คู่หูซี้ซั่วยืนหนึ่งแห่งหอพักบัณฑิต
เสียงประตูห้องพักดัง “ปัง!” จนภาพโปสเตอร์ดาราที่ติดไว้ด้วยกระดาษกาวสั่นไหว ศรัณย์นิ่งไปแล้วสูดลมหายใจ “เราต้องเริ่มใหม่ วันนี้ต้องเปลี่ยนโฉม!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เพียวเดินตามเข้าห้องพร้อมกล่องกระดาษ กางแขนออกอย่างโอ่อ่า “ห้องใหม่ ชีวิตใหม่! ฉันจะเป็นคนใหม่ที่ฮอตสุดในหอให้ได้ จะไม่มีใครพูดว่าเราคือสองเพื่อนขี้แพ้อีกแล้ว!”
ศรัณย์ทำท่าคิดจริงจัง “มันต้องมีสูตรลับของพวกป็อปปูล่าสิ ลองดู…ทำตัวลึกลับ ฮา เฉยชา แต่ต้องดูดี”
เพียวหยิบแว่นตาดำมาใส่หล่อ ๆ และยืนโป่งอกหน้าโต๊ะกระจก “เริ่ม!”
เสียงก๊อกที่ประตูดังขึ้น เด็กห้องข้าง ๆ ชื่อยูนายืนยิ้ม “พี่เข้าอยู่ใหม่เหรอ ขอถามเรื่อง Wi-Fi หน่อย”
เพียวเหวอไปนิดก่อนเก็กเสียงเข้ม “อ๋อ… Wi-Fi? เราไม่เล่นเน็ตหรอก เราใช้เวลาคิดค้นอะไรใหม่ ๆ มากกว่า”
ยูนามองงง ๆ แล้วหัวเราะเบา ๆ “โอเค… งั้นขอรหัสห้องน้ำรวมหน่อย อยู่ตรงไหนเหรอครับ?”
ศรัณย์หันไปปรึกษากระซิบกับเพียว “หรือนี่คือบททดสอบป็อปปูล่า? เขากำลังหยั่งเชิงเราใช่ไหม?”
เพียวพยักหน้า “แน่นอน อย่างน้อยก็อย่าแสดงจุดอ่อน!”
เพียวหันไปตอบเต็มปาก “เรื่องทางลำบากไว้ใจผม… แต่ต้องตั้งใจแน่ ๆ ถึงจะเจอ! เดี๋ยวเดินไปด้วยกันเลยไหม?”
ยูนากะพริบตา แล้วกึ่งเสียมารยาท “ใช่… ผมแค่ขอลิฟต์นะ ไม่ต้องพิธีมากก็ได้ครับ”
ทั้งศรัณย์และเพียวหน้าแห้ง พลางซุบซิบ “แผนบึ้มตั้งแต่ประโยคแรก…”
หลังจากเดินไปดูห้องน้ำ (ที่จริง ๆ อยู่ใกล้ห้องตนเองมากแบบไม่ต้องเดินอ้อม) ทั้งคู่ก็เดินกลับมาเจอห้องเพื่อนร่วมหอที่จัดปาร์ตี้กลุ่มเล็ก ๆ กันอยู่ มีกลุ่มชายหญิงสี่คนหัวเราะกันเสียงดัง
เพียวกระซิบ “ฟูลฮ้าส์ที่นี่แน่ เดี๋ยวเราแปะตัวเป็นอินฟลูเอนเซอร์ซักหน่อย…”
ศรัณย์ยักไหล่พูดเสียงต่ำ “นายไปก่อน ฉันยังตั้งหลักไม่ถูก”
เพียวเดินไปแทรกกลางวงปาร์ตี้ “เฮ้ พวกเราคนใหม่ในหอนี้นะ มีอะไรให้ช่วยขอแค่บอก ฉันกับเพื่อน… อ่า… ฉันชื่อเพียว”
เด็กผู้หญิงนั่งอยู่สองคนสลับกันสบตา หนึ่งในนั้น ชื่อนีน่า ถามตรง ๆ “ขอ IG ด้วย จะได้ส่งข่าวกลุ่มหอ”
เพียวกลับเหวออีก “เอ่อ… IG…มันเรื่องส่วนตัวน่ะ พวกเราชอบความเป็นส่วนตัวอะ ไม่ถนัดโซเชียล”
กลุ่มมองหน้ากันงง ๆ แล้วเปลี่ยนเรื่องทันที ทำให้เพียวต้องเดินกลับมาหาศรัณย์ที่รออยู่ข้างนอก
ศรัณย์กระซิบถามเบา ๆ “นายเนียนมากเลย เขาทำหน้าแบบเห็นเราเป็นร่างทรงมัมมี่หรือยังไง”
เพียวทำปากยื่น “จะดีกว่าโดนขุดรูปตอนมัธยมที่แฮร์ไลน์สูงกว่าเพดานห้อง หรือเปล่า!”
