เธอที่ริมหน้าต่างฤดูฝน
เสียงฝนโปรยละอองลงบนกระจกหน้าต่าง อคินนั่งวาดภาพอย่างเงียบงัน ท่ามกลางรอยร้าวบางอย่างในใจที่เขายังไม่กล้าเผชิญ จนเมย์ เพื่อนสนิทที่ไม่เคยปล่อยให้เขาต่อสู้กับความเศร้าเพียงลำพัง ค่อยๆ เปิดประตูเข้ามาเปลี่ยนชีวิตเขาทีละน้อย…
เส้นขนานของหัวใจ
สองคนที่เหมือนขั้วตรงข้ามในออฟฟิศ ความจริงในอดีตและความฝันที่สวนทาง ทำให้พวกเขาต้องเรียนรู้จะเปิดใจ…
เงาสะท้อนกลางสายฝน
เสียงฝนหลังเคาน์เตอร์กลายเป็นดนตรีกล่อมใจให้สองคนได้เรียนรู้จะฟังหัวใจของตนและกันและกัน แม้จะเริ่มจากความเย็นชากับความยิ้มแย้มที่เหมือนน้ำและไฟ สุดท้าย...ในคืนที่ฝนตกหนักกว่าครั้งไหน ๆ…
เสียงของความห่างไกล
“…เธอกลัวระยะทางไหม?”“กลัว แต่…บางที บางอย่างก็ต้องลอง เชื่อกันก่อน”จินตะกับใยไหม ต่อสู้กับความห่างไกล ความเข้าใจผิด และความฝันที่ไม่เหมือนกัน ก่อนจะกล้าที่จะยอมรับความรู้สึกจริงต่อกันท่ามกลางเสียงเปียโน ชาเขียวเย็น…
แสงแดดยามสายกับความลับใต้ร่มไม้
รอยยิ้มที่มีเพียงคนเดียวที่มองเห็น ความลับที่ซ่อนในบทสนทนายามสาย…
เมื่อเสียงฝนจางลงในหัวใจ
สายฝนพรำในเช้าวันจันทร์เมื่อโอมเดินสวนกับฝ้ายที่หน้าออฟฟิศ ชีวิตของทั้งสองคนเต็มไปด้วยทางแยก ฝนกำลังซัดใจของแต่ละคนให้เปียกโชกด้วยความลังเล…
ระหว่างสองเสียงฝน
“ขวัญ… ตอนฝนตกแล้วนายกลัวอะไรที่สุด” เสียงวิศดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องสมุด…
บางกอก…วันฝนโปรย
แพร นักออกแบบสาวผู้เงียบขรึม ต้องร่วมโปรเจ็กต์ใหญ่กับพี ช่างภาพหนุ่มผู้เปราะบางเพราะอดีต ด้วยสายฝนที่สลับคลื่นเสียงรถและรอยแผลใจ สองคนผู้ตั้งกำแพงจึงได้เรียนรู้การเปิดใจทีละนิดในมหานครที่วุ่นวาย…
คำสัญญาในวันฝนพรำ
กลางสายฝนวันนั้น บัวยืนยิ้มเศร้าที่ระเบียง มองดูนทีเดินจากไป เธอยังคงเก็บความรู้สึกไว้ในใจ ไม่กล้าก้าวออกไปบอกอีกฝ่ายสักที ความรักที่ไม่ได้พูดออกมา กลายเป็นเงาในหัวใจของทั้งคู่…
สิ่งที่ซ่อนอยู่ในสายฝน
เสียงสายฝนกระทบกระจกหน้าต่างขณะพลรอแววในโรงอาหาร ความสัมพันธ์ที่ไม่เคยพูดถึงเติบโตขึ้นทีละน้อย ขณะที่ความจริงหลังความเงียบกำลังรอวันเผยออกมา…