ประชุมวุ่นวันประชากิจ
เสียงไม้กวาดกระทบพื้นหน้าศาลาประชาคมแต่เช้าตรู่คือสัญญาณของความวุ่นวายวันประชุมใหญ่ประจำปี ‘ชุมชนรุ่งแสงทอง’ กำลังถูกเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่—ยุคของยศยง ประธานหมู่บ้านสายเปลี่ยนโลก ผู้เชื่อว่าตนฉลาดที่สุดในระยะรัศมี 10 กิโลเมตรครึ่งรอบ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เฮ้ย! ตั้งเก้าอี้แบบเว้นช่องตามแนวคิดใหม่ที่ผมอ่านมาในอินเทอร์เน็ตด้วยนะ! จะได้เป็นประชุมเชิงสร้างสรรค์” ยศยงประกาศเสียงดัง แต่อ้น เพื่อนบ้านจอมคิดมาก หน้างอกกว่าหัวไชเท้า ถามกลับแบบไม่แน่ใจ “ว่าแต่…ช่องเว้นคือนั่งเว้นเก้าอี้หรือเว้นระหว่างแถว?”
“ก็…เว้นตรงไหนก็ได้ ขอให้ดูสร้างสรรค์!” ยศยงบอก โดยไม่รู้เลยว่าต่อจากนี้ ทุกเก้าอี้จะเรียงซ้อนทับกันแบบบันไดสามชั้นและเว้นสุ่มเหมือนศิลปะนามธรรม
แก้วแม่ค้าปากร้ายตั้งแต่เกิด แอบจับกลุ่มนินทา “กำลังจะกลายเป็นคอนเสิร์ตหมู่บ้านเหรอไง ดูท่าทางปีนี้ฮาแน่”
บัวเพื่อนบ้านสูงวัย พูดเสียงเรียบ “เมื่อปีที่แล้ว ประชุมสั้นจิ๋วเพราะไมโครโฟนเสีย ปีนี้ขออย่าให้เต็นท์ปลิวพอ”
ยศยงโผเข้ามา “สวัสดีครับทุกคน! ตั้งแต่ผมเป็นประธานหมู่บ้าน ผมขอรับรองว่าประชุมวันนี้จะ…เอ่อ…ไม่เหมือนทุกปี” เสียงฮือฮาปนหัวเราะเบาๆ ลอยว่อนทั้งศาลา
เจี๊ยบขาประจำงานบุญผู้มาสายเสมอ วิ่งกระหืดกระหอบ “โทษที! ผมไปเอาเครื่องฉายสไลด์มาให้ ประธานสั่งต้องใช้ อุ๊ย! ปลั๊กไฟมันไม่ถึง!”
“จับต่อปลั๊กสิครับ” ยศยงแนะนำแดกดัน แก้วหรี่ตาหลิม “ต่อปลั๊กให้ยาวสุดๆ เลยเผื่อสไลด์จะผ่านฟ้าไปถึงตลาดสด”
เสียงกรอกไมค์ดังฟี๊ด “เอ้า! ทุกคนเงียบก่อนครับ เริ่มประชุม!” ยศยงค้ำอกด้วยท่าทางเท่สุดขีด แต่อ้นยืนข้างๆ พึมพำ “เครื่องเสียงปีนี้ใช้ไมค์ไร้สาย ประหยัดสายขนาดไหนประธาน…”
เริ่มวาระแรก “คิดอย่างไรว่าทำชุมชนให้สะอาดโดยแขวนป้าย ‘อย่าทิ้งขยะ’ กับประกาศเสียงตามสายได้ผล?” ยศยงถาม
แก้วสวน “ถ้าป้ายกับวิทยุมันได้ผล หมูบ้านข้างๆ ก็คงเป็นดิสนีย์แลนด์ไปแล้วล่ะ”
บัวพูดเสียงหนักแน่น “สมัยก่อนมีคนเฝ้าอ่ะ ประชากิจก็ไม่กล้าทิ้งขยะนะ” อ้นเสนอ “งั้นใส่ชุดยักษ์ไปเฝ้าถังขยะมั้ย?” ทุกคนหัวเราะ ยศยงหยิบสมุดจดบันทึก “ดี! เดินสายเฝ้าขยะ สัปดาห์นี้เจี๊ยบ พรุ่งนี้แก้ว ผมจดไว้เลย!”
เจี๊ยบเบิกตาโต “ผมแค่เสนอเล่นๆ นะ!”
จังหวะต่อมา โจ พ่อค้าขายของชำขี้กังวล เข้ามาสมทบ “คือ…ผมขอเสนอเรื่องไฟส่องถนนที่ติดๆ ดับๆ ทุกคืน ฝันผมกลายเป็นฝันร้ายทุกที อีกอย่างนะ…คืนก่อนผมเห็นเงาดำวิ่งอยู่ใต้เสาไฟ!”
