห้องเรา…” เสียงตะวันตะโกนผ่านลำโพง “พูดไรกันสองคน! อย่าแอบคิดแผนอีกรอบนะ!”
วันต่อมา น็อตตั้งใจประชุมใหม่ “ฟังนะ ทุกคน เราไม่ต้องตามใคร เราทำธีม…ห้องเรางงเองก็โอเค! แต่ต้องรักห้องตัวเอง” ตะวันยิ้มกว้าง มีนลอบยิ้ม
มีเสียงครูเดินเข้ามาพร้อมคณะกรรมการ “เป็นยังไงบ้าง…เอ่อ ธีมอะไรนะ?” ครูถามกลั้วหัวเราะ เด็กๆ สั่นหัวพร้อมกัน “เราเรียกว่าธีม ‘ห้องเราชอบอะไร เราก็แปะมันหมด’ ครับ!”
คณะกรรมการระเบิดหัวเราะกับธีมห้องที่วุ่น สีทะเลทอดตัวไปทางฝั่งหนึ่ง ใบไม้คลุมอีกฝั่ง ตรงกลางมีตุ๊กตา โปสเตอร์ ป้ายไม้ (ที่แต่ละคนเขียนชื่อกลุ่มตัวเองผิดกันหมด)
เด็กในห้องปรบมือให้หัวหน้าห้อง น็อตยิ้มเก้อ ๆ “ขอให้คะแนนเรื่องสร้างสรรค์กับความร่วมมือครับ…” คณะกรรมการกระซิบขำ “จริงๆ ก็มีเสน่ห์ดีนะ”
ฉากหลังส่งเหตุการณ์เป็นภาพเพื่อนๆ นัดรวมตัวถ่ายรูปหมู่ มีนวางมือบนไหล่น็อต “นายอาจจะคิดมากไป แต่ถ้าไม่มีนาย ห้องเราคงไม่วุ่นน่าอยู่ขนาดนี้!” ตะวันสวน “ใช่! นายคือจุดศูนย์กลางความป่วน!” ทุกคนหัวเราะเสียงดัง
เสียงระฆังดัง น็อตเก็บของ เตรียมกลับบ้าน มีนยืนรอ ตะวันตามมา “วันนี้นายกลับกับเรานะ เพราะถ้าไม่มีนาย ฉันกับมีนอาจจะทะเลาะกันถึงบ้าน” น็อตหัวเราะในที่สุด “แล้วนายไม่กลัวชั้นคิดมากอีกเหรอ?” ตะวันยักคิ้ว “ชั้นชอบเวลานายคิดมาก มันสนุกดี!”
ทั้งสามเดินออกจากห้องพร้อมรอยยิ้ม ก่อนมีนแกล้งกระซิบ “คราวหน้าถ้ามีโปรเจ็คใหม่…นายโดนแน่นอน!”
เสียงหัวเราะก้องตามตลอดทางเดินขากลับ ความวุ่นวายยังคงอยู่ แต่กลายเป็นความทรงจำดีๆ ที่น็อตไม่มีวันลืม