สงครามหม้อหุงข้าว (The Rice Cooker Wars)
เสียงติ๊ดติ๊ดของหม้อหุงข้าวดังแข่งกับเสียงกรี๊ดเบา ๆ จากในครัวเช้าตรู่ภายในหอพักชาย “เด่น! ใครเอาข้าวกล้องของเรามาหุง!” เสียงก้องดังลั่น จนเด่นที่กำลังจัดเสื้อให้เข้ารูปหน้ากระจกสะดุ้ง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ไม่ใช่เราแน่! อิ๋วรึเปล่า” เด่นพูด กระจกสะท้อนใบหน้าเคร่งเครียด ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับเขา
“ข้าวกล้องนี่มีแต่เราซื้อ—” อิ๋วยกกล่องข้าวสารขึ้นดู แล้วชะงัก “เอ้า… ชื่อเราเขียนอยู่จริง ๆ”
ก้องมองหน้าสองเพื่อน ถอนใจแรง “นี่ไง ผลของการมีหม้อหุงข้าวใบเดียว คนไทยทะเลาะกันเพราะหิว!”
เด่นกลอกตา แต่ก็ดูจริงจัง “ไม่ ผมว่าสาเหตุมันลึกมากกว่านั้น กฎการจัดตารางใช้หม้อน่าจะคือคำตอบ”
ก้องยักไหล่ “นายก็เขียนมา แล้วถ้ามีใครไม่ฟังล่ะ?”
อิ๋วตาโต “ข้าวแช่ดีมั้ย ประหยัดหม้อ!”
เด่นทำหน้าอย่างกับฟ้าผ่ากลางวัน “ข้าวแช่ไม่ใช่คำตอบทุกอย่าง!”
แค่หนึ่งชั่วโมงจากนั้น กติกาหม้อหุงข้าวใบแรกของหอพักก็ถูกวางไว้หน้าห้องครัว ใต้ข้อน้ำหนักว่า “ใครฝ่าฝืน โดนหนัก” ก้องขำ นึกในใจว่านี่น่าจะจบปัญหา… แต่ไม่นานทุกอย่างก็พังยับ
ก้องเผลอลืมข้าวไว้ กลับมาตอนเย็น ข้าวไหม้เต็มหม้อ คนเดียวที่เจอคืออิ๋ว “ข้าวใครไหม้?”
“ของก้องแน่ ๆ! กลิ่นข้าวไหม้แบบนี้” เด่นดมกลิ่นแล้วมั่นใจ รีบไลน์หาเจ้าตัว แต่ก้องไม่ตอบ แถมทิ้งท้ายด้วยสติกเกอร์ขำกลิ้งในไลน์กลุ่ม
เช้าอีกวันข้าวสารก้องหายไปหนึ่งถุง อิ๋ววิ่งออกมา “ใครเอาข้าวฉันไปอีกแล้ว นี่ตกลงเรามีหม้อวิเศษเปลี่ยนข้าวใครก็ได้รึ?”
เด่นนั่งจดบันทึกบนโน้ต “วันพฤหัสบดี 8:17 ข้าวอิ๋วหาย” ก้องเดินเข้ามาพอดี ถือชามบะหมี่ “กินข้าวกล้องดิบ ๆ เหรอ?”
“บะหมี่น้ำน้อย…หม้อก็ไม่มี ข้าวก็ไม่มี” ก้องพูดเหมือนตัดพ้อแต่ดูไม่เดือดร้อนนัก
อิ๋วปิ๊งไอเดีย “งั้นเอาหม้อต้มบะหมี่หุงข้าวแทนก็ได้!”
“อย่านะ จะกลายเป็นข้าวบะหมี่!” เด่นส่ายหน้า
ก้องลองดู เผลอเทข้าวลงหม้อพร้อมน้ำซุป เด่นกับอิ๋วโวยวายกันปนขำ “ได้หม้อซุปข้าวกล้องของโลกใบนี้!”
พอผลลัพธ์เป็นก้อนอะไรสักอย่างที่ใครก็ไม่กล้าตัก อิ๋วเอาช้อนจิ้ม…
“มีชีวิตรึยังเนี่ย?”
ก้องลองชิม “โอเค… ถ้าเราหลับในระหว่างประชุมฝากลากไปโรงบาลด้วย”
“จะว่าไป นายรู้ไหม ใครเอาข้าวฉันไปจริง ๆ” อิ๋วเริ่มสงสัย
เด่นตัดบท “หม้อหุงข้าวมันมีลายตรงข้าง ๆ ด้วย…รอยกะเทาะเนี่ย ของก้องใช่มั้ย?”
“ไม่—inbox เราโดนสแปมโปรโมทหม้อใหม่ตั้งแต่เมื่อวาน” ก้องเบ้หน้าย่น
“นี่มันขบวนการแกล้งกันในเงามืดชัด ๆ” อิ๋วพึมพำ
ค่ำวันหนึ่ง เด่นวางกับดักมองการณ์ไกล แอบติดโน้ตเต็มหม้อ “ใครแอบใช้หม้อ = ขโมยข้าวในหม้อ” เช้ามา โน้ตหาย!
“คือ…เมื่อคืนฝันว่าจะมีคนเอาข้าวมาแลกโน้ต” ก้องเล่าหน้าเฉย
“โอ้ย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!” เด่นเริ่มลงรายละเอียดเขียน flow chart สิ่งผิดปกติในห้องครัว เหน็บทุกจุดสงสัย
“ขอวาดกราฟเป็นรูปลูกหมูมั้ย ดูง่ายกว่า” อิ๋วเสนอ
ก้องขำ “หมูสามตัวกับหม้อหนึ่งใบ…จะไปจบที่ไหน?”
