ภารกิจ “ลับเฉพาะ” เมื่อเพื่อนบ้านคาดผิด
เสียงประตูรั้วเหล็กดัง ‘แก๊งๆ’ ในเช้าวันอาทิตย์ ที่ซอยราชอุดมฯ หมู่บ้านจันทร์เหลืองแสนเงียบสงบ ในห้องโถงหลังหนึ่ง ดวงใจ (หญิงสาวผู้มั่นใจจัดจ้าน เจ้าของสโลแกน “ไม่มีเรื่องไหนที่เจ๊จัดการไม่ได้”) จ้องอาศัยอยู่กับแม่ แต่วันนี้เหล่าผองเพื่อนํสหายร่วมซอยสองคนคือ ฉัตร (ชายหนุ่มขี้คิดมาก จินตนาการล้ำจนบางครั้งแยกไม่ออกว่าเรื่องไหนจริง ไหนมั่ว) และพิน (สาวเนิร์ด พูดน้อยแต่ลึกซึ้ง ติดนิสัยตรวจสอบระเบียบจัดวางทุกอย่างเป๊ะ) มารวมตัวอย่างมีเป้าหมาย
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ฉันเห็นแล้ว! นายข้างบ้านคนนั้นลุกจากเตียงตีสี่ เดินวนรอบบ้านสามรอบ แล้วหายเข้าไปในครัว…ฉัตรว่าแปลกไหม?” ดวงใจเปิดฉาก ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบพลางหรี่ตา
ฉัตรวางขวดน้ำลง เงียบอยู่สองวินาที “หรือเขาเป็นสายลับ?”
พินขมวดคิ้ว ทำท่าจะค้าน แต่แค่พึมพำ “แปลกตรงไม่ล้างจาน…”
เสียงขำๆ หลุดออกมาจากความตลกในความคิดอาหารสายลับของฉัตร ก่อนทั้งสามจะนั่งล้อมวงสมุดโน้ต
“เป้าหมายคือจับให้ได้ว่านายเพื่อนบ้านมีความลับอะไร” ดวงใจสั่งการ น้ำเสียงจริงจังเกินเรื่อง แต่เพื่อนๆ ชินและเล่นตาม
ฉัตรเปิดมือถือ “ฉันจะจดเวลาและลักษณะท่าทาง ข้อมูลสำคัญ…เหมือนในหนังเลย”
พินถอนหายใจเบาๆ “อลังการไปมั้ย ใช้แผนจับขโมยแมวกับคนธรรมดาเนี่ยนะ…”
เสียงหัวเราะผสมความอึดอัด บางอย่างกำลังก่อตัวแต่ยังไม่มีใครเดาได้ว่าจะสนุกกว่านี้อีกเยอะ
ฉากถัดไป สามเพื่อนซี้พากันแอบมองข้ามกำแพงบ้านของนายสมบูรณ์ เพื่อนบ้านที่ทั้งสามจับตามากที่สุด ทั้งที่ความจริงเขาก็เป็นแค่ผู้ชายกลางคนเงียบๆ คนหนึ่ง
“เงียบผิดปกตินี่แหละ พวกแอบทำอะไรแปลกๆ ก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น” ดวงใจกล่าวขณะเงี่ยหูฟังเสียงในบ้านสมบูรณ์
“ถ้าเขารู้ว่าเรายืนส่องอยู่ข้างรั้ว คงดูมีพิรุธกว่าเขาแล้วมั๊ง?” พินส่งเสียงเบา แต่ดวงใจไม่สนใจ
จังหวะเดียวกัน สมบูรณ์เปิดหน้าต่างทิ้งขวดน้ำออกมา สามคนรีบก้มหลบอย่างลนลาน กระเป๋าสะพายดวงใจตก ทำสมุดร่วงแต่ไม่มีใครกล้ารับสมุดคืน
“โอ๊ย ลืมสมุดจั่วหัว “จับผิดเพื่อนบ้าน” ไว้!!” ดวงใจกระซิบลั่น แต่ไม่มีเวลาเก็บ คนในบ้านสมบูรณ์เดินออกมาเหมือนจะตรวจดูอะไรบ้างอย่าง
พินรีบลากเพื่อนหนี ขณะที่ฉัตรหันมาถาม “ถ้าสมบูรณ์เห็นสมุด เขาคงยิ่งสงสัยเรา…”
ดวงใจเม้มปากหนักใจ “งั้นเราต้องแทรกซึมเข้าบ้าน! เพื่อเก็บสมุดให้ได้!”