แก้วแซว “อาจเป็นแมว…หรือเงาประธานฮะ!” เสียงฮาจากทุกทิศ ยศยงเริ่มลนๆ “นี่ไงไฟชุมชนปัญหาเร่งด่วน รัฐบาลท้องถิ่นขอหลักฐานเป็นภาพถ่าย—พวกเราต้องรวมกลุ่มถ่ายรูปไฟดับคืนนี้!”
อ้นพูดเบาๆ “สงสัยคืนนี้ต้องตั้งแคมป์ใต้เสาไฟ…”
เสียงโทรศัพท์มือถือบัวดังเปรี้ยง “ผลตรวจสุขภาพประจำปีของลูกชายมาแล้ว!” บัวเงียบไปครู่ ยศยงรีบถาม “ปกติดีใช่มั้ยป้า?” บัวพยักหน้าพลางยิ้ม เจี๊ยบเบาเสียง “ทุกปีประชุมใหญ่ ป้าเราต้องรับโทรศัพท์สายสำคัญเสมอ”
รินทร์ น้องมหาลัยที่เพิ่งกลับบ้านมาในรอบสองปี นั่งยกมือขอพูด “พี่ๆผมไปฝึกงาน เลยอยากเสนอแข่งวิ่งมาราธอนระดมทุนบำรุงชุมชนไงครับ”
แก้วหรี่ตามอง “ใครจะวิ่งอ่ะ หมู่บ้านเราเดินสวนสนามยังเหนื่อยเลย” ยศยงยืนขึ้น ทำหน้าตั้งใจ “จะมีใครลงก็ไม่ใช่ประธานคนนี้แน่ แต่เพื่อชุมชน…” แล้วเขาก็เสนอให้บัวเป็นหัวหน้าทีมวิ่งแทน บัวหลุดเสียง “ป้าเดินจากครัวถึงศาลายังแทบแย่!” บรรยากาศครื้นเครง หัวเราะกันถ้วนหน้า
ไม่นานอ้นกลับมานั่งนิ่งๆ หยิบโทรศัพท์ขึ้นเช็คกลุ่มไลน์ ปรากฏข้อความใหม่ “มีผู้ใหญ่บ้านมาแทนชั่วคราว เย็นนี้…” อ้นเงยหน้าขึ้น “หรือวันนี้เราจะประชุมผิดวัน?” ทุกคนชะงัก
ยศยงหัวเราะเก้อ “ไม่มีทาง! ปฏิทินติดอยู่ที่โต๊ะผม เห็นชัดเจนว่าวันนี้!”
แก้วเดินไปหยิบปฏิทิน ทันทีที่พลิกดู สีหน้าเปลี่ยน “ประธาน…ปฏิทินผิดปี…เราประชุมก่อนกำหนดหนึ่งวันอะ” เสียงหัวเราะโหมกระหน่ำ
เจี๊ยบสรุป “นี่ปัญหามันซ้อนปัญหา จัดประชุมผิดวันแต่กลับกลายเป็นทุกคนพร้อมใจมากันครบ”
โจหัวเราะ “เพราะโทรศัพท์ทุกบ้านแจ้งเตือนประชุมวันนี้เหมือนกันหมด งั้นใครล่ะที่ส่ง?” ทุกคนมองหน้ากันอึ้งตอนแรก ก่อนสายตาเบนไปยศยง แจ้งเตือนตั้งค่าผิดเองตั้งแต่สัปดาห์ก่อน!
“ผมแค่รีบ กลัวคนลืม เลยตั้งให้เตือนซ้ำๆ ไปเลย สุดท้าย…” ยศยงหน้าเจื่อนไปชั่วครู่ ทุกคนปล่อยก๊าก
บัวพูดด้วยความเอ็นดู “ถึงจะประชุมผิดวัน แต่ได้หัวเราะร่วมกันแบบนี้ ป้าชอบ!” แก้วจับยศยงไปถ่ายรูปร่วมกับเก้าอี้เรียงนามธรรมที่นั่งกันเอง ปิดท้ายด้วยกลับบ้านพร้อมหน้าความรู้สึกอบอุ่น ราวกับปัญหาวุ่นวายก็กลายเป็นเรื่องเล็กที่น่ารัก
เจี๊ยบพูดทิ้งท้าย “ปีกหน้า ประชุมจริงวันไหนก็ได้ ขอแค่ได้ฮากันอย่างนี้อีก” ทุกคนยิ้มกับบรรยากาศแล้วแยกย้าย กลับบ้านไปพร้อมมุกใหม่ที่คงเล่าต่อกันอีกนาน