ชมรมก๊วนเกรียนกับภารกิจวันประชุมผู้ปกครอง
“เฮ้ย! วันนี้วันประชุมผู้ปกครอง!” เสียงลอดออกมาจากปากของบิ๊ก เด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่ซึ่งมีนิสัยมั่นใจจนเกินเหตุ นั่งเอาขาไขว่ห้างอย่างระแวดระวังที่มุมโต๊ะชมรมสารพัดประโยชน์หน้าโรงเรียน มองไปที่เพื่อนสนิทสองคนอย่างจอม กับหลิน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!จอม หนุ่มแว่นหัวคิดมาก ขี้กังวล ใบหน้าซีดเผือดขณะจุ่มปลายดินสอกัดในปาก “แม่เรานี่โหดนะ ถ้าเจอใบเกรดนี่จบแน่ นายบิ๊ก นายคิดวิธีอะไรไว้มั่งอ่ะ”
บิ๊กยืดอกอย่างภาคภูมิ “ง่ายมาก ไว้ใจในแผนบิ๊กดิคชั่นของเรา เดี๋ยวเราไปเปลี่ยนป้ายห้องประชุมให้ผู้ปกครองไปนั่งสภานักเรียนแทน รับรองงงทั้งโรงเรียน ไม่มีใครถามใครได้”
หลินสาวเปรี้ยวแสนกล อมยิ้มข้าง ๆ โยนซองทิชชู่ขึ้นลง “แล้วจะไม่มีใครถามว่าเฮ้ย…แล้วลูกฉันอยู่ห้องไหน? เรื่องจะบานเลยบิ๊ก ใจเย็น ๆ”
เสียงออดดังขึ้น เหล่าเพื่อนในชมรมเฮโลเข้ามาเพิ่ม ราวกับวันสำคัญประจำปี บรรยากาศตื่นตระหนก คือมีเพียงสามคนนี้ที่ลงมือคิด (แต่ส่วนมากคิดไปคนละทาง)
จอมยังวางใจไม่ได้ “หรือเราจะแกล้งป่วย ปะป๊าบอกว่าถ้าไม่สบายจะไม่ต้องให้แม่มาด้วย—แต่กลัวโดนจับได้”
บิ๊กชูนิ้วขึ้น “ไม่ต้องกลัว งานนี้บิ๊กเจอมาเยอะ ซ้อมดราม่่าง่าย ๆ แกล้งไอระหว่างประชุม ขอโทษทีครับแม่ ลูกไม่สบาย”
หลินขัดขึ้น “แต่ถ้านายเล่นใหญ่เกิน มันจะโป๊ะแตก เหมือนตอนเข้าแถวเคมีวันนั้นอีก”
เสียงประตูห้องครูดัง ผู้อำนวยการโรงเรียนเดินผ่านไปพร้อมประกาศผ่านไมค์ “ขอให้ผู้ปกครองทุกท่านมารวมตัวที่ห้องประชุม 1 ค่ะ” ผู้ปกครองเริ่มทยอยเข้ามา สถานการณ์ตึงแต่ขำ บิ๊กแอบเหลือบมองหลังตัวเองเหมือนเป็นสายลับประถม ๆ
หลินออกไอเดียบ้าง “งั้นเราหลอกคุณครูว่ามีปัญหาแอร์เสีย ต้องย้ายห้องประชุมไปโรงอาหารมั้ย จะได้วุ่นขึ้นอีก”
บิ๊กเสริม “แต่โรงอาหารมีวงดนตรีประถมซ้อมอยู่! งานนี้พังพาบแน่—เจ้าพวกตัวเล็กพูดเสียงดังซะด้วย”
จอมคิดมากอีก “แล้วถ้าแม่เรามาถึงพร้อมกับแม่ของนายบิ๊ก งานเข้าอะดิ เพราะแม่เรากับแม่บิ๊กเคยติว TOEIC ด้วยกัน เคยเห็นหน้าชัดเชียว…”
ทุกคนเงียบ—ภาพความโกลาหลลอยมาในหัว
บิ๊กหัวเราะคลายเครียด “ถ้างั้นเปลี่ยนแนว เอาใบนำส่งไปสลับชื่อกับคนอื่นเลยไหม เอาจอมไปอยู่ห้องบาส ห้องอิงกลิชยกให้หลิน!”
หลิน “แล้วถ้าแม่เจอบาสตัวจริง นายรู้ใช่มั้ยว่าเขาตัวเท่าเสาโรงรถ”
จอม “ความเสี่ยงสูงมากนะ… แต่ก็น่าลอง เอาไงดี?”
บิ๊กทำท่าขึงขัง “บิ๊กเชื่อแผนนี้ต้องรอด!”
