แผนป่วนวันสอบ: สองเพื่อนซี้กับสมาคมเข้าใจผิดแห่งโรงเรียนสายฮา
เสียงรองเท้ากีฬากระทบกับพื้นกระเบื้องอย่างเร่งรีบในช่วงเช้าของวันสอบใหญ่ มินต์ เพื่อนสาวผู้เชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองแบบไม่กลัวใคร เดินนำเฟิร์น สาวขี้กังวลที่จับหนังสือแน่นราวกับกลัวมันจะหาย ทั้งสองวิ่งตรงเข้าห้องเรียนสายฟ้าแลบเพราะเพิ่งรู้ว่าระบบสอบใหม่จะเปลี่ยนวิธีสอบ และข่าวลือว่าข้อสอบปีนี้ยากระดับตำนานกำลังแพร่ไปทั่วโรงเรียน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ยังทันใช่มั้ยมินต์? ฉันว่าถ้าไม่ทัน หนูต้องรอดนะ” เฟิร์นกระซิบรัว ๆ พยายามสูดลมหายใจกดดันตัวเองไม่ให้หน้าซีด
“ไม่ต้องกลัว ฉันมีแผนเด็ดแล้วเฟิร์น! เดี๋ยวเธอรอดูนะ รับรองผ่านชัวร์!” มินต์ยิ้มมั่นใจจนเกินจริง สองมือกอดอกเหมือนนักวางแผนขั้นเทพ
ยังไม่ทันนั่งดี กลุ่มเพื่อนร่วมชั้นเริ่มปั่นป่วน ต่างคนต่างลือสารพัด หัวหน้าห้องอย่างภาคิน (หนุ่มจริงจังแต่เนียน) ยกมือปรามแต่ไม่มีใครฟัง เพราะเสียงลือใหม่ ๆ ผุดขึ้นทุกนาที
อยู่ดี ๆ อาจารย์ใหญ่วิ่งเข้ามาในห้องพร้อมแฟ้มข้อสอบหนาเตอะ เสียงพิมพ์ดีดจากเครื่องบนโต๊ะครูราวกับเป็นสัญญาณหายนะ มินต์พึมพำกับเฟิร์น “นี่ไง มาแล้ว แผนเราเริ่มเดี๋ยวนี้!”
“มินต์…เราแค่ทำของตกหน้าโต๊ะ ไม่ใช่บุกแอบเปลี่ยนข้อสอบนะ” เฟิร์นรีบท้วงเสียงเบา แต่สายตาของมินต์กลับส่องประกายสู้ตาย
“เฟิร์น เธอกลัวอะไรกัน! แค่ไขความลับจดโน๊ต…แล้วเอามาสลับตารางที่นั่ง มั่นใจสิบคะแนน!” มินต์หัวเราะเบา ๆ กลบความตื่นเต้น แต่เท้าก็เหยียบกระเป๋าตัวเองล้มเสียงดัง
เพื่อนด้านหลังหัวเราะ “โอ้โห ผู้กอบกู้คะแนนสอบแห่งศตวรรษมาถึงแล้ว” ส่วนบางคนเริ่มลุ้นจะเกิดอะไรต่อไป ถามกันพัลวันว่าทำไมมินต์ถึงมั่นใจนัก
เฟิร์นยังลังเล “แต่ถ้ามันพังล่ะมินต์ ฉันรู้สึกว่ามันจะผิดพลาดยังไงก็ไม่รู้”
“เชื่อฉัน! รอบนี้ไม่มีพลาด!” มินต์พูดจบ ก้มไปจะเก็บกระเป๋าแต่ดันไปผลักแก้วน้ำบนโต๊ะครูตกจนเปียกแฟ้มข้อสอบโดยบังเอิญ ทุกคนหันขวับอย่างพร้อมเพรียง
“มินต์!!” เสียงครูตะโกนแบบกึ่งตกใจ กึ่งขำ ทุกคนเงียบสนิท ยกเว้นเฟิร์นที่ดูจะเป็นลม
ภาคินลุกขึ้นช่วยเช็ดแฟ้ม “ขออภัยด้วยครับอาจารย์ เดี๋ยวผมช่วย” ขณะที่มินต์หน้าซีด เฟิร์นกระซิบ “นี่แค่เริ่มต้น…คูณซวยจะตามมาติด ๆ หรือเปล่านะ?”
ไม่นาน ข่าวลือใหม่ก็เริ่มกระจายว่า มินต์จะถูกพักการเรียน เพราะทำแฟ้มข้อสอบเปียก ทั้งที่จริง ๆ แล้วอาจารย์แค่หัวเราะแล้วบอกให้ครั้งหน้าอย่าซุ่มซ่าม และแผนที่กลุ่มเพื่อนตั้งใจก็ต้องเดินหน้าต่อแบบงง ๆ
“เราเดินเกมต่อยังไงดีมินต์ เดี๋ยวก็มีการสลับที่นั่งใหม่” เฟิร์นถามอย่างวิตกอยู่ลึก ๆ เสียงเพื่อนเริ่มลุ้นตามสถานการณ์โดยไม่รู้ว่าเกิดขึ้นจากความเข้าใจผิดของทุกฝ่าย
มินต์คิดแผนใหม่ไวกว่าสายฟ้า “โอเค! งั้นเธอแสร้งว่าป่วยหนักแล้วเดินออกไป ฉันจะเป็นคนถือโพยสำรองให้!”