ทั้งคู่กลับเข้าห้อง แต่ยังคงมีแรงบันดาลใจเต็มที่ศรัณย์ตั้งเป้าใหม่ “แน่นอน แค่วันแรก ขอโอกาสอีกครั้ง เราต้องเปลี่ยนแปลงจริง ๆ สักที”
เมื่อรุ่งเช้า ทุกคนในหอรวมตัวกันที่ห้องโถงเพื่อปฐมนิเทศ เพียวและศรัณย์ยืนประจำจุดด้วยความตื่นเต้นแฝงประหม่า นีน่าเดินมายืนข้างศรัณย์ “เมื่อคืนพี่เล่นบอร์ดเกมเหรอ ไม่เห็นลงมาเลย?”
ศรัณย์นึกไม่ออก ได้แต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ “บอร์ดเกม? เออ…ผมเล่นในใจครับ”
ยูนายืนฟังข้าง ๆ หัวเราะเบา ๆ “นี่พี่ลึกลับจริง ๆ – เล่นกระดานหลอนในจักรวาลส่วนตัว”
บรรยากาศเริ่มตลกแบบแปลก ๆ เพียวแกล้งถามกลับ “นายแน่ใจใช่ไหม ว่าหอเราไม่มีผี?”
ยูนาขำจนสำลักน้ำเปล่า “ผมอยู่มาสองปี ยังไม่เห็นผี – นอกจากพวกที่เล่นมุกแห้ง ๆ แบบพี่สองคน”
เสียงอาจารย์ที่ดูแลหอดังขัดจังหวะเรียกทุกคนหน้าเวที “เอาล่ะเด็ก ๆ มีกิจกรรม ice-breaking จับคู่ช่วยทำความสะอาดหอคืนนี้ ใครยังไม่มีคู่ ยกมือ!”
เพียวกับศรัณย์ยกมือสุดแขน อาจารย์ถอนหายใจ “โอ้ ยังเหลือสอง…ดีเลย คู่กันละกัน”
เพียวหันมาทางศรัณย์ กระซิบเบา ๆ “เราธรรมดาแต่เจอคู่บารมี…บารมีซวยนะ”
คืนนั้นศรัณย์กับเพียวเริ่มงานกวาดถูห้องโถง พยายามทำตัวให้ดูเท่และขยัน พอมีใครเดินผ่านก็รีบแอคติ้งโชว์ว่าเป็นคนละเอียดสุด ๆ
นีน่าเดินผ่านเห็น ยิ้มขำ “พี่ล้างตรงซอกประตูขนาดนั้น กลัวจะเจอสมบัติลับ?”
เพียวตอบทันที “ไม่แน่ อาจจะเจอรหัส Wi-Fi ที่นายหามาตั้งแต่วันแรก!”
ยูนาเดินมาสมทบ “ลงขันกันมั้ย เจอฟอสซิลรองเท้าแตะกลางพรม”
ศรัณย์พยายามพลิกสถานการณ์ “ที่เราใส่ใจกวาดซอก โต๊ะ เฟอร์นิเจอร์ เพราะเราเชื่อในการเริ่มต้นใหม่ที่สะอาดน่ะ!”
นีน่ายิ้มมุมปาก “คำคมนะพี่…แต่ถ้าเจอซากขนมปีที่แล้วก็ไม่ต้องบอก”
ค่ำคืนจบแบบง่วง ๆ เพียวกับศรัณย์กลับห้องกันโดยไม่ได้ป็อปปูล่าตามตั้งใจ แต่กลับโดนตั้งฉายาหอว่า “คู่หูกวาดฝุ่น”
หลายวันผ่านไป ทั้งคู่พยายาม “เนียน” เขาวางแผนตั้งกลุ่มบอร์ดเกมตอนเย็นชวนทุกคน หวังจะได้เพื่อนใหม่ กลายเป็นว่าคนมาร่วมแต่ดันเข้าใจว่าคือกิจกรรมวิชาการ มีคนหอบตำรา คนหัวโต๊ะพูด “พี่จะติวคณิตเหรอ?”
เพียวแอบเซ็งกระซิบศรัณย์ “จะไม่ให้เราติวศิลปะการนั่งเบื่อได้ไงเนี่ย…”
แต่ศรัณย์หัวไว “งั้นก็เล่นตามน้ำเลย! แจกโจทย์คณิต ใครตอบได้ มีรางวัล”
ทุกคนลุยโจทย์ปัญหาฮา ๆ (ที่สองหนุ่มเสิร์ชจากอินเทอร์เน็ตเมื่อเช้า) สุดท้ายกลุ่มหัวเราะกันเองเพราะบางโจทย์ก็ดูงี่เง่าอย่างไม่น่าเชื่อ
เพียวเห็นโอกาสแกล้งตอบปัญหาข้ามหัวข้อ “ข้อนี้เฉลยคือ 42 แนววิทยาศาสตร์!”