หลินถอนใจ ยิ้มแบบกระหยิ่ม “ไปกันเถอะ ลองดูหน่อย เดี๋ยวหลินเนียนให้เอง”
สามเกลอเดินสอดแนม เข้าไปในห้องธุรการอย่างลับ ๆ เหมือนสายสืบสมัครเล่น จอมทำหน้าซีเรียสพยายามหอบยาดมกับหน้ากากอนามัยเต็มกระเป๋า บิ๊กถือสมุดหนาเตรียมแกล้งเป็นเจ้าหน้าที่สำรวจ หลินรวบผมสูง เดินขาเร็วแบบมั่นใจ
เมื่อพวกเขาเข้าถึงแฟ้มเอกสารประจำห้อง บิ๊กคว้าใบรายชื่อนำส่งออกมา จอมมือสั่นรีบลงชื่อตัวเองสลับกับบาส หลินจัดการตัวเองไปอยู่กับห้องศิลป์ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
เสียงฝีเท้าครูพี่เลี้ยงเข้ามาใกล้ ใจพวกเขาเต้นระรัว หลินหันไปทำทีเป็นเดินหลงทาง บิ๊กรีบเก็กเสียง “คุณครูครับ ช่วยบอกห้องน้ำหน่อยครับ ผมหลง”
ครูมองสงสัยแต่ใจดีชี้ทาง “อยู่มุมสุดลูกบิดขวามือค่ะ อย่าลงไปชั้นล่างนะ เดี๋ยวกลับยาก”
พวกเขาหลบรอด แต่ตึงเครียดจนน้ำเหงื่อซึม
จอม “เราอาจจะต้องเวียนเป็นแผน B ไหม บิ๊ก ถ้ามีแม่เรากะบิ๊กมาพร้อมกัน แถมคุณครูเจอชื่อเราไปอยู่ห้องอื่นจะไม่โดนจับได้เหรอ?”
บิ๊กนิ่งคิด “เชื่อสิ! งานนี้บิ๊กคือเจ้าพ่อแห่งการหลบหลีก”
เสียงออดประชุมเริ่มดัง ผู้ปกครองเดินเข้าสลับห้องกัน โกลาหลตามที่ทุกคนเดา
เสียงแม่บิ๊กตะโกนไกล ๆ “บิ๊ก! แม่หานายไม่เจอ ไปอยู่นี่ได้ยังไง”
ทุกคนหยุดชะงัก บิ๊กหันไปหัวเราะแห้ง ๆ “เอ่อ… แม่ ผม… ไปช่วยธุรการยกของครับ”
แม่จอดสายตาที่จอม “ลูกจอม… หน้าซีดเลย เป็นหวัดเหรอลูก”
จอมรีบไอแห้ง ๆ “แหะ ๆ พอดีผมนอนน้อยนิดหน่อยครับ เพราะติวสอบกับบิ๊กเมื่อคืน”
แม่หลินโผล่มาอีกคน “แล้วหลินล่ะ ลูกเราไปอยู่กับครูศิลป์ตอนไหน”
หลินยิ้มกว้างแบบมีพิรุธ “ก็…อยากเห็นงานศิลป์ใหม่ๆ…”
เสียงครูศิลป์เดินมาถาม “คุณแม่สนใจชมภาพสีน้ำใหม่ใช่ไหมคะ”
สถานการณ์ปั่นป่วน มีทั้งครูและผู้ปกครองเดินสับสนไปมา สลับรายชื่อกันอย่างกับเล่นเกมเก้าอี้ดนตรี
บิ๊กกระซิบ “ตอนนี้แผนเราง่ายมาก… แค่ทำเนียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ให้ผู้ปกครองแต่ละคนงงวนในวงจรของตัวเองพอ”
จอม “แต่ถ้าครูจับได้ พวกเราคือคนแรกแน่…”
หลินกระซิบตอบด้วยรอยยิ้ม “ก็เรานี่แหละ ทำให้โรงเรียนจำวันประชุมวันนี้ไปอีกหลายปี”
เสียงสับสนยังคงเกิดขึ้น คุณครูใหญ่ประกาศเสียงดัง “ใครที่ยังไม่เจอห้องประชุม เชิญขึ้นมาสอบถามที่แผนกต้อนรับค่ะ”
บิ๊กเริ่มสังเกตเห็นว่าบางทีการหนีปัญหา ยิ่งหนียิ่งบาน เขามองเพื่อนสองคน “เนี่ย ถ้าเราบอกความจริงไปแต่แรกอาจจะไม่วุ่นขนาดนี้ก็ได้นะ”
จอมถอนหายใจ “แต่ถ้าบอกตรง ๆ ก็กลัวคุณแม่ผิดหวังเหมือนกัน…”
หลินยิ้มอบอุ่น “อย่างน้อยพวกเราก็ยังอยู่ด้วยกันไงนะ ถึงซวยก็ยังฮาอยู่”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังร่วมกันในมุมห้อง ผลสุดท้ายผู้ปกครองก็เจอลูกตัวเอง แต่ครูใหญ่แจกคำพูดปลอบใจ “เด็ก ๆ ทุกคนมีข้อดีในแบบของตัวเองนะคะ วันนี้เห็นแต่ความพยายาม ไม่เห็นคะแนน”
พวกเขาถูกจับได้ว่าเป็นต้นเหตุการสลับรายชื่อกับความวุ่นวายคราวนี้
ผู้ปกครองไม่ได้โกรธอย่างที่คิด กลับร่วมขำไปกับเรื่องราววุ่นวายที่กลายเป็นประสบการณ์ประจำปี
บิ๊กกอดคอบ่าเพื่อน “ปีหน้าถ้ามีประชุมแบบนี้อีก โจทย์ใหม่แน่ คราวนี้ขอเหมือนคนปกติสักทีเถอะ”
จอมกับหลินสบตากันยิ้ม “ปีหน้าหรือวันนี้ นายก็ไม่ปกติอยู่แล้วบิ๊ก!”
เสียงหัวเราะพลุ่งออกมาพร้อมกันอีกครั้ง ความวุ่นวายจบลงด้วยความรักและมิตรภาพแบบเพื่อนสามเกลอ ที่ถึงชีวิตจะเป๋ ก็พร้อมยืนข้างกันเสมอ