เฟิร์นเบิกตาโต “มินต์! ฉันเดาว่าอาจารย์ทันเกมนี้หมดแล้วว่าไหม?”
แต่ด้วยความลังเลและท่าทีที่ตื่น ๆ ของเฟิร์น ทำให้อาจารย์ใหญ่ที่ปกติไม่ค่อยสังเกตอะไร กลับเริ่มจับตาดูสองคนนี้เป็นพิเศษ ทำเอาเกมอำพรางโพยยากขึ้นอีกเท่าตัว
ในขณะเดียวกัน หัวหน้าห้องที่ไม่อยากให้ห้องโดนหักคะแนนรวม ก็มากล่อมให้ทุกคนตั้งใจสอบ “เฮ้ย ใครแอบดูโพยโดนหักคะแนนหมดนะ จะคุ้มเหรอ?”
แต่ความประสานเสียงไม่เคลียร์ ทำให้กลุ่มของมินต์และเฟิร์นเกิดความเข้าใจผิดขึ้นอีก เมื่อเพื่อนบางกลุ่มเข้าใจว่าหัวหน้าห้องแอบรู้แผนของมินต์ มินต์จึงคิดจะทดแทนโดยเอาขนมจากถุงของเฟิร์นไปแจกหวังเปลี่ยนประเด็น แต่เฟิร์นดันเรียกหายอดขนมกลับคืนแบบเสียงดัง
อาจารย์ใหญ่พูดเบา ๆ แต่เสียงก้องในห้อง “มีอะไรกันตรงหน้าโรงเรียนเหรอ?” มินต์รีบแก้เกม “ไม่มีค่ะ แค่เพื่อนจะกินข้าวเช้า”
หัวหน้าห้องภาคินกระซิบกับเฟิร์น “เธอแน่ใจนะว่ามินต์ไม่บ้าบิ่นเกินไป?” เฟิร์นส่ายหน้าแบบหมดหนทาง
แล้วทุกอย่างก็วุ่นวายขึ้นเมื่อเสียงโทรโข่งจากครูฝ่ายปกครองประกาศ “ขอให้นักเรียนทุกคนลงไปที่ห้องประชุมโดยด่วน” นักเรียนทั้งหมดแตกตื่น เพราะข้อสอบที่เพิ่งจะเริ่มโดนสั่งยุติ มินต์มั่นใจว่าตัวเองต้องไปเคลียร์สถานการณ์นี้แน่นอน
เฟิร์นกระซิบเสียงสั่น “นี่คงไม่ใช่เพราะกาแฟเปียกแฟ้มข้อสอบเมื่อกี้ใช่มั้ย?” มินต์เริ่มใจไม่ดี แต่ยังแสร้งมั่นใจ
เมื่อทุกคนไปรวมตัวที่ห้องประชุม ครูฝ่ายปกครองยืนประกาศหน้ากระดาน “วันนี้มีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมจากสอบปกติเป็นกิจกรรมสันทนาการแทน เพราะระบบข้อสอบใหม่ติดไวรัส ต้องซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์”
เสียงฮือดังราวกับได้ขึ้นสวรรค์ของเพื่อน ๆ มินต์รีบหันมากระซิบเฟิร์น “เห็นมั้ยแผนเราได้ผล!” เฟิร์นถึงกับกลอกตาแต่ก็โล่งใจ
แต่พลัน! ครูฝ่ายปกครองประกาศต่อ “และเนื่องจากห้องนี้มีข่าวลือว่าแอบเปลี่ยนข้อสอบ พรุ่งนี้จะมีสอบใหม่เฉพาะห้องนี้” เสียงซุบซิบทันทีในกลุ่มพวกมินต์ วิธีแก้ปัญหาลามกลายเป็นผลร้ายเสียเอง
มินต์รู้สึกผิดแต่ไม่ยอมแสดงออก “เราต้องแก้สถานการณ์นี้ให้ได้เฟิร์น เดี๋ยวฉันจะเป็นแกนนำเคลียร์ข่าวลือเอง”
เฟิร์นถอนหายใจระคนขำ “ขออย่างเดียว ขอให้ครั้งนี้ไม่มีขนมตก ไม่มีแฟ้มเปียก ไม่มีอะไรตกใจอีกได้มั้ย?”
ในเย็นวันนั้น กลุ่มของมินต์กับเฟิร์นไปคุยกับหัวหน้าห้องและอาจารย์ใหญ่โดยตรงเพื่อขอโทษและอธิบายความเข้าใจผิด เรื่องราวคลี่คลายลงพร้อมรอยยิ้ม ทั้งโรงเรียนหัวเราะกับความซุ่มซ่ามยึดมั่นของทั้งสองเพื่อนซี้
ก่อนแยกย้าย เฟิร์นพูดย้ำปิดท้าย “รอบหน้าถ้าฉันต้องรอดสอบ แผนคืออ่านหนังสืออย่างเดียวพอ มินต์โอเคไหม?”
มินต์หัวเราะรับ “โอเค…แต่ถ้าเธอหิวข้าวตอนสอบอีกที อย่าลืมแบ่งขนมนะ!”
เสียงหัวเราะจากเพื่อน ๆ กระจายทั่วห้อง ขณะที่ความวุ่นวายทั้งหมดกลายเป็นความทรงจำฮาที่ยังถูกเล่าต่อในโรงเรียน…