“แบบนี้เรียกว่าภารกิจลับใช่ไหมนะ” ฉัตรหรี่ตา ทำท่าทางเหมือนสายลับระดับโลกขณะเข้าไปแถวหน้าบ้านสมบูรณ์
พินถอนหายใจ เงียบกว่าทุกคน แต่ตาส่องไปที่ประตู “ประตูล็อก แต่หน้าต่างคลองน้ำเปิดอยู่…”
สามคนตกลงใจ พยายามเข้าบ้านแบบลับๆ—แต่ข้างในกลับมีคุณยาย บังอร แม่สมบูรณ์กำลังดูทีวี ละครเสียงดังปังปัง ทั้งสามไปหลบหลังตู้กับข้าวบังเอิญได้ยินชีวิตครอบครัวลึกลับของสมบูรณ์
“ใครก็ไม่รู้ เอาไอติมมาตั้งหน้าบ้าน!” เสียงคุณยายบ่นเสียงดัง
“หรือสมบูรณ์แอบขายไอติมเงินใต้โต๊ะ?” ฉัตรกระซิบ ดวงใจเท้าคางจริงจัง
พินกระซิบสวน “ทำไมไม่คิดว่าเป็นคนปกติ…”
กระบวนการสืบสวนนำไปสู่การเข้าใจผิดมากขึ้น เมื่อทุกเสียง ทุกการกระทำของสมบูรณ์ถูกแปลผิดอย่างมหันต์
จากผนังบ้านที่แอบเจาะรู (เพื่อซ่อมสายไฟ) กลายเป็นว่า “ซ่อนของเถื่อน” / จากการเข้าร้านขายต้นไม้บ่อย กลายเป็น “เพาะกล้วยไม้ปลอม” เพื่อกิจกรรมผิดกฎหมาย … ปัญหาหนักเข้าเมื่อสมุดโน้ต “จับผิดเพื่อนบ้าน” โผล่ขึ้นบนโต๊ะกลางบ้านสมบูรณ์
“ใครทำตกเนี่ย…หรือใครจงใจทิ้งไว้?” คุณยายบังอรถือสมุด เหลือบตามองนอกหน้าต่าง
สิ่งที่ซ่อนอยู่ในสมุดเป็นบันทึกสารพัด “หลักฐาน” ขำ ๆ เช่น “วันนี้นายสมบูรณ์กินข้าวกะหมูกรอบสามชิ้น แกล้งเดินช้าเพราะอะไร?”, “เห็นขนตาขาวเหมือนไม่นอน—มือใหม่สายลับ?”
ฝั่งสามซี้วางแผนยิ่งใหญ่เข้าไป “ปลอมตัว” เป็นทีมสำรวจน้ำท่วมของหมู่บ้าน หวังเข้าไปเก็บสมุดคืนแต่โดนคุณยายซักถามยับ ไม่สามารถพูดโกหกได้ทัน จึงโดนจับได้ระหว่าง “สำรวจ” สลับกับคำถามที่ตอบไม่ตรงคำถามไปมา
“ตกลงหนูมาสำรวจน้ำท่วมหรือหาแมว?”
ดวงใจอึกอัก “คือ…น้ำแมว เอ่อ…ไหล”
“แมวมันไหลได้ด้วยหรือหนู?”
แต่กว่าเพื่อนทั้งสามจะทำอะไรได้ ก็ถูกถามจนมึนและต้องถอยไปตั้งหลักใหม่
ปัญหาใหญ่เกิดเมื่อสมบูรณ์เจอสมุด และไปคุยสอบถามแม่ว่า “ใครเขียนอะไรแปลก ๆ ซุกไว้ในบ้านเรา?” แม่บอกว่า “เด็กข้างบ้านเอ๊ะอะไร ไปบอกเขาดีไหมลูก?”
ฝั่งดวงใจกับฉัตรและพิน ตั้งวงวางแผนขั้นต่อไปที่มุมศาลาในหมู่บ้าน ต่างคนต่างโยนข้อสันนิษฐานสูงสุด
“หรือเขาจงใจดึงเราให้เข้าแผนลวง?” ฉัตรพูดพลางจัดลิสต์แผนสำรวจไปมาในกระดาษ
พินครุ่นคิดหนัก “ทุกวันนี้เรากำลังจับผิดหรือคิดผิด?” เธอตัดสินใจจะไปขอโทษสมบูรณ์และคืนสมุดด้วยตัวเอง
แต่ด้วยนิสัยรอบคอบมากไป กลับไปเคาะบ้านผิดหลัง ไปโผล่บ้านคุณลุงบุญเลิศแทน โดนลุงบุญเลิศถามกลับอย่างงงๆ “มาส่งสมุดใครกันหนู?”
ดวงใจกับฉัตรพอดีเดินตามมา ปรากฏว่าทั้งสามไปเจอกันหน้าบ้านสมบูรณ์ในเวลาต่อมา กลายเป็นซีนความวุ่นวายต่างคนต่างหลบ
“ฉันกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในซอยแล้วแน่ ๆ” ฉัตรบ่น
“จะพูดตรง ๆ ไปเลยก็สิ้นเรื่องมั้ย” พินเสนอ ดวงใจอิดออด
“พูดไปแล้วเขาจะไม่มองเราเป็นบ้าเหรอ?”
สุดท้าย ด้วยความซวยซ้อนซวย สมุดโน้ตถูกเด็กข้างบ้านอีกบ้านเอาไปวาดระบายสีทับ ทุกข้อความลับ ๆ กลายเป็นภาพซุปเปอร์ฮีโร่แปลก ๆ แทน
สมบูรณ์หัวเราะในที่สุดเมื่อได้สมุดคืน “จะจับผิดอะไรให้ขำแบบนี้อีกก็ได้นะ วัน ๆ บ้านฉันวุ่นวายเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว”
ตอนจบ สามเพื่อนซี้ยิ้ม กลับบ้านแบบสังขารหมดแรง แต่ได้บทเรียนตลก ๆ ในการคิดเองเออเองเกินเหตุ
ดวงใจว่า “รอบหน้าเราไปจับผิดสุนัขข้างบ้านบ้างไหม?”
ฉัตรส่ายหน้า “เอาน้ำปลาร้าไปเทใส่ต้นไม้ข้างบ้าน แล้วแกล้งเชื่อว่ามันเป็นการต่อสู้ระหว่างต้นไม้พลังวิเศษดูไหม?”
พินหัวเราะแผ่ว “ขออาสาเป็นคนบันทึกแทน…”
เสียงหัวเราะยังดังต่อเนื่องในซอยนี้ ชีวิตธรรมดาที่วุ่นวาย… และมิตรภาพที่ไม่ปกติแต่โคตรฟีลกู๊ด