ปัญหาเริ่มใหญ่ขึ้น เมื่อต่างคนต่างสะสมข้าวสารไว้ในลิ้นชักของตัวเอง ป้องกันการขโมยไว้ แต่มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที เมื่อมีมดแดงบุกทั้งห้อง!
ข้าวของทุกคนโดนมดเล่นงาน ก้องเสนอ “ยกซองข้าวสารให้มดเลย เป็นภาษี!”
เด่นถอนใจ “นายต้องจริงจังกับชีวิตหน่อยมั้ย?”
“ถ้าชีวิตต้องจริงจัง มันจะขำมั้ย?” ก้องสวน
อิ๋วพยายามหาวิธีแก้ รีบไล่มดด้วยสเปรย์กานพลู กลับโดนกลิ่นตีกลับ นั่งจามไม่หยุด เด่นรีบหาเศษผ้ามาปิดจมูกทุกคน ดูเหมือนวุ่นแต่ไม่มีใครหยุดขำได้
ปัญหาใหม่โผล่—หม้อหุงข้าวดับกลางคัน ข้าวในหม้อกลายเป็นข้าวตุ๋นค้างคืน ก้องสงสัย “มันประกอบร่างกับข้าวซุปเมื่อวานมั้ยเนี่ย?”
ทั้งสามรวมตัวประชุมเครียด ต่างคนต่างเสนอว่าต้องซื้อหม้อใหม่!
“แต่เรามีงบเท่านี้เอง…” อิ๋วเปิดบัญชีเงินเก็บออกมา ปรากฏว่าเงินหายปริศนาไปสองร้อย เด่นหน้าเครียด “สงสัยนายเอาไปเติมเน็ตแน่เลย!”
“เติมเน็ตแล้วมันได้หม้อกับข้าวด้วยเหรอ?” ก้องขำ ท่าทางจริงจังมากขึ้น “เอาวะ! เดี๋ยวไปหาหม้อมือสอง”
อิ๋วค้นกล่อง เจอบัตรส่วนลดหม้อหุงข้าว! แต่กลับหมดอายุไปเมื่อเดือนก่อน ก้องพึมพำ “ชีวิตมันง่ายกว่านี้สักทีเถอะ…”
ตอนสายวันถัดมา ทั้งสามตั้งใจเดินเข้าตลาดของมือสอง แต่กลับเจอแม่ค้าใจเย็นกว่าหม้อที่พวกเขาจะได้ “หม้อที่นี่ไม่มีประกันนะจ๊ะ”
ก้องดูหม้อสภาพใช้มาแล้วสิบปี “หรือเอาแก๊สปิคนิคหุงข้าวดี?”
“บ้านนี้ไม่มีใครไว้ใจอะไรได้ นอกจากมด” เด่นว่า
ปัญหาซ้อนปัญหา ก้องล้วงกระเป๋าจะจ่ายเงิน เจอเหรียญรูๆ กับลอตเตอรี่เก่า “เงินคงหายไปกับหม้อที่แล้ว!”
พร้อม ๆ กัน อิ๋วส่งข้อความเข้าไลน์กลุ่มชาวหอ “ใครมีหม้อข้าวเหลือบ้าง” เหลือบไปเห็นแจ๊ค—เพื่อนข้างห้องเสนอ “หม้อฉันก็มีรอยไหม้เหมือนกัน” เรื่องราวเริ่มย้อนกลับไปที่การสลับหม้อกันมั่ว
“แสดงว่าทั้งหม้อและข้าวเราก็อาจไม่ได้ถูกขโมย แค่ใส่มั่วหรือเปล่า…” เด่นลุกพรวด พบว่านี่คือหอพักแห่งการปะปน
สามคนรีบประกาศป้ายในครัว “หม้อหุงข้าวใครใคร่ขุด ใครใคร่ยืม ขอให้บอก!”
แต่ทุกคนเริ่มละอายใจกับความวุ่นวายที่ตัวเองสร้างขึ้น “เรานี่นะ แค่ข้าวกับหม้อก็เรื่องใหญ่” อิ๋วพูดพลางหัวเราะเบา ๆ
ก้อง—ที่เป็นคนมั่นใจเกินเหตุ แต่คราวนี้กลับพูดเบากว่าปกติ “ถ้าเราคุยกันแต่แรกก็ไม่ต้องเปลี่ยนข้าวเป็นบะหมี่”
เด่นจดโน้ตสรุปว่า “บทเรียนของวันนี้: อย่าคิดแทนใคร และสอบถามก่อนใช้ของ” พร้อมยิ้มมุมปากเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน
เย็นวันนั้น ทุกคนร่วมกันหุงข้าวกินในหม้อใบเดียว แบ่งข้าวกันคนละถ้วยด้วยรอยยิ้ม
“ใครอยากกินข้าวบะหมี่อีกมั้ย?” ก้องถามติดตลก
“เราว่าพอแล้ว…แต่ถ้าหม้อไฟไหม้ขึ้นมาอีกก็จะขอบาย” อิ๋วหัวเราะ
เด่นส่ายหน้าขำ ๆ “ขอแค่หม้อข้าวใบนี้รอดคืนนี้ก็พอ…” และทั้งห้องหัวเราะพร้อมกัน ข้ามผ่านสงครามหม้อด้วยรอยยิ้มและเสียงข้าวสุกในความวุ่นวาย