นีน่าหัวเราะ “เอ๊ะ…โลกนี้ควรฟังแต่พวกพี่จริง ๆ”
หลังจากวันนั้น เพียวและศรัณย์กลายเป็นขวัญใจเฮฮาของหอแบบงง ๆ เพราะชอบตอบอะไรไม่ตรงคำถาม ให้อารมณ์มึน ๆ กวน ๆ
แต่วันหนึ่งศรัณย์เกิดไอเดีย “ฉันจะทำเซอไพรส์วันเกิดยูนา โดยไม่ได้สืบวันเกิดเลยซักนิด…”
เพียวมองอย่างเหนื่อยใจ “นายคิดว่าถ้าเลือกผิดวันยูนาจะดีใจไหม?”
ศรัณย์ตอบอย่างมั่นใจเกินเหตุ “แค่จริงใจ คนก็ซาบซึ้งแล้ว”
ทั้งคู่วางแผนจัดปาร์ตี้เงียบ ๆ ตอนค่ำ มีขนมเทียนแทนเค้ก จุดเทียนรอลุ้น พอจุดเสร็จ ยูนาเปิดประตูมาเห็นตกใจ “เกิดอะไรขึ้น!?”
ศรัณย์ยื่นขนมเทียนให้ “สุขสันต์วันเกิด!”
ยูนาตาโต “เดี๋ยวนะ…วันนี้ผมไม่ได้เกิด!”
เพียวรีบพึมพำ “คือ…เราไม่รู้จริง ๆ วันเกิดนาย…”
นีน่าที่โดนดึงมาช่วยหัวเราะกรอกตา “ขอบคุณที่มีขนมเทียน แต่เท่งี้นึกว่าสะเดาะเคราะห์”
ศรัณย์หน้าเจื่อน “อย่างน้อยขอจุดไฟในหัวใจเพื่อนร่วมมหา’ลัยนะ!”
กลุ่มคนในหอขำรอบสอง – ถึงงานวันเกิดจะผิดวัน แต่กลายเป็นค่ำคืนที่อบอุ่นโดยไม่ได้ตั้งใจ
เวลาผ่านไป ศรัณย์และเพียวถูกชวนไปเที่ยวกับกลุ่มใหญ่เพราะความเกรียนขำ ๆ ของทั้งคู่ เพียวฝากศรัณย์จองโต๊ะร้านหมูกระทะ เย็นนั้นไปถึงกลับเจอคนล้นร้าน เพราะ “จองโต๊ะชื่อศรัณย์” ดันมีชื่อซ้ำ 3 กลุ่ม
ทุกกลุ่มต่างยืนเก้อ มีเสียงเจรจา กลุ่มเพียวตัดสินใจว่าขอแชร์โต๊ะกับกลุ่มเด็กวิศวะที่สับสนไม่แพ้กัน
ยูนายกนิ้วโป้ง “ตั้งแต่รู้จักสองคนนี้ เรื่องธรรมดาไม่เคยเกิดเลย!”
หลังจากกินหมูกระทะเสร็จ กลุ่มกลับหอแต่ดันโดน รปภ. เข้าใจผิดว่าสติไม่ดีเพราะหัวเราะไม่หยุด ทั้งที่จริงคือติดใจมุกขำของศรัณย์และเพียว
นีน่าเอ่ยอย่างจริงใจ “พี่สองคนไม่ต้องพยายามจะเป็นใครหรอก อยู่แบบนี้ก็น่ารักดีแล้ว”
ศรัณย์ยิ้มกว้าง “ถ้าเราพยายามเป็นคนเท่ เราคงไม่เหลือเพื่อนสักคน”
เพียวสบตาศรัณย์ “แต่เรามีเพื่อนร่วมซวยเหมือนกันอย่างน้อยหนึ่ง”
ทั้งสองหัวเราะ จากนั้นบรรยากาศก็อบอุ่น สองเพื่อนซี้กลายเป็นคู่หูที่ทุกคนรัก ไม่ใช่เพราะความเท่แต่เพราะความจริงใจแบบเปิ่น ๆ และชวนวุ่นวายของพวกเขานั่นเอง
คืนวันหนึ่ง เพียวเดินกลับห้องมองศรัณย์ “พรุ่งนี้มีพิธีรับน้อง อย่าเผลอพูดชื่อคนผิดล่ะ…”
ศรัณย์ตอบสวน “ถ้าฉันกะชื่อผิดอีก เดี๋ยวแจกขนมเทียนให้หมดหอเลย เอาไง?”
เสียงหัวเราะดังมาไกลขึ้นก่อนทั้งสองจะปิดประตูห้อง ปล่อยให้เสียงครื้นเครงของมิตรภาพในหอพักดำเนินต่อไปในค่ำคืนนั้น